พ.ร.บ.ที่เรารู้จักกันนั้น คือการประกันภัยรถยนต์อย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นการทำโดยมีข้อบังคับทางกฎหมายกำหนดไว้ หลายคนจึงมีข้อสงสัยว่า ในเมื่อ พ.ร.บ. คือการประกันรถแล้วทำไมจึงมีกรมธรรม์ของบริษัทประกันอีกมากมายหลายแห่งมาเสนอขายให้กับเรา ถ้ามี พ.ร.บ. อยู่แล้ว เรายังต้องซื้อประกันรถยนต์อีก หรือหลายคนอาจจะคิดว่า พ.ร.บ. กับการประกันรถยนต์นั้นเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองอย่างนี้มีความแตกต่างกัน
ความแตกต่างข้อแรกคือ พ.ร.บ. รถยนต์ มีเพียงแบบเดียวตามที่กฎหมายกำหนด แต่ประกันรถยนต์มีให้เลือกหลายแบบ
ความคุ้มครองแตกต่างกัน สำหรับ พ.ร.บ. นั้น หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจะคุ้มครองเฉพาะบุคคลที่ประสบภัยจากรถยนต์ ได้แก่ ผู้ขับ ผู้โดยสาร ผู้สัญจร ที่ได้รับบาดเจ็บ แต่จะไม่คุ้มครองรถยนต์ที่พังเสียหาย ส่วนประกันภัยรถภาคสมัครใจนั้นจะให้ความคุ้มครองถึงตัวรถด้วย โดยมีวงเงินและความคุ้มครองตามแต่ละประเภทของการประกัน
แม้ว่าการทำประกันรถยนต์จะไม่ได้มีกฎหมายบังคับ ผู้ที่มีรถจะทำหรือไม่ก็ได้ แต่แนะนำว่าควรทำไว้เพราะถ้าดูจากความแตกต่างของ พ.ร.บ. กับการประกันที่กล่าวไว้ในตอนต้นจะเห็นว่า พ.ร.บ.ไม่ได้ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมถึงความเสียหายของตัวรถ ซึ่งคงเป็นไปได้ยากที่ว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วรถของเราจะไม่เสียหาย ดังนั้น การที่รถของเรามีแต่ พ.ร.บ. เพียงอย่างเดียว เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น รถเสียหายโดยที่ผู้ขับเป็นฝ่ายผิด ก็จะต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าซ่อมเอง ยกเว้นว่าคู่กรณีเป็นฝ่ายผิด ก็สามารถรอเรียกค่าเสียหายจากคู่กรณีได้แต่ก็ต้องใช้เวลานานในการพิสูจน์ความผิด แต่ถ้าซื้อประกันรถยนต์เพิ่มก็ตัดความกังวลใจในเรื่องนี้ไปได้เลย
คำตอบสำหรับข้อนี้คือ ไม่ได้อย่างแน่นอน ไม่ใช่ผิดกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่รถที่ไม่มี พ.ร.บ. ยังไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้อีกด้วย การต่อภาษีรถยนต์เป็นเรื่องสำคัญสำหรับรถทุกคัน หากขาดการต่อภาษีจะถูกปรับและถ้าขาดเป็นเวลานานเกิน 3 ปี ทะเบียนรถก็จะถูกระงับ ใช้ไม่ได้ ต้องไปยื่นเรื่องขอป้ายทะเบียนใหม่ เสียทั้งค่าปรับและยุ่งยากในการดำเนินการ
นอกจากนี้ การที่รถมีพ.ร.บ. ยังเป็นหลักประกันที่ดีที่ผู้บาดเจ็บจะได้รับความคุ้มครองและความรับผิดชอบค่าเสียหายจาก พ.ร.บ.ทันที หากต้องเข้าโรงพยาบาลฉุกเฉิน โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าฝ่ายใดผิดหรือฝ่ายใดถูก เพราะพ.ร.บ.จะคุ้มครองผู้บาดเจ็บทุกคนที่ประสบภัยจากรถ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองอย่างนี้ต่างก็มีประโยชน์ต่อเจ้าของรถ ผู้โดยสาร และผู้สัญจรทุกคน เมื่อมี พ.ร.บ.แล้วก็ควรทำประกันรถเพิ่มไว้เพื่อความอุ่นใจมากยิ่งขึ้น และหากต้องการซื้อ พ.ร.บ. หรือซื้อประกันรถยนต์ สามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดของแผนประกันต่าง ๆ ได้ที่นี่ ทำประกันกับ Insurverse มั่นใจได้ว่าเมื่อถึงเวลาเกิดอุบัติเหตุทุกครั้ง คุณจะได้รับบริการที่ดี รวดเร็ว เคลมไว และได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่า
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เปิดมาตรการปรับดอกเบี้ยรถใหม่ 2567 ทุกธนาคาร จากการกำกับใช้โดยภาครัฐ มีอะไรบ้างที่ปรับลด และต่างจากอัตราดอกเบี้ยคงที่อย่างไร มาหาคำตอบกัน
เมื่อคุณตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับกลับมาเป็นหลักฐานยืนยันความคุ้มครองก็คือ “กรมธรรม์รถยนต์” ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับกระดาษหน้าตารางที่มีข้อความและตัวเลขระบุไว้อย่างหนาแน่นจนไม่แน่ใจว่าจะต้องอ่านตรงไหน หรือมีข้อมูลสำคัญอะไรที่ต้องตรวจเช็กบ้าง ความจริงแล้ว กรมธรรม์รถยนต์คือเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกัน การทำความเข้าใจวิธีอ่านหน้าตารางกรมธรรม์จะช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บทความนี้จะสรุปทุกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้ให้เข้าใจง่ายในที่เดียว ทำความเข้าใจกรมธรรม์รถยนต์ สัญญาคุ้มครองความปลอดภัยของคนมีรถ กรมธรรม์รถยนต์ คือเอกสารสัญญาประกันภัยที่ระบุข้อตกลง สิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และขอบเขตความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือพ.ร.บ. รถยนต์ ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี และกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ หรือประกันรถยนต์ (เช่น ชั้น 1, 2+, 3+, 3) ที่ผู้ขับขี่เลือกซื้อเพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจ 5 จุดสำคัญบนหน้าตารางกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องตรวจเช็กให้ถูกต้อง เมื่อได้รับกรมธรรม์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉบับกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล ให้ตรวจสอบ 5 จุดสำคัญต่อไปนี้ทันที ข้อมูลผู้เอาประกันภัยและรายละเอียดตัวรถยนต์ ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต รวมถึงหมายเลขตัวถัง (VIN) ว่าตรงกับเล่มทะเบียนรถจริงหรือไม่ หากมีจุดใดสะกดผิดต้องรีบแจ้งบริษัทประกันแก้ไขทันที… Continue reading กรมธรรม์รถยนต์คืออะไร สรุปวิธีอ่าน เช็กง่ายได้ด้วยตัวเอง
ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ให้ความคุ้มครองมากกว่าที่คิด ครอบคลุมทั้งรถเราและคู่กรณี ในราคาเบา ๆ เหมาะสำหรับคนใช้รถทุกวันที่อยากอุ่นใจแต่ไม่อยากจ่ายแพง