ถึงเวลาที่ต้องจ่ายเบี้ยประกันรถยนต์กันแล้วใช้มั้ย มีหลายคนที่ตอนนี้เชื่อว่าหมุนเงินยังไม่ทัน ทำให้ไม่สามารถที่จะชำระเบี้ยเงินประกันรถยนต์ยอดใหญ่ ๆ ได้ ทางบริษัทประกันภัยหลาย ๆ ที่จึงมีให้เลือกผ่อนชำระได้ และบริษัทประกัน insurverse ก็มีให้บริการการผ่อนชำระประกันภัยรถยนต์เช่นกัน เป็นหนึ่งในบริการของบริษัทเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่อยากแบ่งชำระเบี้ย มอบความสะดวกสบายสูงสุดแก่ลูกค้าที่มีความจำเป็น
วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบการผ่อนชำระค่าประกันรถยนต์กับการจ่ายเบี้ยประกันรถยนต์แบบเต็มจำนวน รวมถึง ข้อดีและข้อเสีย ที่คุณจะได้นำไปตัดสินใจในการเลือกชำระค่าเบี้ยประกันที่จะตรงกับความต้องการมากที่สุด
บริษัทประกันภัยส่วนใหญ่จะแบ่งวิธีการชำระเบี้ยประกันภัยรถยนต์ออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทแรกคือ การจ่ายต่ออายุรายปี และอีกวิธีหนึ่งจะแบ่งผ่อนชำระตามข้อตกลงของบริษัท หรือนายหน้าประกันภัยส่วนใหญ่จะคิดเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมตามจำนวนงวดที่ผ่อนชำระ แต่ปัจจุบันด้วยตลาดของบริษัทประที่มีการแข่งขันสูง ทำให้หลายที่มีการออกโปรโมชั่นให้กับลูกค้าสามารถผ่านชำระเบี้ยประกันภัยรถยนต์แบบไม่เสียดอกเบี้ย หรือผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน
การผ่อนประกันภัยรถยนต์จะมีหลากหลายรูปแบบ หรือชำระค่าประกันภัยรถยนต์เป็นงวดผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือชำระค่าประกันภัยรถยนต์เป็นงวดด้วยเงินสด เรียกว่า ผ่อนประกันภัยรถยนต์แบบไม่มีบัตรเครดิต ปัจจุบันบริการผ่อนชำระ 0% หรือไม่มีดอกเบี้ย คุณสามารถเลือกระยะเวลาการให้บริการได้ตั้งแต่ 3 ถึง 10 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทการให้บริการของบัตรเครดิตหรือบริษัทประกันภัยแต่ละแห่งที่จะให้คุณทำการผ่อนแบบไหนบ้าง ซึ่ง insurverse ให้บริการผ่อนชำระเบี้ยประกันผ่านบัตรเครดิตค่ะ
สำหรับใครที่มีเงินไม่ขาดมือ การชำระค่าเบี้ยประกันรถยนต์ด้วยเงินสดอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีมาก ๆ เพราะไม่ต้องเป็นหนี้ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายหรือไม่อยากใช้หนี้ในแต่ละเดือน ราคาเบี้ยประกันภัยต่าง ๆ ปัจจุบันถูกมาก อาจเนื่องมาจากการแข่งขันที่รุนแรง และต้องการแข่งขันให้ลูกค้ากลายเป็นลูกค้าของตัวเองซึ่งทำให้การชำระด้วยเงินสดเต็มจำนวนเป็นที่นิยมมากขึ้น ข้อดีของการจ่ายเงินสดเต็มจำนวน
การซื้อประกันแบบผ่อนชำระจะเอื้อต่อการเพิ่มสภาพคล่องมากขึ้นของลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ซื้อประกันชั้น 1 ที่มีเบี้ยประกันสูง ในเศรษฐกิจแบบนี้การมีสภาพคล่องเป็นสิ่งสำคัญ การมีเงินใช้จ่ายทุกเดือน การมีสภาพคล่องที่ดีหรือมีรายได้เพียงพอที่จะใช้จ่ายต่อเดือนจะทำให้คุณไม่มีหนี้สินเพิ่มขึ้น นอกจากจะได้สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ดอกเบี้ยต่ำแล้ว ยังซื้อประกันรถยนต์แบบผ่อนชำระได้อีกด้วย สำหรับใครที่อยากผ่อนประกันรถยนต์เบา ๆ ด้วยการผ่อนรายเดือนแบบไม่มีดอกเบี้ย สามารถซื้อประกันกับ insurverse ได้เลยทันที
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เปิดมาตรการปรับดอกเบี้ยรถใหม่ 2567 ทุกธนาคาร จากการกำกับใช้โดยภาครัฐ มีอะไรบ้างที่ปรับลด และต่างจากอัตราดอกเบี้ยคงที่อย่างไร มาหาคำตอบกัน
เมื่อคุณตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับกลับมาเป็นหลักฐานยืนยันความคุ้มครองก็คือ “กรมธรรม์รถยนต์” ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับกระดาษหน้าตารางที่มีข้อความและตัวเลขระบุไว้อย่างหนาแน่นจนไม่แน่ใจว่าจะต้องอ่านตรงไหน หรือมีข้อมูลสำคัญอะไรที่ต้องตรวจเช็กบ้าง ความจริงแล้ว กรมธรรม์รถยนต์คือเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกัน การทำความเข้าใจวิธีอ่านหน้าตารางกรมธรรม์จะช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บทความนี้จะสรุปทุกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้ให้เข้าใจง่ายในที่เดียว ทำความเข้าใจกรมธรรม์รถยนต์ สัญญาคุ้มครองความปลอดภัยของคนมีรถ กรมธรรม์รถยนต์ คือเอกสารสัญญาประกันภัยที่ระบุข้อตกลง สิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และขอบเขตความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือพ.ร.บ. รถยนต์ ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี และกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ หรือประกันรถยนต์ (เช่น ชั้น 1, 2+, 3+, 3) ที่ผู้ขับขี่เลือกซื้อเพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจ 5 จุดสำคัญบนหน้าตารางกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องตรวจเช็กให้ถูกต้อง เมื่อได้รับกรมธรรม์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉบับกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล ให้ตรวจสอบ 5 จุดสำคัญต่อไปนี้ทันที ข้อมูลผู้เอาประกันภัยและรายละเอียดตัวรถยนต์ ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต รวมถึงหมายเลขตัวถัง (VIN) ว่าตรงกับเล่มทะเบียนรถจริงหรือไม่ หากมีจุดใดสะกดผิดต้องรีบแจ้งบริษัทประกันแก้ไขทันที… Continue reading กรมธรรม์รถยนต์คืออะไร สรุปวิธีอ่าน เช็กง่ายได้ด้วยตัวเอง
ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ให้ความคุ้มครองมากกว่าที่คิด ครอบคลุมทั้งรถเราและคู่กรณี ในราคาเบา ๆ เหมาะสำหรับคนใช้รถทุกวันที่อยากอุ่นใจแต่ไม่อยากจ่ายแพง