ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป นวัตกรรมทางรถยนต์จากเดิมเป็นเกียร์กระปุก ได้เปลี่ยนมาเป็นเกียร์ ออโต้ในปัจจุบัน แต่ก็ยังต้องมีข้อควรรู้และข้อควรระวังสำหรับมือใหม่ที่กำลังจะหัดขับรถอยู่มาก วันนี้ทาง insurverse เอง จะมาแนะนำข้อควรรู้และข้อควรระวังในการหัดขับรถเกียร์ออโต้ ด้วยตัวเอง ว่าควรเรียนรู้อะไรบ้าง ก่อนจะสตาร์ทรถและเหยียบคันเร่งบนท้องถนน
ถึงแม้ว่าเกียร์ ออ โต้ จะขับง่ายกว่าเกียร์กระปุกหรือเกียร์ธรรมดา เพียงผู้ขับเหยียบคันเร่ง และเหยียบเบรคเท่านั้น ในการขับขี่บนท้องถนน แต่สิ่งที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมสำหรับมือใหม่ที่อยากหัดขับรถยนต์ครั้งแรก ควรจะศึกษาเพิ่มเติม ดังนี้
เกียร์ เป็นอุปกรณ์ภายในรถที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะหน้าที่ของระบบเกียร์รถยนต์ จะเป็นตัวที่ส่งไปยังเพลาและล้อรถ เพื่อเพิ่ม-ลดความเร็ว และเปลี่ยนทิศทางของรถนั้นเอง โดยมีสัญญาดังนี้
สรีระร่างกายของเราเมื่อได้เข้าไปนั่งบนรถแล้ว ควรจะปรับตำแหน่งท่านั่งขับรถที่ถูกต้อง สำหรับการปรับเบาะที่นั่ง ควรจะปรับความสูงให้พอดี และองศาความใกล้-ไกลของแขนกับพวงมาลัย ไม่ควรจะเอาหน้าเข้าไปชิดกับพวงมาลัยมากจนเกินไป เพราะจะทำให้ไม่สามารถมองเห็นกระจกด้านข้างได้สะดวก
แน่นอนว่าเท้าของเราเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนรถ ดังนั้นสำหรับมือใหม่หัดขับ ต้องปรับเบาะให้เท้าของเราไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวคันเร่งมากจนเกินไป และควรจะใช้ขาข้างขวาเพียงข้างเดียวในการเหยียบคันเร่งและเหยียบเบรค ไม่ควรเหยียบคันเร่งข้างขวา และเลือกเหยียบเบรคข้างซ้าย เพราะในกรณีคับขัน อาจจะเกิดความสับสนของเท้าได้ง่าย
หลายคนเมื่อติดไฟแดง เลือกที่จะเหยียบเบรคเอาไว้ และเข้าเกียร์ D อยู่ เพื่อเตรียมความพร้อมตลอดเวลา แต่สำหรับเกียร์ ออ โต้ เองแล้ว หากเกิดกรณีแบบนี้ควรสับเปลี่ยนให้เป็นเกียร์ N และเหยียบเบรคไว้ด้วยเพื่อการควบคุม แต่สำหรับการเข้าเกียร์P ที่ถูกต้อง คือไว้สำหรับต้องการจอดเลย ไม่ใช่เพียงจอดชั่วคราว
สำหรับมือใหม่หัดขับ ก่อนจะสตาร์ทรถควรตรวจเช็คบริเวณรูปแบบเกียร์ออโต้ให้ดีเสียก่อน ว่าตำแหน่งของเกียร์ อยู่ที่ตัว P หรือเปล่า ในกรณีบางรุ่นหากไม่อยู่ที่ตัว P รถก็ไม่สามารถสตาร์ทติดได้ แต่หากเป็นรุ่นที่สตาร์ทติด อาจจะส่งให้เกิดอันตรายได้ หากเกียร์ไปอยู่ในตำแหน่ง D และ R เพราะรถจะเกิดการพุ่งตัวได้
สำหรับมือใหม่หัดขับ ควรเรียนรู้ข้อควรระวังในการขับรถเกียร์ออโต้ ดังนี้
สำหรับชาวมือใหม่หัดขับทั้งหลาย ไม่ต้องกังวลไปว่าเรื่องการขับรถจะยุ่งยาก หากเพียงจำเรื่องตำแหน่งของเกียร์ให้ดี และข้อควรปฏิบัติในการใช้เกียร์ที่กล่าวไปข้างต้นก็เพียงพอแล้ว แนะนำว่าใครที่กำลังออกรถใหม่ ควรทำประกันรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้ในมือ เพื่อความอุ่นใจ ในกรณีที่ต้องส่งเคลมประกัน และสำหรับใครที่ต้องการกรมธรรม์ประกันรถยนต์ ดีๆสักสัญญาไว้ในมือ ทาง insurverse ยินดีให้คำปรึกษา
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว
ลองนึกภาพว่าคุณขับรถกลับบ้านแล้วอยู่ดี ๆ เจอน้ำท่วม รถดับกลางทาง คำถามคือ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะช่วยอะไรได้บ้าง บทความนี้จะอธิบายขอบเขตความคุ้มครองและข้อยกเว้นที่ควรรู้ก่อนเกิดเหตุจริงกัน ว่ารถน้ําท่วม ประกันจ่ายไหม รวมถึงวิธีเช็คความคุ้มครองภัยธรรมชาติในกรมธรรม์ของคุณ