ขับขี่อย่างปลอดภัย อย่าลืมตรวจเช็คระยะรถยนต์ ยิ่งมือใหม่ต้องไม่พลาดเด็ดขาด เช็คระยะรถไม่ตรงกำหนดไม่ได้เลยนะ เพราะการเช็คระยะเปรียบดั่งตัวช่วยที่สามารถเช็คความแม่นยำให้ผู้ขับขี่อุ่นใจทุกเส้นทางมากยิ่งขึ้น ไม่ว่ารถรุ่นไหนก็ล้วนมีการกำหนดระยะเวลาเอาไว้แล้ว ยิ่งบวกกับการเตรียมพร้อมทำประกันด้วยการเลือกบ.ประกันภัยรถยนต์ที่มีความมั่นคงสูงเอาไว้ด้วย ก็ถือว่าเป็นความคิดที่ดีเลยเชียว เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความคุ้มครองต่อตัวรถแล้วก็ยังช่วยเซฟค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรถยนต์ได้อย่างมั่นใจมากที่สุดอีกด้วย
ตามมาไขข้อสงสัย หากไม่เช็คระยะรถยนต์ตามที่กำหนดได้หรือไม่ ขอตอบได้เลยว่า สามารถทำได้ แต่ก็ไม่ควรทำ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนส่งผลต่อความปลอดภัย ซึ่งการเข้าเช็คระยะรถยนต์ตามที่กำหนดจะเป็นตัวช่วยรักษาสมรรถภาพของชิ้นส่วนรถยนต์ให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพทุกการขับขี่ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดระหว่างการขับขี่ได้เป็นอย่างดี
สำหรับการตรวจเช็คระยะของรถแต่ละรุ่นก็จะมีระยะเวลาการใช้งานกำหนดไว้ เพื่อเป็นตัวช่วยเตือนสติให้ทุกท่านได้เข้าไปตรวจสภาพรถยนต์ รู้หรือไม่? หากไม่เข้าไปเช็คระยะรถยนต์ตามกำหนดหากส่งผลให้ชิ้นส่วนภายในรถยนต์เกิดการสึกหรอ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ประกันคุ้มครองตัวรถไม่คุ้มครองต่อเนื่องอีกด้วยนะ ฉะนั้นแล้วทางที่ดีนำรถไปเช็คระยะตรงตามกำหนดเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
แน่นอนว่ารถแต่ละรุ่นก็ล้วนกำหนดระยะเวลาเพื่อเข้าเช็คระยะรถยนต์เอาไว้แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าการตรวจเช็ครถเปรียบดังการตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับอะไหล่รถเพื่อความปลอดภัยตลอดการขับขี่ หากใครนำรถเข้าเช็คระยะตามที่ศูนย์กำหนดไว้ก็ไร้ความกังวลเรื่องความปลอดภัยไปได้เลย ยิ่งพก ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ไว้ด้วย ยิ่งอุ่นใจไปอี๊กกกก!! แต่สำหรับใครที่ใช้อย่างเดียวโดยไม่นำรถเข้าตรวจเช็คระยะเลย รับรองว่าต้องพบเจอสิ่งนี้แน่นอน
การนำรถเข้าตรวจเช็คตามที่ศูนย์กำหนดไว้ ถือว่าเป็นตัวช่วยหลีกเลี่ยงการซ่อมเครื่องยนต์ที่มีราคาแพงได้อย่างหมดจดเลยทีเดียว ฉะนั้นแล้วหากใครไม่อยากพบเจอกับค่าซ่อมรถแพงๆ สูญเสียเงินไปเป็นก้อน ควรเช็คระยะรถยนต์ตามรอบและเลือกซื้อประกันดีๆ จากบ.ประกันภัยรถยนต์เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานรถได้อย่างอุ่นใจยิ่งขึ้น
สำหรับใครที่ปล่อยปละละเลย ไม่ได้นำรถเข้าเช็คระยะรถยนต์ ตามศูนย์กำหนดเลย ซึ่งแน่นอนว่าไม่เพียงแต่จะต้องเสียค่าซ่อมรถที่แพงมากขึ้นอย่างเดียว นอกจากนี้แล้วยังทำให้ทุกท่านต้องเผชิญกับค่าน้ำมันที่สูงขึ้นด้วย เพราะรถไม่ได้รับการตรวจเช็คสภาพตามที่กำหนดและไม่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะส่งผลทำให้เครื่องยนต์ไม่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง รถจึงไม่สามารถวิ่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
หากไม่เข้าบำรุงรักษารถยนต์ตามที่คู่มือได้กำหนดเอาไว้ ก็จะทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดได้ อาทิ การใช้งานรถอย่างหนักหน่วงจนดอกยางบนล้อรถเหลือเพียงน้อยนิด ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมามีแนวโน้มที่รถจะเกิดการลื่นไถลได้ง่ายกว่าปกติและเสี่ยงต่อยางระเบิดอีกด้วย ฉะนั้นควรนำเข้าเช็คระยะรถยนต์ตามที่ศูนย์กำหนด เพื่อส่งผลให้ทุกการขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น พร้อมกับเช็คเบี้ยประกันรถยนต์รับรองปลอดภัยแบบขั้นสุดชัวร์
การตรวจเช็คระยะรถยนต์ตามที่กำหนดไว้ สามารถช่วยเรื่องอุบัติเหตุไม่คาดคิดได้เป็นอย่างดี เพราะส่งผลให้รถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การทำประกันรถยนต์ ไว้ ก็เป็นอีกหนึ่งเกราะป้องกันความเสี่ยงเพิ่มความปลอดภัยทุกการขับขี่ได้ดีที่สุด ส่องดูความคุ้มครองสุดคุ้มและเช็คเบี้ยประกันรถยนต์จาก insurverse กันเลย ราคาสุดบางเบาดุจขนนก เมื่อเทียบกับความคุ้มครองดั่งพายุที่พัดกระหน่ำเลยนะ!!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง