การทำความสะอาดรถเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากสำหรับผู้ขับขี่ เพื่อให้รถยนต์ได้รับการขจัดสิ่งสกปรกอย่างหมดจรด มีสภาพที่ดูใหม่และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ซึ่งหลายคนก็ต้องการความสะอาดล้ำลึกและคิดอยากใช้แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดแบบฆ่าเชื้อโรคและสิ่งสกปรกตกค้างที่ตามองไม่เห็น แต่รู้หรือไม่ว่าการใช้แอลกอฮอล์ในการเช็ดรถ อาจจะนำมาซึ่งความเสียหายอันใหญ่หลวงได้ แล้วจะทำอย่างไรดี มีอะไรที่ควรรู้บ้าง ไปหาคำตอบกัน
สำหรับแอลกอฮอล์นั้นเหมาะสำหรับเป็นตัวเลือกในการทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนมือและพื้นผิวต่างๆ แต่สำหรับการทำความสะอาดรถถ้าไม่รู้จักแอลกอฮอล์แต่ละชนิดเป็นอย่างดี อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะอาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงที่ชิ้นส่วนหรือวัสดุบนรถยนต์เกิดความเสียหายขึ้นมา ถ้าใครกำลังมองหาวิธีเช็ดรถโดยไม่ต้องล้าง แต่รถสะอาดถูกใจแบบไร้เชื้อโรค จำเป็นต้องรู้จักกับแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดก่อนว่ามีประเภทดังนี้ 1. เอทานอล (Ethyl Alcohol) และ 2. Isopropyl Alcohol (IPA) โดยแอลกอฮอล์ทั้ง 2 ประเภทนี้มีประสิทธิภาพในการขจัดคราบตกค้าง, ฆ่าเชื้อโรคและยังสามารถที่จะระเหยได้อย่างรวดเร็ว ดีต่อการทำความสะอาดอุปกรณ์ชิ้นส่วนและพื้นผิวทั่วไป อย่างไรก็ตาม การที่จะเลือกใช้แอลกอฮอล์ในการทำความสะอาดและดูแลรถยนต์ก็ควรที่จะพิจารณาเลือกใช้อย่างเหมาะสมและควรศึกษาแอลกอฮอล์แต่ละชนิดอย่างละเอียดก่อนใช้เสมอ
สำหรับแอลกอฮอล์ที่สามารถใช้ในการทำความสะอาดรถได้นั้น ขอแนะนำเป็นแอลกอฮอล์แบบเอทานอล (Ethyl Alcohol) ที่จะสามารถล้างคราบตกค้างและคราบไขมันต่างๆ โดยที่ไม่กระทบต่อวัสดุภายในรถหรือทำลายสีของรถยนต์ได้ เนื่องจาก Ethyl Alcohol จะมีความระคายเคืองที่น้อยกว่าแบบ IPA อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังในการล้างรถถ้าหากชิ้นส่วนรถยนต์ของคุณเป็นวัสดุเคลือบแวกซ์และเป็นหนัง แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์ในการทำความสะอาด เนื่องจากจะทำให้ตัวชิ้นส่วนหรือวัสดุสีลอก สีซีดหรือเกิดความแห้งได้ เพราะแอลกอฮอล์จะขจัดไขมันที่มีการเคลือบวัสดุอยู่ให้ออกไปนั่นเอง เรียกได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลรถยนต์
นอกจากการเลือกใช้แอลกอฮอล์ให้เหมาะสมในการทำความสะอาดรถแล้ว สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งก็คือ ไม่ควรนำแอลกอฮอล์มาทิ้งไว้ภายในรถยนต์เด็ดขาด เพราะถ้าหากรถยนต์จอดอยู่ในที่กลางแจ้งหรือกลางแดดจัด จนอุณหภูมิรถสูงขึ้นมาหรือแอลกอฮอล์หกเลอะบนรถยนต์ก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายขึ้นมาได้
แค่รู้จักแอลกอฮอล์ก็สามารถเลือกใช้มาทำความสะอาดรถได้แบบไร้ความกังวลใจ เพื่อทำให้รถสะอาดปลอดภัยแบบไร้เชื้อโรค ส่วนใครที่กำลังมองหาตัวช่วยดีๆ ในการดูแลรถยนต์หรือต้องการเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ตนเองในการขับขี่ ขอแนะนำประกันรถยนต์ชั้น 1 จาก insurverse ที่พร้อมความคุ้มครองในการใช้รถใช้ถนนให้มีแต่ความสบายใจ ลดทุกความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นได้จากอุบัติเหตุบนท้องถนน สามารถคลิกที่นี่เพื่อใช้บริการประกันรถยนต์ออนไลน์จาก insurverse ได้เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อคุณตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับกลับมาเป็นหลักฐานยืนยันความคุ้มครองก็คือ “กรมธรรม์รถยนต์” ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับกระดาษหน้าตารางที่มีข้อความและตัวเลขระบุไว้อย่างหนาแน่นจนไม่แน่ใจว่าจะต้องอ่านตรงไหน หรือมีข้อมูลสำคัญอะไรที่ต้องตรวจเช็กบ้าง ความจริงแล้ว กรมธรรม์รถยนต์คือเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกัน การทำความเข้าใจวิธีอ่านหน้าตารางกรมธรรม์จะช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บทความนี้จะสรุปทุกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้ให้เข้าใจง่ายในที่เดียว ทำความเข้าใจกรมธรรม์รถยนต์ สัญญาคุ้มครองความปลอดภัยของคนมีรถ กรมธรรม์รถยนต์ คือเอกสารสัญญาประกันภัยที่ระบุข้อตกลง สิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และขอบเขตความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือพ.ร.บ. รถยนต์ ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี และกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ หรือประกันรถยนต์ (เช่น ชั้น 1, 2+, 3+, 3) ที่ผู้ขับขี่เลือกซื้อเพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจ 5 จุดสำคัญบนหน้าตารางกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องตรวจเช็กให้ถูกต้อง เมื่อได้รับกรมธรรม์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉบับกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล ให้ตรวจสอบ 5 จุดสำคัญต่อไปนี้ทันที ข้อมูลผู้เอาประกันภัยและรายละเอียดตัวรถยนต์ ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต รวมถึงหมายเลขตัวถัง (VIN) ว่าตรงกับเล่มทะเบียนรถจริงหรือไม่ หากมีจุดใดสะกดผิดต้องรีบแจ้งบริษัทประกันแก้ไขทันที… Continue reading กรมธรรม์รถยนต์คืออะไร สรุปวิธีอ่าน เช็กง่ายได้ด้วยตัวเอง
ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ให้ความคุ้มครองมากกว่าที่คิด ครอบคลุมทั้งรถเราและคู่กรณี ในราคาเบา ๆ เหมาะสำหรับคนใช้รถทุกวันที่อยากอุ่นใจแต่ไม่อยากจ่ายแพง
ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง แตกต่างจากประกันชั้น 3+ อย่างไรหาคำตอบได้ในบทความนี้ พร้อมแนะนำประกันชั้น 3 เบี้ยถูก รถอายุ 30 ปี ก็ซื้อประกันออนไลน์ได้