แม้ในปัจจุบันจะมีประกันภัยรถยนต์หลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร แต่ “ประกันชั้น 3” แบบดั้งเดิมก็ยังคงเป็นแผนประกันที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมงบประมาณค่าใช้จ่าย ทว่าหลายคนอาจยังมีข้อสงสัยว่า “ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง” จ่ายเบี้ยถูกแบบนี้จะคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้จริงหรือไม่ บทความนี้จะสรุปความคุ้มครองและข้อดีของประกันชั้น 3 ให้คุณเห็นภาพชัดเจนก่อนตัดสินใจทำประกัน
ประกันรถยนต์ชั้น 3 คือประกันภัยภาคสมัครใจที่มีราคาเบี้ยประกันย่อมเยาที่สุด โดยมีหลักการทำงานสำคัญคือ “ซ่อมเขา ไม่ซ่อมเรา” มุ่งเน้นการคุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอกหรือคู่กรณีเป็นหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ขับขี่ต้องรับภาระค่าเสียหายอันมหาศาลหากตนเองเป็นฝ่ายประมาทจนเกิดอุบัติเหตุ
แม้จะจ่ายเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียงหลักร้อยถึงพันกว่าบาทต่อปี แต่ประกันชั้น 3 ให้ความคุ้มครองที่จำเป็นอย่างรอบด้าน ได้แก่
ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดในการขับรถคือการชนรถหรูหรือสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้อื่น ประกันชั้น 3 จะรับผิดชอบค่าซ่อมแซมรถยนต์และทรัพย์สินของคู่กรณีทั้งหมดตามวงเงินเอาประกันภัย ช่วยให้คุณไม่ต้องควักเงินเก็บก้อนใหญ่มาชดใช้ด้วยตัวเอง
ถึงแม้ประกันชั้น 3 จะไม่ซ่อมตัวรถของเรา แต่ยังคงมีวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารภายในรถ รวมถึงมีเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี
ในกรณีเกิดอุบัติเหตุที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีอาญา บริษัทประกันจะใช้หลักทรัพย์ของบริษัทเพื่อยื่นประกันตัวผู้ขับขี่ ทำให้คุณไม่ต้องเผชิญปัญหาการถูกควบคุมตัวระหว่างรอกระบวนการทางกฎหมาย
คำตอบที่ชัดเจนคือ “ไม่ซ่อมรถเรา” ไม่ว่าจะเป็นกรณีรถชนกับรถ ชนสิ่งกีดขวาง รถหาย หรือไฟไหม้ ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถของตัวเองทั้งหมด ดังนั้น หากต้องการให้มีความคุ้มครองซ่อมรถเราด้วยในราคาประหยัด การเลือกขยับไปทำประกันชั้น 3+ (สามพลัส) จะตอบโจทย์ได้มากกว่า
ประกันชั้น 3 เหมาะที่สุดสำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน (เกิน 10-15 ปีขึ้นไป), รถที่เจ้าของขับขี่น้อยมาก นานๆ นำออกมาใช้งานสักครั้ง, รถที่มีมูลค่าตัวรถไม่สูงแล้ว หรือผู้ขับขี่ที่มีงบประมาณจำกัดแต่ไม่ต้องการเสี่ยงขับรถโดยไม่มีประกันภาคสมัครใจคุ้มครองบุคคลภายนอก ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดให้รถยนต์ทุกคันต้องทำพ.ร.บ. รถยนต์ เพื่อคุ้มครองชีวิตและค่ารักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน และหากคุณต้องการเสริมเกราะป้องกันทางการเงินด้วยประกันรถยนต์ชั้น 3 ในราคาเบี้ยคุ้มค่าที่สุด คุณสามารถเข้ามาเลือกแผนประกันออนไลน์ของ Insurverse ได้อย่างสะดวกสบาย ปรับแผนง่าย จ่ายสบายกระเป๋า พร้อมรับความคุ้มครองทันทีผ่านระบบดิจิทัล 100%
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อคุณตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับกลับมาเป็นหลักฐานยืนยันความคุ้มครองก็คือ “กรมธรรม์รถยนต์” ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับกระดาษหน้าตารางที่มีข้อความและตัวเลขระบุไว้อย่างหนาแน่นจนไม่แน่ใจว่าจะต้องอ่านตรงไหน หรือมีข้อมูลสำคัญอะไรที่ต้องตรวจเช็กบ้าง ความจริงแล้ว กรมธรรม์รถยนต์คือเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกัน การทำความเข้าใจวิธีอ่านหน้าตารางกรมธรรม์จะช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บทความนี้จะสรุปทุกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้ให้เข้าใจง่ายในที่เดียว ทำความเข้าใจกรมธรรม์รถยนต์ สัญญาคุ้มครองความปลอดภัยของคนมีรถ กรมธรรม์รถยนต์ คือเอกสารสัญญาประกันภัยที่ระบุข้อตกลง สิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และขอบเขตความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือพ.ร.บ. รถยนต์ ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี และกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ หรือประกันรถยนต์ (เช่น ชั้น 1, 2+, 3+, 3) ที่ผู้ขับขี่เลือกซื้อเพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจ 5 จุดสำคัญบนหน้าตารางกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องตรวจเช็กให้ถูกต้อง เมื่อได้รับกรมธรรม์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉบับกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล ให้ตรวจสอบ 5 จุดสำคัญต่อไปนี้ทันที ข้อมูลผู้เอาประกันภัยและรายละเอียดตัวรถยนต์ ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต รวมถึงหมายเลขตัวถัง (VIN) ว่าตรงกับเล่มทะเบียนรถจริงหรือไม่ หากมีจุดใดสะกดผิดต้องรีบแจ้งบริษัทประกันแก้ไขทันที… Continue reading กรมธรรม์รถยนต์คืออะไร สรุปวิธีอ่าน เช็กง่ายได้ด้วยตัวเอง
ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ให้ความคุ้มครองมากกว่าที่คิด ครอบคลุมทั้งรถเราและคู่กรณี ในราคาเบา ๆ เหมาะสำหรับคนใช้รถทุกวันที่อยากอุ่นใจแต่ไม่อยากจ่ายแพง
การประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 หรือที่เรียกว่า "ความคุ้มครองชั้นหนึ่ง" หรือ "ความคุ้มครองที่ครอบคลุม" มอบความคุ้มครองที่ครอบคลุมต่อความเสี่ยงต่างๆ