เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2024 ที่ผ่านมา บริษัทฮอนด้าได้เปิดตัวรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค 2024 รุ่นใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงดีไซน์ให้มีความสปอร์ตมากขึ้น รวมถึงอัปเกรดสมรรถนะทั้งทางด้านการขับขี่และด้านความปลอดภัยในหลายจุด insurverse จะขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเจ้า ซีวิค 2024 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้กัน
ฮอนด้า ซีวิค 2024 รุ่นใหม่มีด้วยกัน 3 รุ่นย่อย ได้แก่ 1.5 Turbo EL+, 2.0 e:HEV EL+ และรุ่นท็อป 2.0 e:HEV RS โดยทุกรุ่นมีการปรับโฉมใหม่ เน้นดีไซน์แบบสปอร์ต โดยเฉพาะกระจังหน้าและกันชนหน้าที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว ช่องดักอากาศลายรังผึ้ง (Honey Comb) แต่ยังคงใช้ชุดไฟหน้า LED รูปทรงเดียวกับรุ่นก่อน เช่นเดียวกับด้านท้ายรถที่ยังคงใช้ดีไซน์เดียวกับรุ่นก่อน บนหลังคาด้านท้ายติดตั้งเสาอากาศแบบครีบฉลาม ด้านล่างรถติดตั้งล้ออัลลอยแบบ 7 ก้าน ขนาด 17 นิ้ว ยกเว้นรุ่น 2.0 e:HEV RS ที่ได้ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สไตล์สปอร์ต
ในส่วนของห้องโดยสารคุมโทนด้วยสีดำเป็นหลัก เบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนังแท้และหนังสังเคราะห์สีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง เพิ่มดีไซน์ให้สปอร์ตมากยิ่งขึ้นด้วยการตกแต่งแผงคอนโซลหน้าและแผงประตูด้านข้างให้เป็นสีแดง ติดตั้งจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 10 นิ้ว และมีจอเอ็นเตอร์เทนเมนต์ระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว ที่คอนโซลกลาง รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ส่วนเบาะที่นั่งด้านหลังสามารถแยกพับได้แบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บสัมภาระ และภายในห้องโดยสารยังมีช่องเชื่อมต่อ USB Type C จำนวน 4 ช่อง โดยแบ่งเป็นด้านหน้า 2 และด้านหลัง 2
ฮอนด้า ซีวิค 2024 รุ่นใหม่มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ ได้แก่
ฮอนด้า ซีวิค 2024 ก็เหมือนกับรถยนต์ค่ายฮอนด้ารุ่นใหม่ ๆ หลายรุ่นที่มักจะมาพร้อมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ซึ่งประกอบด้วยระบบสำคัญ 6 ระบบ ได้แก่
นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับและแจ้งเตือนรอบตัวรถอีกหลายระบบเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการขับขี่ เช่น เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด, กล้องมองมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda Lane Watch), กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera), ระบบกระจายแรงเบรก (EBD), ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) เป็นต้น
สำหรับฮอนด้า ซีวิค 2024 โฉมใหม่มีสีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีขาว (Platinum White Pearl), สีดำ (Crystal Black Pearl), สีเทา (Meteoroid Gray Metallic), สีเงิน (Lunar Silver Metallic), สีน้ำเงิน (Canyon River Blue Metallic) จะมีเฉพาะรุ่น EL+ และ e:HEV EL+, สีแดง (Ignite Red Metallic) จะมีเฉพาะรุ่น e:HEV RS ส่วนราคาจำหน่ายของทั้ง 3 รุ่นย่อยมีดังนี้
ทั้งหมดนี้คือรายละเอียดที่น่าสนใจต่าง ๆ เกี่ยวกับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค 2024 โฉมใหม่ที่เรารวบรวมมาฝากกันในวันนี้ แม้ว่ารถยนต์ของฮอนด้าจะขึ้นชื่อเรื่องระบบความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรมองข้ามการทำ ประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองคุ้มค่า เพราะคุณไม่มีทางรู้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ซึ่งประกันรถยนต์นี้ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ ให้ความคุ้มครองมากน้อยแตกต่างกันขึ้นอยู่กับค่าเบี้ยประกัน ซึ่งคุณสามารถ เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ ทางออนไลน์ เพื่อหาแผนการทำประกันที่ให้ความคุ้มครองคุ้มค่าและเหมาะกับงบประมาณของคุณได้
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง