แม้ประเทศไทยจะเป็นเมืองร้อน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เมื่อเข้าหน้าฝนทีไร ฝนฟ้าก็โหมกระหน่ำลงมาจนทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ลดลงจนน่ากลัว เวลาขับรถตอนฝนตก จึงมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเป็นอย่างมาก การทำประกันภัยรถยนต์ติดเอาไว้ จึงเป็นเกราะป้องกันชั้นดีในการขับรถหน้าฝนที่ทุกคนควรมี วันนี้ insurverse เลยมีทริกดี ๆ ในการขับรถตอนฝนตกมาฝาก พร้อมเหตุผลว่าทำไมประกันรถยนต์ชั้น 1 ถึงเป็นอะไรที่ตอบโจทย์คนใช้รถที่สุด
เพราะการขับรถหน้าฝนในช่วงที่ฝนเพิ่งตกลงมาใหม่ ๆ พื้นถนนจะมีความลื่นมากกว่าปกติ เลยทำให้ต้องเผื่อระยะเบรกที่มากขึ้นกว่าเดิม บวกกับเม็ดฝนที่ตกลงมาบดบังกระจกหน้าซ้ำเข้าไปอีก ความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจึงเพิ่มเป็นทวีคูณ การทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่คุ้มครองการเฉี่ยวชนทั้งแบบมีคู่กรณี และไม่มีคู่กรณี จึงตอบโจทย์ความคุ้มครองตรงจุดนี้เป็นอย่างมาก เพราะบางทีรถเราอาจจะเบรกไม่อยู่แล้วไปชนเข้ากับของทาง หรือเสาไฟก็เป็นได้ หรือในบางครั้งที่ฝนตกหนักจนน้ำท่วม และมองเห็นพื้นถนนได้ยาก หากรถตกหลุมขึ้นมา ประกันชั้น 1 ก็ช่วยแบ่งเบาภาระค่าซ่อมตรงนี้ไปด้วยเช่นกัน
หากขับรถตอนฝนตกแล้วเจอน้ำท่วมแบบเฉียบพลัน อย่างการจอดติดไฟแดงแล้วระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ประกันรถยนต์ชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองในส่วนนี้แน่นอนถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นกับตัวรถ และต้องมีการซ่อมแซม เพราะถือเป็นอุบัติเหตุที่เลี่ยงไม่ได้ แต่หากเป็นการนำรถขับเข้าไปในเส้นทางเสี่ยง แม้จะมีการแจ้งเตือนจากทางภาครัฐแล้วก็ตาม กรณีนี้ประกันจะไม่ให้ความคุ้มครองแต่อย่างใด
นอกจากการตรวจเช็กระบบเบรก และสภาพยางรถยนต์ที่ใช้งานเป็นประจำแล้ว วันนี้เรามีวิธีขับรถตอนฝนตกให้ปลอดภัยมาฝากผู้ใช้รถทุกคนกันด้วย เพราะในบางครั้ง คนที่ใช้รถเป็นประจำอย่างเรา ๆ ก็อาจจะหลงลืมกันไปบ้าง ว่าถ้าเข้าหน้าฝนแล้วก็ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่บ้าง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุลง มาดูกันดีกว่ามีอะไรบ้างที่ควรทำ
สิ่งแรกที่หลายคนน่าจะทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว เมื่อต้องขับรถตอนฝนตก ก็คือการเปิดใช้งานที่ปัดน้ำฝัน เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ให้ดีขึ้น แต่อีกจุดสำคัญที่เราอยากจะเน้นย้ำก็คือ ความหน่วงของที่ปัดน้ำฝัน ผู้ใช้รถบางคนเลือกความหน่วงที่นานเกินไป จนทำให้ทัศนวิสัยในการมองรถด้านหน้าไม่ดีขึ้นเลย แม้จะเปิดใช้งานก็ตาม จึงควรเปิดให้มีความถี่ในการปัดน้ำฝนเสียหน่อย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการกะระยะรถด้านหน้าให้ดีขึ้น
การรักษาระยะห่างระหว่างคันหน้า พร้อมกับเพิ่มระยะเบรกในการขับขี่ เป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่ควรทำ เพราะอย่างที่บอกไปว่า การขับรถหน้าฝน อาจทำให้เรามองเห็นรถด้านหน้าได้ไม่เกิน 2 – 3 ช่วงคันรถเพียงเท่านั้น เลยทำให้เราไม่รู้เลยว่าสภาพการจราจรเป็นอย่างไร หรือรถจอดเสียจากอุบัติเหตุอยู่หรือเปล่า จึงควรเว้นระยะห่างให้มากเผื่อเหตุฉุกเฉินจะเป็นการดีที่สุด
อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องทำควบคู่ไปกับการเว้นระยะห่างก็คือ การลดความเร็วในการขับลง เพราะพื้นถนนที่เปียกจะทำให้ระยะเบรกของรถเราเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะรถที่ยังไม่ได้เปลี่ยนยางตามกำหนด จึงควรขับให้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่กีดขวางการจราจร เพื่อลดความเสี่ยงในการขับไปสอยท้ายคันหน้านั่นเอง
หากเป็นตอนที่ฝนไม่ได้ตกลงมาหนักมาก การเปิดไฟหน้าอาจจะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นนัก แต่ถ้าเป็นตอนที่ฝนตกลงมาหนัก และมีเมฆครึ้มพร้อมกับหมอกในตอนเช้า การเปิดไฟหน้ารถจะช่วยสร้างความปลอดภัยในการขับขี่ได้มากกว่า เพราะจะทำให้รถคันอื่นบนท้องถนนสามารถมองเห็นรถเราได้ง่ายขึ้น
การเลี่ยงเหยียบเบรกให้เต็มแรง เป็นอีกสิ่งที่ควรระวังไว้เช่นกันเพราะในขณะขับรถตอนฝนตกโดยใช้ย่านความเร็วที่สูงเกินไป แล้วมาเหยียบเบรกแบบกระชั้นชิดเหมือนตอนที่ขับในสภาพถนนปกติ ระยะเบรกจะเพิ่มมากขึ้น และอาจทำให้รถเสียหลักจนไถลออกนอกเลนได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่จะต้องรถความเร็วในการขับขี่ลง พร้อมกับเว้นระยะห่างกับคันหน้าให้เยอะเสียหน่อยนั่นเอง
หากกระจกหน้า-หลังรถเป็นฝ้า ให้ทำการลดอุณหภูมิแอร์ลงให้สัมพันธ์กับด้านนอก เพื่อให้ฝ้าหายไป หรืออาจจะใช้ปุ่มไล่ฝ้าที่มีมาให้ใช้งานกับตัวรถ ก็สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้เช่นกัน ส่วนกระจกข้างฝั่งคนขับ และคนนั่งที่ต้องใช้มองด้านข้าง ให้หันแอร์มาตรงที่นั่งแทน เพื่อช่วยไม่ให้กระจกโดนความเย็นเป่าจนเกิดฝ้าระหว่างขับ
หลายคนอาจจะสงสัย ว่าประกันภัยรถยนต์ชั้นไหนให้ความคุ้มครองในกรณีขับรถฝนตก และน้ำเกิดท่วมขึ้นมา หลัก ๆ จะแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้
ผู้ใช้รถทุกคนเห็นกันแล้วใช่ไหมว่า การขับรถหน้าฝน แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ก็แอบมีอันตรายมากกว่าที่เราคิดเยอะเลย โดยเฉพาะในคนที่ขาดต่อประกันรถยนต์ และไม่ได้ตรวจเช็กสภาพรถเป็นประจำ อาจเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่ารถที่ดูแลเป็นประจำ และไม่ขาดต่อประกัน สำหรับใครที่ยังไม่ได้ทำประกันรถยนต์เอาไว้ หรือใกล้ถึงช่วงเวลาที่ต้องต่อพอดีก่อนเข้าหน้าฝน แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกต่อที่ไหน มาต่อกับทาง insurverse เราดีกว่า เพราะเราเป็นบริษัทประกันรถยนต์ออนไลน์เจ้าแรกของไทย ภายใต้เครือทิพยประกันภัย ที่ให้ผู้ใช้รถสามารถปรับเปลี่ยนความคุ้มครองที่ได้รับได้ตรงความต้องการมากที่สุด
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง