ประกันภัยรถยนต์ช่วยคุ้มครองความสูญเสียอวัยวะ ชีวิตและทรัพย์สินให้กับผู้เอาประกันและคู่กรณี แต่จะเลือกแบบไหนต้องอ่านเงื่อนไขความคุ้มครองเทียบประกันรถยนต์แต่ละชั้น รวมถึงค่าเบี้ยประกันแต่ละประเภทควบคู่กัน
แม้ว่า พ.ร.บ. จะเป็นประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับที่ให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่เจ้าของรถจะต้องดำเนินการก่อนจ่ายภาษีรถยนต์ทุกปีเพื่อรับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. รถยนต์ แต่ความคุ้มครองที่ได้รับไม่ครอบคลุมการซ่อมแซมตัวรถของผู้เอาประกัน หรือคู่กรณี ทั้งนี้ ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ มีให้เลือกหลายประเภท ทำให้การรู้วิธีเทียบประกันรถยนต์แต่ละประเภทจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความคุ้มครองได้
เงื่อนไขความคุ้มครองของประกันรถยนต์แต่ละประเภท มีรายละเอียด ดังนี้
หากเป็นรถยนต์ราคาแพง หรือเป็นรถที่เพิ่งซื้อใหม่ ป้ายแดง การเลือกประกันรถยนต์ชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองครอบคลุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับรถได้ ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะมีเปอร์เซ็นต์การเกิดน้อยขึ้นน้อยแค่ไหนก็ตาม เช่น คุ้มครองความเสียหายของตัวรถ กระจก รวมถึงอุปกรณ์แต่งรถที่ออกจากศูนย์บริการโดยไม่ต้องมีคู่กรณี, คุ้มครองทรัพย์สิน หรือรถของคู่กรณีเสียหาย, คุ้มครองความเสียหายต่อการโจรกรรม หรือรถถูกขโมย, คุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ น้ำท่วม และคุ้มครองความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้
เมื่อรถยนต์มีอายุการใช้งานประมาณ 7 – 10 ปีและมีความต้องการที่จะลดค่าเบี้ยประกันลงแต่ต้องการเน้นย้ำมีความเป็นห่วงว่ารถหาย ประกันชั้น 2+ ให้ความคุ้มครองเรื่องรถหาย, ความเสียหายของตัวถังและอุปกรณ์แต่งที่ออกจากศูนย์บริการ, คุ้มครองความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ อีกทั้งคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งของคู่กรณีและรถยนต์ของผู้เอาประกัน ประกันชั้น 2+ ตอบโจทย์ที่สุด
เป็นประกันที่ออกแบบมาเพื่อคนที่มีความชำนาญในการขับขี่แต่อยากซื้อประกันเอาไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยเงื่อนไขความคุ้มครองคล้ายแบบ 2+ แต่ทุนประกันต่ำกว่า และไม่คุ้มครองกรณีรถหายและเกิดเพลิงไหม้
ประกันภัยภาคสมัครใจเหมาะกับรถที่มีอายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป ผู้ขับขี่มีความชำนาญ อยากลดค่าเบี้ยประกันเพราะไม่ค่อยมีความเสี่ยงในการขับรถเฉี่ยวชน หรือรถใช้งานน้อย หรือมีความชำนาญสามารถซ่อมรถเองได้ แต่ต้องการกรมธรรม์เอาไว้เผื่อกรณีเกิดเหตุขึ้นมาก็ยังมีประกันช่วยจ่ายค่าซ่อมรถหรือค่าความเสียหายให้กับคู่กรณีได้
เมื่อทราบเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันแต่ละประเภท การพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยให้เลือกประเภทประกันที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้รถได้มากขึ้น ได้แก่ ความชำนาญในการขับขี่, อายุการใช้งานของรถยนต์, สภาพแวดล้อมที่จอดรถ, ลักษณะการใช้งานรถยนต์ และความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ
การเทียบประกันรถยนต์ด้วยเงื่อนไขความคุ้มครองและพิจารณาปัจจัยในการซื้อประกันแล้ว การเปรียบเทียบค่าเบี้ยประกันจากหลาย ๆ แผนทางเลือก จะเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ทำให้ตัดสินใจได้ตรงกับความต้องการ ซึ่ง Insurverse ประกันออนไลน์เจ้าแรกของไทย เครือเดียวกับทิพยประกันภัยที่สามารถตรวจสอบค่าเบี้ยประกันรถยนต์ผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย เช็กเบี้ยได้เลยที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว