หลายครั้ง คนอยากทำใบขับขี่รถยนต์ มักประสบกับปัญหาสอบไม่ผ่าน หรือไม่มีเตรียมตัวดีเท่าที่ควร พอไปสอบละทำข้อสอบไม่ได้ หากใครที่ต้องการเตรียมตัวก่อนทำข้อสอบใบขับขี่ ก็ควรหาข้อมูลแนวทางของข้อสอบใบขับขี่ไว้ โดยเฉพาะข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ ที่เราต้องรู้กฎหมายการขับขี่ และการจราจรต่างๆ โดยปกติ การไปทำข้อสอบใบขับขี่ จะต้องมีทั้งอบรมภาคทฤษฎี และสอบข้อเขียน ก่อนไปสอบปฏิบัติ สำหรับผู้ที่ทำใบขับขี่เป็นครั้งแรก
ข้อสอบใบขับขี่ จะเป็นภาคทฤษฎี ออกข้อสอบทั้งหมด 50 ข้อ โดยแบ่งเป็น 9 หมวด และต้องสอบให้ได้ 45 ข้อขึ้นไป ถึงจะถือว่าสอบผ่านภาคทฤษฎี ทฤษฎีทั้ง 9 หมวดที่ใช้สอบ ได้แก่
ซึ่งข้อสอบแต่ละหมวดนั้น จะมีความแตกต่างกันออกไป และถ้าใครศึกษามาก่อน หรือตั้งใจฟังตอนอบรม รับรองว่ายังไงก็สอบผ่าน เรามาดูแนวข้อสอบใบขับขี่กันเลยว่า มีแบบไหนบ้าง ขอยกตัวอย่างสัก 2 แนวข้อสอบ แล้วที่เหลือลองคลิกลิ้งค์ ไปทำข้อสอบแต่ละหมวดกันได้เลยนะ
สำหรับแนวข้อสอบใบขับขี่ หมวดกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ คนที่ต้องการทำข้อสอบใบขี่รถยนต์ ต้องรู้ไว้เลย สิ่งที่จะออกสอบ มีดังนี้
กฎหมายจราจรทางบก มีความสำคัญมาก ผู้เตรียมทำข้อสอบใบขับขี่ จะต้องรู้ไว้ ดังนี้
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความรู้ภาคทฤษฎี ที่จะออกในข้อสอบใบขับขี่เท่านั้น หากใครอยากได้แนวข้อสอบ พร้อมเฉลยข้อสอบใบขับขี่ ทางสำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก (สนภ.) กรมการขนส่งทางบก ได้มีการลงแนวข้อสอบทุกหมวด พร้อมเฉลยข้อสอบใบขับขี่ไว้ให้แล้ว ลองเข้ามาดูกันในลิ้งค์นี้เลย
คู่มืออบรม https://shorturl.asia/RZ5TH
สำหรับข้อสอบใบขับขี่รถยนต์เรื่องเครื่องหมายพื้นทาง ผู้เตรียมสอบจะต้องรู้ว่าเครื่องหมายพื้นทางแต่ละแบบ มีความหมายและรายละเอียดยังไง? โดยเครื่องหมายพื้นทางที่ควรจดจำ มีดังนี้ค่ะ
สำหรับข้อสอบใบขับขี่ 2566 เป็นต้นมา จะมีหมวดป้ายบังคับเป็นหมวดที่ช่วยเพิ่มคะแนนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นควรเตรียมทำความเข้าใจและจดจำเรื่องป้ายบังคับบนท้องถนนไปด้วยค่ะ ซึ่งประเภทของป้ายบังคับที่ควรรู้มีดังนี้
ควรรู้เรื่องหมวดป้ายเตือนที่สำคัญต่างๆ เพราะมักออกข้อสอบ อาจจะลองทำข้อสอบใบขับขี่ 2566 พร้อมเฉลยเอาไว้ จะได้เข้าใจป้ายเตือนต่างๆ ที่ควรรู้เพิ่มเติมค่ะ ซึ่งมีหมวดป้ายเตือนดังนี้
นอกจากป้ายบังคับและป้ายเตือนต่างๆ บนท้องถนนยังมีป้ายแนะนำที่นำออกไปข้อสอบใบขับขี่ด้วย ซึ่งป้ายแนะนำที่ควรทราบก็คือ ป้ายระยะทาง, ป้ายสถานที่ต่าง, ป้ายทิศทางและเส้นทาง เป็นต้น
แนวข้อสอบใบขับขี่อีกหนึ่งหมวดที่ออกสอบคือ หมวดมารยาทและจิตสำนึกบนท้องถนน ทั้งการออกตัว, การให้ทางรถ, การขับแซงหรือมารยาทต่างๆ ที่ควรปฏิบัติบนท้องถนน
ข้อสอบใบขับขี่พร้อมเฉลย มีการนำเทคนิคขับรถอย่างปลอดภัยมาออกข้อสอบด้วยค่ะ ซึ่งสามารถแบ่งเทคนิคที่นำเอามาข้อสอบได้เป็นข้อๆ ดังนี้
การตรวจสอบบำรุงรักษารถ ถือเป็นอีกหมวดที่อยู่ในข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ โดยผู้สอบต้องรู้การบำรุงรักษารถเบื้องต้นดังนี้
หลายคนอาจจะเก็งแนวข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ 2567 เอาไว้ แต่ก็ยังมีคำถามมากมายก่อนไปสอบใบขับขี่ ว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะสอบผ่านแน่นอน แล้วถ้าไม่ผ่านจะสอบใหม่ได้ไหม? ไปดูกันเลยค่ะ
อยากสอบใบขับขี่ให้ผ่านตั้งแต่ครั้งแรก ให้ลองหาเฉลยข้อสอบใบขับขี่ 2565 50 ข้อ หรือข้อสอบใบขับขี่ 2566 มาลองทำดูก่อนค่ะ จะได้สอบผ่านภายในวันเดียว พร้อมไปสอบภาคปฏิบัติได้เลยและให้ฝึกซ้อมเรื่องการจอดริมฟุตบาตไม่เกิน 25 cm., การถอยรถเข้าช่องจอด, การขับรถเดินหน้าถอยหลังโดยไม่ให้เครื่องยนต์ดับและอื่นๆ ถ้าทำได้ชำนาญ แค่นี้เมื่อถึงเวลาที่จะต้องไปสอบภาคทฤษฎีหรือปฏิบัติ รับรองว่าสอบผ่านแน่นอนค่ะ
การสอบใบขับขี่จะใช้เวลาประมาณ 2 วัน วันแรกจะมีการมีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย หากยังไม่เคยมีใบขับขี่จะต้องผ่านการอบรมที่สำนักงานกรมการขนส่งทางบกก่อนค่ะ ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง เข้าอบรมช่วงเช้า ตั้งแต่ 09:30-12.00 น. และอบรมอีกครั้งในช่วงบ่ายตั้งแต่เวลา 13:00-15:30 น. ค่ะ จากนั้นในวันที่สอง จะมีการทดสอบข้อเขียนหรือภาคทฤษฎี ซึ่งจะมีเวลาในการทำข้อสอบใบขับขี่ 1 ชั่วโมงค่ะ แนะนำให้มาแต่เช้า เมื่อสอบใบขับขี่ภาคทฤษฏีผ่าน จะได้ทดสอบภาคปฏิบัติต่อในช่วงบ่ายได้เลยค่ะ
ทั้งนี้บางคนอาจต้องลางานแล้วสงสัยว่า ถ้าวันนี้สอบใบขับขี่ไม่ผ่านจะสามารถสอบซ่อมได้กี่ครั้ง? สามารถสอบซ่อมได้จนกว่าจะผ่านค่ะ ในกรณีที่สอบไม่ผ่าน เจ้าหน้าที่จะบันทึกผลและออกใบนัดทดสอบครั้งต่อไปให้ค่ะ โดยนำใบนัดไปสอบใหม่ภายใน 90 วันหลังจากอบรมค่ะ หากเกิน 90 วันไปแล้วยังสอบใบขับขี่ไม่ผ่านจะต้องเริ่มต้นอบรมใบขับขี่ใหม่อีกครั้งค่ะ
การสอบข้อเขียนใบขับขี่สอบได้วันละกี่ครั้ง? โดยปกติการสอบใบขับขี่จะถูกเปิดให้สอบ 5 รอบ/ วัน ตั้งแต่เวลา 09:00-14:00 น. ค่ะ หากผู้สอบไปแต่เช้า อาจจะได้คิวช่วงเช้า, บางคนได้คิวช่วงบ่ายหรือบางคนอาจถูกนัดในวันถัดไป ทั้งนี้ถ้าวันไหนที่สำนักงานกรมขนส่งทางบกคนมาสอบน้อย มีคิวว่าง หากสอบช่วงเช้าไม่ผ่าน สามารถขอสอบใหม่ช่วงบ่ายได้ค่ะ
การสอบข้อเขียนใบขับขี่ผิดได้ไม่เกิน 5 ข้อค่ะ เพราะข้อสอบใบขับขี่ 50 ข้อ ผู้สอบจะต้องทำคะแนนข้อเขียนให้ได้ 45 ข้อ ถึงสอบผ่านค่ะ ซึ่ง 1 ข้อเท่ากับ 1 คะแนน ถ้าคุณทำคะแนนไม่ถึง 45 คะแนน สามารถมาสอบใบขับขี่ใหม่ ในวันที่สะดวกได้ค่ะ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เปิดมาตรการปรับดอกเบี้ยรถใหม่ 2567 ทุกธนาคาร จากการกำกับใช้โดยภาครัฐ มีอะไรบ้างที่ปรับลด และต่างจากอัตราดอกเบี้ยคงที่อย่างไร มาหาคำตอบกัน
เมื่อคุณตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับกลับมาเป็นหลักฐานยืนยันความคุ้มครองก็คือ “กรมธรรม์รถยนต์” ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับกระดาษหน้าตารางที่มีข้อความและตัวเลขระบุไว้อย่างหนาแน่นจนไม่แน่ใจว่าจะต้องอ่านตรงไหน หรือมีข้อมูลสำคัญอะไรที่ต้องตรวจเช็กบ้าง ความจริงแล้ว กรมธรรม์รถยนต์คือเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกัน การทำความเข้าใจวิธีอ่านหน้าตารางกรมธรรม์จะช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บทความนี้จะสรุปทุกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้ให้เข้าใจง่ายในที่เดียว ทำความเข้าใจกรมธรรม์รถยนต์ สัญญาคุ้มครองความปลอดภัยของคนมีรถ กรมธรรม์รถยนต์ คือเอกสารสัญญาประกันภัยที่ระบุข้อตกลง สิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และขอบเขตความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือพ.ร.บ. รถยนต์ ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี และกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ หรือประกันรถยนต์ (เช่น ชั้น 1, 2+, 3+, 3) ที่ผู้ขับขี่เลือกซื้อเพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจ 5 จุดสำคัญบนหน้าตารางกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องตรวจเช็กให้ถูกต้อง เมื่อได้รับกรมธรรม์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉบับกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล ให้ตรวจสอบ 5 จุดสำคัญต่อไปนี้ทันที ข้อมูลผู้เอาประกันภัยและรายละเอียดตัวรถยนต์ ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต รวมถึงหมายเลขตัวถัง (VIN) ว่าตรงกับเล่มทะเบียนรถจริงหรือไม่ หากมีจุดใดสะกดผิดต้องรีบแจ้งบริษัทประกันแก้ไขทันที… Continue reading กรมธรรม์รถยนต์คืออะไร สรุปวิธีอ่าน เช็กง่ายได้ด้วยตัวเอง
ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ให้ความคุ้มครองมากกว่าที่คิด ครอบคลุมทั้งรถเราและคู่กรณี ในราคาเบา ๆ เหมาะสำหรับคนใช้รถทุกวันที่อยากอุ่นใจแต่ไม่อยากจ่ายแพง