น้ำมันเครื่องรถยนต์มีหน้าที่ในการหล่อลื่นเครื่องยนต์และปกป้องชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในเครื่องยนต์ไม่ให้เกิดการสึกหรอจากการทำงาน น้ำมันเครื่องรถยนต์มีหลายชนิด แต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องยนต์และการใช้งาน โดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิดได้แก่ 1.น้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน 2. น้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล แต่ละชนิดก็จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามการใช้งานดังนี้
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เป็นน้ำมันที่ผลิตจากสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งมีคุณสมบัติทนความร้อนสูง ป้องกันการสึกหรอได้ดี เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ที่มีการใช้งานอยู่เป็นประจำหรือเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่มีเทคโนโลยีสูง
น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์เป็นน้ำมันเครื่องที่มีประสิทธิภาพรองลงมา ผลิตจากน้ำมันดิบและสารเคมีสังเคราะห์ผสมกัน ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ แต่มีราคาถูกกว่า เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ทั่วไปที่มีการใช้งานไม่หนักมาก
น้ำมันเครื่องธรรมดา เป็นน้ำมันเครื่องที่ผลิตจากน้ำมันดิบที่ผ่านการกลั่น มีคุณสมบัติทนความร้อนต่ำ ป้องกันการสึกหรอได้ไม่ดีนัก เหมาะสำหรับเครื่องยนต์เก่าหรือเครื่องยนต์ที่มีการใช้งานไม่หนักมาก ซึ่งปัจจุบันหาซื้อได้ยาก เพราะรถรุ่นใหม่ ๆ เน้นการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูง
หากจะกล่าวถึงคุณภาพของน้ำมันเครื่องรถยนต์ คงต้องยกให้กับน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ เพราะให้การปกป้องการเสียดสี การสึกหรอของเครื่องยนต์ สามารถทนความร้อนสูง ได้ดีกว่าน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์และน้ำมันเครื่องธรรมดา แต่ด้วยคุณภาพที่สูงย่อมนำมาซึ่งราคาที่ค่อนข้างแพงกว่าน้ำมันเครื่องทั้ง 2 ชนิดที่กล่าวมา สำหรับใครที่มีทุนทรัพย์และใช้งานรถทุกวัน เดินทางเป็นระยะทางไกลบ่อย ๆ น้ำมันเครื่องสังเคราะห์สามารถตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ในส่วนของคนที่ใช้งานรถน้อย 6 เดือนขับไม่ถึง 10,000 กิโลเมตร การเลือกใช้น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ดูจะคุ้มค่ากว่า เพราะราคาจะถูกกว่ามาก
นอกจากประเภทของน้ำมันเครื่องแล้ว สิ่งที่เจ้าของรถต้องรู้อีกอย่างคือ ความหนืดของน้ำมันเครื่อง ที่แตกต่างกัน โดยความหนืดจะมีการบอกเป็นตัวเลขตั้งแต่เลข 5-10-15-20-30-40-50-60 ยิ่งตัวเลขมากเท่าใดความหนืดของน้ำมันก็จะมีมากขึ้น เช่น 10W-40 หมายความว่าน้ำมันมีค่าความหนืดที่ 40 เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพอากาศที่ร้อน เป็นต้น แต่โดยส่วนใหญ่แล้วการเลือกใช้น้ำมันเครื่องรถยนต์จะถูกระบุลงมาในคู่มือรถยนต์ ดังนั้น หากต้องการที่จะเปลี่ยนเบอร์ควรสอบถามไปยังศูนย์บริการรถยนต์ เพื่อที่จะถามให้แน่ชัดว่าเปลี่ยนได้หรือไม่ เพราะถ้าหากเปลี่ยนผิดอาจทำให้เครื่องยนต์ได้รับความเสียหายจนถึงขั้นพังเลยก็เป็นได้
นอกจากนี้การเลือกแบรนด์ผู้ผลิตน้ำมันเครื่องรถยนต์ก็มีส่วนสำคัญไม่น้อย ขึ้นอยู่กับเจ้าของรถจะชื่นชอบแบรนด์ใดเป็นพิเศษหรือไม่และที่สำคัญอย่าลืมทำประกันรถยนต์ภาคบังคับและภาคสมัครใจเอาไว้ด้วย เช่น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เพราะไม่เพียงแต่ให้ความคุ้มครองชีวิต ยังคุ้มครองรถยนต์ที่คุณรักเมื่อเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย insurverse หนึ่งในบริษัทประกันออนไลน์ ในเครือทิพย ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง มีกรมธรรม์ประกันภัยหลากหลายให้เลือก มั่นใจในทุกเส้นทาง จ่ายเงินค่าเบี้ย คุ้มครองทันที ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ประกันรถยนต์ ประกันเดินทาง ครบจบในเว็บเดียว เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อคุณตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับกลับมาเป็นหลักฐานยืนยันความคุ้มครองก็คือ “กรมธรรม์รถยนต์” ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับกระดาษหน้าตารางที่มีข้อความและตัวเลขระบุไว้อย่างหนาแน่นจนไม่แน่ใจว่าจะต้องอ่านตรงไหน หรือมีข้อมูลสำคัญอะไรที่ต้องตรวจเช็กบ้าง ความจริงแล้ว กรมธรรม์รถยนต์คือเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกัน การทำความเข้าใจวิธีอ่านหน้าตารางกรมธรรม์จะช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บทความนี้จะสรุปทุกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้ให้เข้าใจง่ายในที่เดียว ทำความเข้าใจกรมธรรม์รถยนต์ สัญญาคุ้มครองความปลอดภัยของคนมีรถ กรมธรรม์รถยนต์ คือเอกสารสัญญาประกันภัยที่ระบุข้อตกลง สิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และขอบเขตความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือพ.ร.บ. รถยนต์ ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี และกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ หรือประกันรถยนต์ (เช่น ชั้น 1, 2+, 3+, 3) ที่ผู้ขับขี่เลือกซื้อเพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจ 5 จุดสำคัญบนหน้าตารางกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องตรวจเช็กให้ถูกต้อง เมื่อได้รับกรมธรรม์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉบับกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล ให้ตรวจสอบ 5 จุดสำคัญต่อไปนี้ทันที ข้อมูลผู้เอาประกันภัยและรายละเอียดตัวรถยนต์ ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต รวมถึงหมายเลขตัวถัง (VIN) ว่าตรงกับเล่มทะเบียนรถจริงหรือไม่ หากมีจุดใดสะกดผิดต้องรีบแจ้งบริษัทประกันแก้ไขทันที… Continue reading กรมธรรม์รถยนต์คืออะไร สรุปวิธีอ่าน เช็กง่ายได้ด้วยตัวเอง
ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ให้ความคุ้มครองมากกว่าที่คิด ครอบคลุมทั้งรถเราและคู่กรณี ในราคาเบา ๆ เหมาะสำหรับคนใช้รถทุกวันที่อยากอุ่นใจแต่ไม่อยากจ่ายแพง
ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง แตกต่างจากประกันชั้น 3+ อย่างไรหาคำตอบได้ในบทความนี้ พร้อมแนะนำประกันชั้น 3 เบี้ยถูก รถอายุ 30 ปี ก็ซื้อประกันออนไลน์ได้