ประกันรถยนต์เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเจ้าของรถทุกคน เพราะช่วยคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การโจรกรรม ไฟไหม้หรือน้ำท่วม การเลือกประกันรถยนต์ที่เหมาะสมกับรถของคุณก็เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง เพราะจะช่วยให้คุณประหยัดเงินและได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสม ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับประกันรถยนต์แต่ละประเภท ว่ามีความคุ้มครองอย่างไร เพื่อให้คุณสามารถเลือกประกันรถยนต์ที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ
เป็นประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองมากที่สุด ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณีก็ตาม ให้ความคุ้มครองทั้งผู้ขับขี่ฝั่งผู้เอาประกัน ผู้ขับขี่ฝั่งคู่กรณี ความเสียหายต่อรถของผู้เอาประกันและรถของคู่กรณี นอกจากนี้ยังให้ความคุ้มครองในส่วนของรถไฟไหม้ น้ำท่วมและถูกโจรกรรมด้วย จึงเหมาะกับรถใหม่ที่มีอายุไม่เกิน 3-5 ปี มือใหม่หัดขับ แต่มีข้อเสียคือเป็นประกันภัยรถยนต์ที่มีค่าเบี้ยที่แพงที่สุดและรับทำประกันให้กับรถที่มีอายุไม่เกิน 7 ปี เท่านั้น
เป็นประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองรองมาจากประกันชั้น 1 เพียงแต่ในส่วนของความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับรถ จะให้ความคุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับยานพาหนะทางบกด้วยกันและมีคู่กรณีเท่านั้น ไฟไหม้ รถหาย ก็ยังให้ความคุ้มครองด้วยเช่นกัน เว้นแต่กรณีรถโดนน้ำท่วมที่ประกันชั้น 2+ จะไม่ให้ความคุ้มครอง จึงเหมาะกับคนที่มีความชำนาญในการขับขี่รถยนต์ หรือรถยนต์มีอายุมากกว่า 5 ปี ขึ้นไป
ประกันรถยนต์ชั้น 2 จะให้ความคุ้มครองเฉพาะผู้บาดเจ็บ ทุพพลภาพหรือเสียชีวิต สำหรับผู้เอาประกันและบุคคลภายนอก ซ่อมรถและชดเชยความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเท่านั้น จะไม่คุ้มครองความเสียหายของรถผู้เอาประกัน ทำให้ประกันชั้น 2 มีค่าเบี้ยค่อนข้างถูก เหมาะกับรถเก่ามีอายุเกินกว่า 7 ปีขึ้นไป และไม่ค่อยได้ใช้งานหรือนาน ๆ ใช้งานสักครั้ง แต่ต้องการความคุ้มครองอยู่ โดยเฉพาะในส่วนของรถหายและไฟไหม้
เป็นประกันที่มีความคุ้มค่าอีกกรมธรรม์หนึ่งสำหรับรถเก่า เพราะให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งในส่วนของผู้บาดเจ็บและรถยนต์ทั้งในส่วนของผู้เอาประกันและคู่กรณี แต่เฉพาะการเกิดอุบัติเหตุด้วยยานพาหนะทางบกและมีคู่กรณีเท่านั้น จึงเหมาะกับรถเก่า คนขับมีประสบการณ์สูง เน้นความประหยัด แต่ไม่คุ้มครองกรณีรถหาย ไฟไหม้ เหมือนประกันรถชั้น 2+
สำหรับประกันรถยนต์ชั้น 3 จะรับผิดชอบต่อค่ารักษาพยาบาล ชีวิต ของทั้งผู้เอาประกันและบุคคลภายนอก รับผิดชอบค่าความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก แต่ไม่คุ้มครองค่าความเสียหายต่อรถยนต์ของผู้เอาประกัน ไม่คุ้มครองกรณีรถหาย ไฟไหม้ เหมือนประกันชั้น 2
การเลือกประกันรถยนต์แต่ละประเภทให้คุ้มค่าขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ประเภทของรถ มูลค่าของรถ ประวัติการขับขี่ การติดตั้งกล้อง ความต่อเนื่องในการทำประกันเจ้าเดิมหรือโปรโมชันย้ายไปตัวแทนใหม่ หรือเลือกจากสไตล์การขับขี่และความถี่การใช้รถยนต์ หากรถของคุณยังใหม่และมีราคาแพง อายุรถน้อยกว่า 5 ปี เป็นมือใหม่เพิ่งขับรถได้ไม่นาน แนะนำให้เลือกใช้ประกันรถยนต์ชั้น 1 เพราะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุด แต่ถ้าคุณมีความชำนาญ ประสบการณ์ในการขับขี่ดี ไม่มีประวัติเคลม รถมีอายุเกินกว่า 5 ปีประกันรถชั้น 2+ และ 3+ ดูจะเหมาะสมและตอบโจทย์มากที่สุด แต่ถ้ารถคุณเก่ามีอายุเกิน 7 ปี ขึ้นไป ใช้น้อย ขับบริเวณใกล้บ้าน ประกันชั้น 2 และชั้น 3 น่าจะมีความเหมาะสมกับคุณมากที่สุดและมีค่าเบี้ยที่ค่อนข้างถูกด้วย
นอกจากนี้ คุณควรเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์แต่ละประเภท จากบริษัทประกันหลายแห่งก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับราคาที่ดีที่สุด แนะนำบริการของ Insurverse หนึ่งในเครือทิพยประกันภัย ผู้ให้บริการประกันภัยออนไลน์ สามารถเปรียบเทียบข้อเสนอ ราคาค่าเบี้ยได้ด้วยตนเองแค่คลิก เช็กเบี้ยเลยที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว