การขับรถขณะฝนตกหนักก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ชะล่าใจแค่ 3 วินาทีก็ทำให้ได้รับอันตรายจากการขับรถหน้าฝนได้ เพราะฉะนั้นอย่าล้อเล่นกับระบบเด็ดขาด เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินขึ้นมายิ้มไม่ออกกันแน่นอน มีประกันภัยรถยนต์หรือประกันรถยนต์ออนไลน์คอยดูแลเราอย่างเดียวไม่พอแน่! เราต้องดูแลตัวเองด้วยการขับขี่ที่ถูกต้องตามกฎหมายและห้ามประมาทด้วย ดังนั้นมาดูกันว่ามี Do-Don’t ข้อปฏิบัติ ควร/ไม่ควรทำเมื่อฝนตกหนักอะไรบ้าง! ขับรถยังไงให้ปลอดภัย?
อย่างแรกเราจะมาดูข้อควรปฏิบัติกันก่อน ทำอย่างไรเมื่อต้องขับรถขณะฝนตกหนักเตรียมพร้อมหนีอันตรายจากการขับรถหน้าฝน ห่างไกลจากการเคลมประกันรถยนต์ ดังนี้
เมื่อถึงหน้าฝนสภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไป ถนนลื่นมีน้ำท่วมขัง เราต้องเช็คความพร้อมของรถก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ให้มั่นใจว่ารถของเราจะไม่ไปเกิดปัญหากลางทางเมื่อเจอฝน!
ขับรถขณะฝนตกความสามารถในการมองเห็นลดลงต้องเปิดไฟหน้าไว้ตลอดเวลา เพราะจะช่วยเราสามารถมองเห็นทางได้ชัดเจนและเห็นรถคันข้างหน้ารวมถึงรถคันข้างหลังก็จะมองเห็นเราได้ชัดเจนจากสัญญาณไฟด้วย ซึ่งมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้ดีเยี่ยม ไม่มีช็อตฟีล!
การเว้นระยะปลอดภัยคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดในการขับรถขณะฝนตก! เว้นระยะกับรถคันหน้าจากเดิม 30-45 เมตร แต่เวลาฝนตกให้เว้นแบบคูณ 2 ไปเลย หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจะได้ตั้งตัวรับมือทัน ยิ่งตอนถนนลื่นหรือมีน้ำขังเสี่ยงรถเสียการควบคุมยิ่งต้องอยู่ในระยะปลอดภัย ไม่เช่นนั้นมีอุบัติเหตุตามมาอีกแน่นอน!
เวลาฝนตกไม่ควรขับรถเร็วเด็ดขาด ความเร็วที่ปลอดภัยควรอยู่ที่ 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าหากขับเร็วเกินไปไม่ใช่แค่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือรถเสียหลัก แต่รู้ตัวอีกทีอาจได้ไปเหินน้ำด้วยแน่ๆ
นิสัยการขับรถของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนชินกับการขับรถมือเดียว แต่ถ้าเป็นการขับรถเวลาฝนตกควรจับพวงมาลัยทั้ง 2 มือ เพราะเราต้อง Focus มากกว่าปกติ ต้องบังคับให้ทิศทางของรถอยู่ในจุดที่ปลอดภัยเท่านั้น
รู้สิ่งที่ควรทำกันแล้วต่อมาเรามาดูสิ่งที่ไม่ควรทำกันบ้าง ดังนี้
ขับรถขณะฝนตกหนักถึงความสามารถในการมองเห็นจะน้อยลงก็ไม่ควรเปิดไฟสูง! เพราะไฟสูงของเราจะไปรบกวนสายตารถคันอื่นๆ ที่ขับสวนทางมา จนอาจกลายเป็นสาเหตุให้รถเสียหลัก ส่วนไฟฉุกเฉินเอาไว้เปิดในกรณีที่มีปัญหาแล้วต้องจอดนิ่งเท่านั้น! เพื่อป้องกันการรบกวนรถคันอื่นๆ ขณะขับขี่!
เวลาเหยียบเบรกตอนฝนตก ต้องผ่อนความเร็วของรถลงและค่อยๆ แตะเบรกช้าๆ แบบนุ่มนวล ห้ามเหยียบเบรกแรงๆ เด็ดขาด เพราะอาจทำให้รถเสียหลัก เสียการควบคุมหรือรถลื่นไถลได้ แถมความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบไปยังคนใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย บอกเลยว่าหากไม่เหยียบเบรกอย่างถูกวิธีหรือไม่มีประกันรถยนต์ออนไลน์เก็บไว้ งานช้าง!
ถ้าฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานานสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือน้ำท่วม น้ำขัง ก่อนตัดสินใจลุยควรประเมินความลึกของน้ำว่าสูงกว่าขอบประตูรถด้านล่างหรือไม่? หากพบว่าสูงกว่าไม่แนะนำให้ฝืน ไม่เช่นนั้นอาจต้องเจอกับปัญหาเครื่องยนต์ช็อคกลางน้ำ ค่าซ่อมบำรุงบิลยาวเป็นกิโล! หรือหากประเมินแล้วสามารถขับผ่านไปได้แนะนำให้ปิดแอร์ตลอดการขับขี่เพื่อป้องกันเครื่องยนต์ดับด้วย
ขับรถขณะฝนตกไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพียงแต่เราต้องปฏิบัติให้ถูกวิธีเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ตามคำหลัก Do-Don’t ข้อปฏิบัติ ควร/ไม่ควรและมีผู้ช่วยคอยดูแลอย่างการสมัครประกันรถยนต์ออนไลน์ insurverse มอบความปลอดภัยที่เราเลือกได้เองด้วย! ประกันรถยนต์ราคาดีเฟ่อร์พร้อมยืนเคียงข้างทุกเหตุการณ์ เคลมประกันได้รวดเร็วทันใจ เบี้ยประกันราคาถูกแต่ความคุ้มครองคุ้มมากกก ซื้อแล้วมั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินตอนฝนตกขึ้นมา มีประกันคอยจัดการกับค่าใช้จ่ายจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันให้ได้แน่นอน!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง