การขับรถให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต้องรู้จักการใช้เบรกที่ถูกต้อง เพราะถ้าสามารถหยุดรถได้ทันท่วงที ก็จะทำให้อุบัติเหตุบนท้องถนนไม่เกิดขึ้น ยิ่งขับรถอย่างมีสติ ยิ่งทำให้ทุกการเดินทางปลอดภัย ดังนั้นผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนควรรู้จักการดูแลรถเอาไว้ โดยเฉพาะการดูแลเบรกว่าต้องทำอย่างไร? แล้วมีวิธีใช้เบรกแบบไหนที่จะช่วยลดเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ แต่ถ้าอยากขับรถให้ปลอดภัยที่สุดทั้งเรื่องทรัพย์สินและเงินทอง ต้องมีประกันติดรถไว้ด้วย เช็คประกันรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้หลายๆ เจ้าเพื่อเปรียบเทียบราคาและความคุ้มครองที่ครอบคลุม ก็จะทำให้การขับขี่มีความเสี่ยงลดลงแน่นอน
ระบบเบรกเปรียบดั่งหัวใจของการขับขี่ แต่นักขับหลายคนมักจะให้ความสำคัญกับเรื่องเบรกน้อยมากๆ ยังมีผู้ขับขี่มากกว่า 50% ที่ยังใช้เบรกไม่ถูกต้องและเข้าใจเรื่องเบรกแบบผิดๆ มาลองทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เบรกที่ถูกต้องกันดูว่า ยังมีสิ่งใดที่ผู้ขับขี่ยังคงเข้าใจคลาดเคลื่อนไป จะได้รู้วิธีว่าควรเบรกอย่างไรปลอดภัยที่สุดและจะได้รู้แนวทางว่าใช้เบรกอย่างไรถึงถูกวิธี? ไปดูกัน
ขับเร็ว ตายเร็ว คำนี้ไม่เกินจริง!! แถมเรื่องความเร็ว ยังเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้เบรกยากขึ้น ยิ่งขับรถเร็วมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งต้องใช้แรงในการหยุดรถมากเท่านั้น ดังนั้นผู้ขับขี่ควรเลือกใช้ความเร็วที่เหมาะสม อย่าไว้ใจทาง หากพบเจอเหตุการณ์บนท้องถนนผิดปกติ ควรชะลอความเร็วเอาไว้ก่อน ด้วยการค่อยๆ เหยียบเบรก เพื่อให้รถลดความเร็วลง ก็จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้แล้ว
การใช้เบรกที่ถูกต้องตามขนาดรถ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง หากต้องขับรถขนาดใหญ่ การใช้เบรกต้องเผื่อระยะเบรคสำหรับหยุดรถด้วย เพื่อให้รถชะลอความเร็วได้ดีขึ้น
หลายคนก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าการใช้เบรกที่ถูกต้อง ไม่ควรเหยีบเบรกจนมิดหรือเหยียบแรงจนเกินไป อาจทำให้รถเสียหลักและผ้าเบรกเสื่อมสภาพเร็วขึ้นอีกด้วย
อุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากรู้จักวิธีการใช้เบรกที่ถูกต้อง ก็จะรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ดีขึ้น อีกทั้งการดูแลรถในส่วนของเบรกเพิ่มเติม ก็จะทำให้การขับรถอุ่นใจมากขึ้น แต่ถ้าอยากอุ่นใจไปถึงเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ จากอุบัติเหตุเลือกประกันภัยรถยนต์คุ้มครองทันที ก็จะทำให้สบายใจทุกการเดินทาง ลองดูรายละเอียดและเช็คประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่เหนือระดับจาก insurverse กันดูก่อน แล้วจะได้รับความปลอดภัยที่คุ้มครองครบ จบทุกความกังวลใจ มีปัญหาอะไรก็ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนได้ 24 ชม.
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เปิดมาตรการปรับดอกเบี้ยรถใหม่ 2567 ทุกธนาคาร จากการกำกับใช้โดยภาครัฐ มีอะไรบ้างที่ปรับลด และต่างจากอัตราดอกเบี้ยคงที่อย่างไร มาหาคำตอบกัน
เมื่อคุณตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับกลับมาเป็นหลักฐานยืนยันความคุ้มครองก็คือ “กรมธรรม์รถยนต์” ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับกระดาษหน้าตารางที่มีข้อความและตัวเลขระบุไว้อย่างหนาแน่นจนไม่แน่ใจว่าจะต้องอ่านตรงไหน หรือมีข้อมูลสำคัญอะไรที่ต้องตรวจเช็กบ้าง ความจริงแล้ว กรมธรรม์รถยนต์คือเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกัน การทำความเข้าใจวิธีอ่านหน้าตารางกรมธรรม์จะช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บทความนี้จะสรุปทุกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้ให้เข้าใจง่ายในที่เดียว ทำความเข้าใจกรมธรรม์รถยนต์ สัญญาคุ้มครองความปลอดภัยของคนมีรถ กรมธรรม์รถยนต์ คือเอกสารสัญญาประกันภัยที่ระบุข้อตกลง สิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และขอบเขตความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือพ.ร.บ. รถยนต์ ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี และกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ หรือประกันรถยนต์ (เช่น ชั้น 1, 2+, 3+, 3) ที่ผู้ขับขี่เลือกซื้อเพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจ 5 จุดสำคัญบนหน้าตารางกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องตรวจเช็กให้ถูกต้อง เมื่อได้รับกรมธรรม์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉบับกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล ให้ตรวจสอบ 5 จุดสำคัญต่อไปนี้ทันที ข้อมูลผู้เอาประกันภัยและรายละเอียดตัวรถยนต์ ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต รวมถึงหมายเลขตัวถัง (VIN) ว่าตรงกับเล่มทะเบียนรถจริงหรือไม่ หากมีจุดใดสะกดผิดต้องรีบแจ้งบริษัทประกันแก้ไขทันที… Continue reading กรมธรรม์รถยนต์คืออะไร สรุปวิธีอ่าน เช็กง่ายได้ด้วยตัวเอง
ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ให้ความคุ้มครองมากกว่าที่คิด ครอบคลุมทั้งรถเราและคู่กรณี ในราคาเบา ๆ เหมาะสำหรับคนใช้รถทุกวันที่อยากอุ่นใจแต่ไม่อยากจ่ายแพง