หากผู้ใช้รถอยากจะเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถ เพราะรู้สึกว่าอยากได้เลขที่มงคลกว่านี้ ด้วยเหตุผลในการใช้รถทำมาหากินทุกวัน หรือบางคนอาจจะอยากเปลี่ยนเพราะป้ายมันดูเก่าเฉย ๆ แต่ยังไม่รู้ว่าวิธีเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถต้องทำอย่างไรบ้าง และใช้เอกสารอะไรในการเข้าไปติดต่อกับสำนักงานขนส่ง วันนี้ insurverse เราจะมาไขข้อสงสัยทุกอย่างเกี่ยวกับการเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถให้ทุกคนได้รู้เอง
โดยส่วนมาก ผู้ใช้รถมักจะอยากเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถอยู่ 2 กรณีเท่านั้น นั่นก็คือ การเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถเพราะมันซีดจาง ซึ่งในหมวดป้ายทะเบียนบางหมวดอักษร เคยมีปัญหาตัวอักษรกับตัวเลขลอกออกมาจริง จึงจำเป็นต้องเปลี่ยน และอีกกรณีหนึ่ง ก็คือ เลขป้ายทะเบียนไม่สวยตรงความต้องการ หรือไม่เป็นมงคลตามความเชื่อนั่นเอง
การเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถเพราะสีซีดจาง เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในผู้ใช้รถ ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้งาน ที่ต้องจอดตากแดด ตากฝนอยู่ทุกวัน หรืออาจเป็นเพราะใช้ป้ายทะเบียนบางหมวดอักษรที่ผลิตออกมาไม่ดี อย่างเช่น หมวดอักษร ฎ0000 ที่แตกลายงาทั้งล็อต และกลายเป็นข่าวอยู่พักหนึ่ง อย่างนี้ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนเพื่อการใช้งาน ไม่อย่างนั้นจะเข้าข่ายผิดกฎหมายในการใช้รถบนท้องถนนนั่นเอง
อีกกรณีหนึ่ง ก็คือการเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถเพื่อขอเลขทะเบียนใหม่ เพราะรู้สึกไม่ชอบป้ายเดิม หรือตัวเลขยังไม่มงคลในการใช้งานตามความเชื่อ กรณีนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน เพียงแค่เข้าไปดำเนินการที่สำนักงานขนส่ง พร้อมเตรียมเอกสาร และเงินค่าธรรมเนียมในการขอเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถให้พร้อมเท่านั้น
เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นเรื่อง พร้อมวิธีเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถกับทางสำนักงานขนส่ง จะมีทั้งหมด ดังนี้
เอกสารที่ต้องใช้
วิธีเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถ
หากอยากเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถเป็นจังหวัดที่ย้ายไปอยู่ ก็สามารถทำได้ เพียงแต่ต้องไปยื่นเรื่องที่สำนักงานขนส่งในพื้นที่จังหวัดเดิม เพื่อแจ้งความประสงค์ในการย้ายออก แต่ยังคงต้องการใช้หมายเลขทะเบียนเดิมอยู่แล้วจึงค่อยทำการไปแจ้งที่สำนักงานขนส่งในพื้นที่จังหวัดใหม่ที่อยู่อาศัย จะเป็นวิธีเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถที่รวดเร็วกว่าการแจ้งที่จังหวัดปลายทางเท่านั้น
การย้ายป้ายทะเบียนรถ ข้ามจังหวัด จะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไปตามขนาดรถ ซึ่งจะมีรายละเอียดค่าธรรมเนียม ดังนี้
ย้ายป้ายทะเบียนรถข้ามจังหวัด จะใช้เวลาไม่เกิน 3 – 4 วัน ในการดำเนินเรื่องแจ้งย้ายออกจากจังหวัดเดิม แจ้งย้ายเข้าที่จังหวัดใหม่ และนำรถไปตรวจสภาพพร้อมรับป้ายทะเบียนใหม่
การเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถใหม่ ควรแจ้งประกันไว้จะดีที่สุด เพื่อให้ข้อมูลในระบบมีการอัปเดต และง่ายต่อการเคลมประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เพราะถึงแม้จะยังสามารถเคลมประกันได้ตามปกติ จากการเช็กที่เลขตัวถังรถ แต่การแจ้งข้อมูลที่อัปเดต จะช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการตรวจสอบข้อมูลออกไปนั่นเอง
และทั้งหมดนี้ ก็คือวิธีเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถ ที่ผู้ใช้รถทุกคนสามารถเตรียมเอกสาร และยื่นเรื่องเองได้สำนักงานขนส่ง หรือหากไม่มีเวลา ก็สามารถเซ็นมอบอำนาจได้เช่นกัน จึงไม่ยุ่งยากอย่างที่หลายคนคิดกันเลย และอีกหนึ่งเรื่องที่ insurverse เราอยากฝากไว้ ก็คือการทำประกันรถยนต์ ที่ผู้ใช้รถควรทำติดเอาไว้ เพราะเราไม่รู้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อม หรือชดเชยเอง แต่หากอยากได้ประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่ไม่รู้จะเลือกทำที่ไหน insurverse เราก็พร้อมดูแล ด้วยประเภทประกันที่หลากหลาย และสามารถปรับแต่งเพื่อรับความคุ้มครองได้ด้วยตัวคุณเองไปเลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง