ปัญหาขับรถตกหลุม เป็นสิ่งที่คนใช้รถส่วนใหญ่ต้องเจออย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะถนนหลายเส้นมักมีผิวการจราจรที่ขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ ซึ่งล้วนเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการแอบบรรทุกเกินน้ำ ฝนตกลงมา หรือแม้แต่การก่อสร้างที่ทำลายผิวถนน จึงทำให้รถตกหลุมแรงมากเมื่อขับผ่านถนนพวกนี้ ใครที่กลัวว่ารถจะพัง และไม่รู้ว่าจะเคลมประกันภัยรถยนต์ได้หรือเปล่า วันนี้ insurverse จะคลายข้อสงสัยนี้ให้เอง
การขับรถตกหลุมแรงมาก อาจส่งผลให้ช่วงล่าง และระบบบังคับเลี้ยวเกิดความเสียหายโดยตรง ซึ่งจะทำให้เกิดความอันตรายอย่างมากในการใช้รถ เพราะช่วงล่างที่เสียหาย จะทำให้รถไม่สามารถยึดเกาะถนนได้ดีดังเดิม รวมไปถึงระบบบังคับเลี้ยว ที่ทำหน้าที่ในการควบคุมทิศทางด้วยเช่นกัน
ผู้ใช้รถหลายคน อาจเคยขับรถตกหลุมแรงมาก แต่ไม่เคยสังเกตสัญญาณเตือนจากตัวรถเลย คิดแค่ว่าขับต่อไปได้ ก็ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว รถอาจจะกำลังส่งสัญญาณเตือนอะไรบางอย่างอยู่ก็ได้ เพียงแต่เราไม่เคยตั้งใจสังเกตมันเลย มาลองดูกันดีกว่า ว่ามีสัญญาณเตือนอะไรบ้างที่อันตรายจากการขับรถตกหลุม และไม่ควรปล่อยผ่านไป
หลังจากรู้กันแล้วว่าสัญญาณเตือนมีอะไรบ้าง ทีนี้เราลองมาดูจุดสำคัญ ๆ ที่ต้องตรวจเช็กกันบ้างดีกว่า ซึ่งหลัก ๆ ก็จะเป็นในส่วนช่วงล่างทั้งหมด แต่แน่นอนว่า จุดตรวจเช็กเหล่านี้ อาจไม่ใช่ทุกคนที่สามารถทำได้เอง แต่จะเป็นตรวจดูอาการจากช่างเสียมากกว่า แต่ถึงอย่างไร ผู้ใช้รถก็ควรจะทำความเข้าใจเรื่องพวกนี้ไว้บ้าง
สิ่งแรกที่ควรทำการเช็ก หลังจากขับรถตกหลุมแรงมากมาเลย ก็คือยางกับล้อแม็กซ์ ซึ่งเป็นส่วนที่เช็กดูได้ง่ายที่สุด ให้ทำการดูที่ขอบล้อทั้งสี่ด้าน ว่ามีความเสียหายจนผิดรูปหรือเปล่า บริเวณหน้ายาง และแก้มยางมีรอยแผลฉีกขาดหรือไม่
ลูกปืนล้อ จะเป็นจุดที่คนใช้รถไม่สามารถมองเห็นได้เอง และจำเป็นจะต้องให้ช่างช่วยดูให้ เมื่อมีอาการหอนที่เป็นสัญญาณเตือนเกิดขึ้น แต่โดยส่วนมากแล้ว ลูกปืนล้อแตก มักจะเป็นอาการแรก ๆ ที่เกิดขึ้นหลังขับรถตกหลุม
โช้คอัพ จะไม่ได้เสียในทันทีหลังขับตกหลุมแรงมาก แต่จะเป็นอาการสะสม ที่ทำให้โช้คอัพเริ่มเสิ่มสภาพลงอย่างรวดเร็ว โดยสามารเช็กได้เอง จากกานำรถจอดรถพื้นราบ และใช้น้ำหนักตัวในลองการคืนตัวของโช้คอัพทั้งหมด ซึ่งโช้คอัพที่ทำงานตามปกติ จะมีการคืนตัวในระดับที่เหมาะสม ไม่ใช่กดแล้วเด้งขึ้นมาทันที หรือกดแล้วไม่มีอาการหนืดใด ๆ
หากเป็นหลุมที่ลึก และขับมาด้วยความเร็ว ตัวถังรถอาจเกิดความเสียหายจากการกระแทกแรง ๆ ได้ จึงเป็นอีกจุดที่ต้องเช็กรอบคันให้ดี ว่าเกิดความเสียหายขึ้นหรือไม่
คันชักพวงมาลัย จะอยู่บริเวณใต้ท้องรถ ที่ทำหน้าที่ควบคุมองศาในการหมุนวงล้อ เพื่อเลี้ยวไปในทิศทางที่ต้องการ จึงเป็นอีกจุดที่ต้องตรวจเช็ก เพราะจะทำให้รถไม่สามารถควบคุมได้ตามที่ควรจะเป็น
ลูกหมากช่วงล่าง เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานช่วงล่างทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นลูกหมากปีกนก ลูกหมากคันชัก ลูกหมากกันโคลง และลูกหมากแร็ค ซึ่งจะทำหน้าที่ตั้งแต่กันกระแทก เชื่อมต่อการทำงานของชิ้นส่วนต่าง ๆ และรองรับแรงกดส่วนต่าง ๆ ของตัวรถ จึงต้องตรวจเช็กทั้งหมดหลังจากตกหลุมแรง ๆ มา ว่ามีจุดไหนได้รับความเสียหายหรือเปล่า
ในความเป็นจริง คงไม่มีใครอยากขับรถตกหลุมแรงมากเล่น ๆ เพื่อให้รถพังกันอยู่แล้ว แต่อย่างน้อย การมีเทคนิคในการขับขี่เพื่อช่วยลดความเสี่ยง ก็เป็นสิ่งที่ดีที่คนใช้รถควรปฏิบัติตาม เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาช่วงล่างที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
การขับรถด้วยความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ไม่พยายามเร่งแซงซ้ายขวา จะทำให้เรามองเห็นช่องจราจรได้ชัดเจน และมีความเสี่ยงในการขับรถตกหลุมน้อยลง ต่างจากคนที่ขับเร็ว และพยายามขับปาดไปมา จะไม่มีเวลามานั่งสังเกตพื้นผิวการจราจรมากนัก
อีกหนึ่งเทคนิคดี ๆ ก็คือการเว้นระยะระหว่างคันหน้า หากคันหน้ามีการเบรก หรือพยายามขับหลบหลุม เราก็จะสามารถมองเห็นได้ง่ายขึ้น และยังสามารถเปลี่ยนช่องจราจรได้ทัน โดยไม่เกิดอันตรายต่อในการขับ
ในช่วงหน้าฝน หรือหลังฝนตกลงมาใหม่ ๆ ให้พยายามขับหลบแอ่งน้ำไว้เสมอ เพราะเราไม่รู้ว่าแอ่งนั้นลึกแค่ไหน อาจจะเป็นหลุมเดิมที่ทรุดตัวลงไปลึก หากฝืนขับผ่าน อาจทำให้ช่วงล่างพังได้แบบไม่รู้ตัว จึงควรเลี่ยงไว้เป็นดีที่สุด
ขับรถตกหลุม สามารถเคลมประกันได้ แต่จะเป็นประกันชั้น 1 เท่านั้น ที่ให้ความคุ้มครองแบบไม่มีคู่กรณี และสามารถเคลมเพื่อเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ที่เกิดความเสียหายได้ แต่ถ้าเป็นประกันประเภทอื่น จะไม่ได้รับความคุ้มครองในส่วนนี้
ผู้ใช้รถเห็นกันแล้วใช่ไหมว่า การขับรถตกหลุมแรงมาก มีโอกาสสร้างความเสียหายให้กับตัวรถได้มากแค่ไหน หากมีสัญญาณเตือนตามที่เราได้บอกไป ก็ไม่ควรปล่อยปละละเลย และนำรถไปตรวจเช็กดูอาการให้ด่วนที่สุด เพราะอาจสร้างอันตรายในการใช้รถได้ และการทำประกันรถยนต์เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการใช้รถ ก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่อย่ามองข้ามกันเด็ดขาด หากไม่มีเวลา ก็สามารถเลือกต่อได้ที่ insurverse เลย เพราะเราเป็นประกันรถยนต์ออนไลน์เจ้าแรกในไทย ที่เปิดให้เลือกปรับแต่งความคุ้มครองได้ตามความต้องการ ตลอด 24 ชม.
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง