เมื่อพูดถึงซิตี้คาร์รุ่นยอดนิยมเชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึง ฮอนด้า ซิตี้ รถยนต์สไตล์ซีดาน 4 ประตู 5 ที่นั่ง ที่มีรุ่นย่อยในตระกูลมากมายนับไม่ถ้วน และในปี 2024 นี้ ทางบริษัท Honda ยังได้เปิดตัวรถไมเนอร์เชนจ์ใหม่ในตระกูลซิตี้ออกมาเพิ่มอีกถึง 6 รุ่นย่อย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ดังนั้นวันนี้ insurverse จึงจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับรถซิตี้คาร์ยอดนิยมรุ่นนี้กัน
ฮอนด้า ซิตี้ 2024 มีด้วยกัน 6 รุ่น ได้แก่ S, V, SV, RS, e:HEV SV และ e:HEV RV เป็นรุ่นท็อปสุด โดยดีไซน์ภายนอกค่อนข้างคลายกันเกือบหมด ตัวถังรถมีความยาวประมาณ 4,580 มม. กว้าง 1,748 มม. สูง 1,467 มม. ความยาวฐานล้อ 2,589 มม. และความสูงใต้ท้องรถ 134 มม. ติดตั้งกระจังหน้าโครเมียม, ไฟหน้าแบบฮาโลเจน โปรเจกเตอร์ (Halogen Projector), ไฟท้ายแบบ LED, กระจกมองข้างพับได้ด้วยระบบไฟฟ้า และมีเสาอากาศครีบฉลามติดตั้งอยู่ตอนท้ายของหลังคา ใช้ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว แต่รุ่น RS ขึ้นไปจะได้ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว
ในส่วนของห้องโดยสารจะใช้ธีมสีดำ-แดงเป็นหลัก วัสดุหุ้มเบาะที่นั่งมีทั้งผ้าและหนังแท้ผสมหนังสังเคราะห์ ทุกรุ่นติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติ สั่งงานจากระยะไกลด้วยรีโมต พร้อมระบบกุญแจสมาร์ตคีย์ ติดตั้งมาตรวัดการขับขี่แบบจอสีขนาด 4.2 นิ้ว และมีจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว บริเวณคอนโซลกลาง รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนทั้ง Apple CarPlay และ Android
เครื่องยนต์ของ ฮอนด้า ซิตี้ 2024 มีด้วยกัน 2 รุ่น
ฮอนด้า ซิตี้ 2024 ทุกรุ่นมาพร้อมระบบความปลอดภัย Honda SENSING ซึ่งประกอบด้วยระบบสำคัญ 5 ระบบ ได้แก่ ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS), ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW), ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) และระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN) แต่สำหรับรุ่น e:HEV จะติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC with LSF) เพิ่มเข้ามาให้อีกหนึ่งระบบ
นอกจากนี้รถทุกรุ่นยังมีระบบความปลอดภัยมาตรฐานของ Honda อีกหลายระบบ เช่น ระบบแสดงภาพมุมอับ (Honda LaneWatch), ระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อกุญแจอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock), ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมระบบปรับอากาศด้วยกุญแจ (Remote Engine Start), ระบบเบรก (ABS/EBD), ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA, ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) เป็นต้น
สำหรับ ฮอนด้า ซิตี้ ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ทั้ง 6 รุ่นย่อยมีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ได้แก่ สีดำ (Crystal Black Pearl), สีเงิน (Lunar Silver Metallic), สีเทา (Meteoroid Gray Metallic), สีน้ำเงิน (Obsidian Blue Pearl) มีเฉพาะรุ่น e:HEV, สีแดง (Ignite Red) มีเฉพาะรุ่น RS และ e:HEV RS), สีขาว (Platinum White Pearl) มีทุกรุ่นยกเว้นรุ่น V และสีขาว (Taffeta White) มีเฉพาะรุ่น V ส่วนราคาจำหน่ายของรถทั้ง 6 รุ่นย่อยมีดังนี้
ทั้งหมดนี้คือรายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับรถ ฮอนด้า ซิตี้ 2024 รุ่นใหม่ที่เรารวบรวมมาฝากกันในวันนี้ และสำหรับผู้ที่วางแผนจะออกรถใหม่ในเร็ว ๆ นี้ก็อย่าลืมทำ ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับตัวแทนหรือบริษัทประกันที่น่าเชื่อถือเพื่อเพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่ด้วยความคุ้มครองที่คุ้มค่า หรือหากใครที่มีงบประมาณในกระเป๋าไม่มาก เป็นห่วงเรื่องค่าเบี้ยประกันก็สามารถ เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ ออนไลน์เพื่อหาแผนการทำประกันที่เหมาะกับตัวเองได้ ข้อสำคัญคือควรทำประกันเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นประกันชั้นไหนก็ตาม เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันจะได้มีคนช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ไม่มากก็น้อย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง