การเกิดอุบัติเหตุโดยไม่มีคู่กรณี หลายคนคิดว่าอาจจะเคลมประกันรถยาก และต้องเสียส่วนต่างหลายบาท ใครที่กำลังจะทำประกันรถยนต์ต้องรู้ก่อนว่า หากเกิดอุบัติแบบนี้ทำให้ต้องเสียค่า excess เริ่มต้น 1,000 บาท ไปจนถึงหลักเกือบหมื่นได้ ดังนั้นวันนี้ทาง insurver จึงจะมาบอกเทคนิคเคลมประกันรถยนต์ ไม่มีคู่กรณี และไม่ต้องเสียค่า excess เกิดขึ้นได้จริง
ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าการทำเบี้ยประกันเพื่อเคลมประกันรถ จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนในการจ่ายส่วนแรกของการทำประกันรถ ดังนี้
การจ่ายแบบสมัครใจ ซึ่งการจ่ายแบบนี้ จะรวมกับเบี้ยประกันที่ต่อในแต่ละปี อาทิ ต้องจ่ายเบี้ยประกัน 13,000 บาท แต่หากคุณสมัครใจจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก 3,000 บาท เบี้ยประกันก็จะจ่ายเพียง 10,000 บาทเท่านั้น
และในกรณีที่สอง คือการจ่ายส่วนแรกแบบบังคับ นั้นก็คือ ค่า excess เคลมรอบคัน นั้นเอง ถึงแม้ว่าคุณจะมีเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1 อยู่ในมือ แต่หากเกิดรอยขูด หรือไปชนเสาไฟ ชนกำแพง ในส่วนนี้ทำให้ไม่มีคู่กรณี ก็ทำให้ต้องเสียค่า excess ให้กับบริษัทประกัน ซึ่งจะเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ตามแต่ดุลยพินิจของประกันตีราคามา แต่ทว่าไปแล้วก็ยังมีเทคนิคที่ไม่ต้องเสียในส่วนนี้อยู่
วันนี้ทาง insurverse จะมาบอกเทคนิคดีๆ ที่ไม่ต้องเสียค่า excess ให้กับบริษัทประกัน และยังได้รับเคลมอีกด้วย โดยมีทั้งหมด 5 เทคนิค จากกรณีของผู้ต้องเคลมจริง ดังนี้
ในกรณีที่ผู้ถือกรมธรรม์เจอรอยขีดขวน หรือไปชนมา ในส่วนของไม่มีคู่กรณีเป็นรถยนต์อีกฝ่าย ให้รีบแจ้งบริษัทประกันทันที เพราะบริษัทจะเล็งเห็นว่าเป็นการเคลมสด หรือเคลม ณ บริเวณที่เกิดเหตุ ทำให้การเคลมประกัน ไม่เสียค่า excess และยังง่ายต่อการพิจารณาของตัวแทนประกันอีกด้วย
กรณีที่เจอรอยขูด หรือรถยนต์ต้องการเคลมประกันรถ ไม่ควรตอบตัวแทนประกันไปว่า “ไม่รู้ว่าไปชนอะไรมา” “จำเหตุการณ์ไม่ได้” หรือในกรณีที่พึ่งมาเห็นรอยทีหลัง ให้จำลองเหตุกาณ์ง่ายๆ ณ บริเวณที่รถจอด หรือสถานการณ์ที่รถอยู่ มองไปรอบๆ อาทิ รถชนราวตากผ้า ชนฟุตบาท ชนต้นไม้ แบบนี้จะทำให้บริษัทเล็งเห็นว่ามีคู่กรณีนั้นเอง
ในกรณีส่งเคลมประกันไม่อยากเสียค่า excess ให้ส่งเคลมครั้งละ 5 ชิ้น หรือน้อยกว่านี้ ในกรณี 1-2 ครั้งแรกเท่านั้น เพราะตัวบริษัทจะทำตามเงื่อนไขของสัญญากรมธรรม์ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับบางบริษัทเช่นกัน หรือควรจะแบ่งส่งซ่อมเพื่อให้ไม่เสียค่า excess หลายบาท
ถึงแม้ว่าบางกรณีในการเกิดอุบัติเหตุ อาทิ การชนสิ่งต่างๆ ก็อาจจะทำให้แผลลึก รอยบุบใหญ่ หรือแม้กระทั้งเกิดรอยแตกใหญ่ ซึ่งในกรณีนี้แทบไม่ต้องอธิบายกับตัวแทนประกันเลย เพราะทางบริษัทจะเล็งเห็นได้ดีว่าเป็นการเกิดเหตุที่รุนแรง เคลมประกันรถก็จะง่ายมากยิ่งขึ้น และทางตรงกันข้ามหากเกิดแผลที่น้อยก็อาจจะต้องเสียเริ่มต้นที่ 1,000 บาทนั้นเอง
ในกรณีที่เกิดความเสียหายรอบคัน ต้องขยันแจ้งกับเจ้าหน้าที่ เพราะส่วนต่าง ประกันชั้น 1 กับการเสียค่า excess บอกเลยว่าแพงมาก เริ่มต้นที่ 6,000 – 8,000 บาทได้ ดังนั้นไม่ควรแจ้งเคลมทีเดียวพร้อมกัน ต้องคอยๆขยันแจ้งไปทีละอาการที่เกิดขึ้น จะทำให้เสียน้อยกว่าเยอะมาก
การเคลมประกันรถยนต์แบบที่ไม่ต้องเสียค่า excess ควรจะเป็นในกรณีที่ผู้ขับขี่ถือกรมกรรม์ประกันชั้น 1 เท่านั้น หมายความว่าใครที่กำลังถือประกันชั้น 2 ขึ้นไป ในกรณีที่ไม่มีคู่กรณีก็ต้องจำเป็นเสียค่าส่วนต่างแรกเอง ดังนั้นใครกำลังจะเคลมในกรณีไม่อยากเสียค่า excess เยอะ และกำลังคิดว่าค่า excess คิดอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด ไม่ต้องเสียหายหลายบาท กำลังมองหาบริษัทประกันที่น่าไว้ใจ ดูแลดี เคลมเร็ว และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ ให้ insurverse เป็นหนึ่งในตัวเลือก มีตั้งแต่ประกันชั้น 1 – 3 เหมาะกับรถของคุณแน่นอน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง