เมื่อพูดถึงรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็กที่ใช้งานได้หลากหลายในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะนึกถึง honda jazz เป็นอันดับต้น ๆ ด้วยรูปลักษณ์และขนาดที่กะทัดรัด มีความคล่องตัว แต่ก็มีความอเนกประสงค์ ใช้โดยสารก็ได้ ใช้ขนสัมภาระก็ดี ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และล่าสุดทาง Honda ยังได้เปิดตัว Jazz 2022 โฉมใหม่ ซึ่งเป็นรุ่นไฮบริด มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ล่าสุด โดยวันนี้ insurverse จะพาไปชมสมรรถนะในด้านต่าง ๆ ของ Jazz 2022 ตัวใหม่นี้กัน
ดีไซน์ภายนอกของ honda jazz 2022 โฉมใหม่ยังคงคอนเซ็ปต์รถแฮตช์แบ็ก 5 ประตู ตัวรถยังคงมีขนาดกะทัดรัด ยาวเพียง 3,989 มม. กว้าง 1,695 มม. และสูง 1,525 มม. แต่เพิ่มดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากขึ้นด้วยอุปกรณ์ตกแต่งที่เพิ่มเข้ามา ได้แก่ กระจังหน้า/กันชนดีไซน์ใหม่ กระจกบังลมด้านหน้าแบบลึก สปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต ไฟหน้า LED สำหรับการขับขี่เวลากลางวัน ล้ออัลลอยที่อัปเกรดขนาดจาก 15 นิ้ว ในรุ่นก่อนเป็น 16 นิ้ว ใช้ยางขนาด 185/55 R16 รวมถึงปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start Button)
ในส่วนของห้องโดยสารถูกออกแบบให้มีความกว้างมากขึ้นจากรุ่นก่อนเล็กน้อย ตกแต่งแบบคลุมโทนในธีมสีดำเป็นหลัก และอัปเกรดอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้มีความพรีเมียมและทันสมัยขึ้น เช่น เบาะที่นั่งทรงสปอร์ตหุ้มด้วยผ้า แผงหน้าปัดแบบดิจิทัลขนาด 7 นิ้ว หน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 9 นิ้ว ติดตั้งบริเวณคอนโซลกลาง รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ทำงานร่วมกับลำโพง 6 ตัว เป็นต้น นอกจากนี้เบาะที่นั่งด้านหลังยังสามารถพับลงได้ทั้งหมดเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้มากกว่า 900 ลิตร หรือปรับเบาะหน้าให้เอน 180 องศา เพื่อเชื่อมต่อกับเบาะหลังใช้เป็นเตียงนอนขนาดย่อม ๆ ได้
honda jazz 2022 ใช้ขุมกำลังเครื่องยนต์แบบไฮบริดที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตันเมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที รองรับพลังงานทางเลือกอย่างน้ำมัน E85 ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนขนาดเล็ก มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 62 ไมล์/ชั่วโมง ภายใน 9.4 วินาที
ในส่วนการทำงานของเครื่องยนต์นั้น หากเป็นการขับขี่ด้วยความเร็วสูงต่อเนื่องรถจะวิ่งด้วยพลังงานจากเครื่องยนต์เบนซินผสานกับการชาร์จแบตเตอรี่ แต่หากเป็นการขับขี่ด้วยความเร็วต่ำก็จะใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อช่วยประหยัดน้ำมันและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สมรรถนะโดยรวมเหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองหรือขับขี่แบบใช้ความเร็วไม่มาก ที่สำคัญคือมีขนาดค่อนข้างเล็ก มีความคล่องตัวสูง และมีพื้นที่ให้เก็บสัมภาระได้มากกว่ารถรุ่นอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน
โครงสร้างตัวถังของ honda jazz 2022 เป็นแบบ G-Force Control ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันห้องโดยสารจากการชนได้อย่างดีเยี่ยม มาพร้อมระบบความปลอดภัยพื้นฐานครบครัน ไล่ตั้งแต่ถุงลมนิรภัย 4 – 6 จุด (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) กล้องมองภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX & Child Anchor เป็นต้น นอกจากนี้ยังเพิ่มระบบความปลอดภัยที่เป็นนวัตกรรมขั้นสูงของ Honda อีกหลายระบบ ดังนี้
นับตั้งแต่ที่ Honda เปิดตัว Jazz รุ่นแรกเมื่อปี 2001 จนถึงตอนนี้ก็มี Jazz ออกสู่ตลาดแล้วถึง 3 เจนเนอเรชั่น ได้แก่ เจน 1 ปี 2001 – 2007 เจน 2 ปี 2007 – 2014 และเจน 3 ปี 2014 – ปัจจุบัน รวม ๆ แล้วมีรุ่นย่อยหลายสิบรุ่นเลยทีเดียว
สำหรับ honda jazz 2022 ถือเป็น Jazz รุ่นเจน 3 และเป็นโฉมล่าสุดที่ออกจำหน่าย มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีเงิน (Luna Silver Metallic) มีทุกรุ่น, สีเทา (Modern Steel Metallic) มีทุกรุ่น, สีดำ (Crystal Black Pearl) มีทุกรุ่น, สีขาว (Platinum White Pearl) มีเฉพาะรุ่น RS และ RS+, สีเทา (Sonic Gray Pearl) มีเฉพาะรุ่น S CVT V+ และ RS, สีขาว (Taffeta White) มีเฉพาะรุ่น S V และ V+
ในส่วนของรุ่นและราคานั้น Jazz 2022 มีด้วยกัน 6 รุ่นย่อย ดังนี้
ทั้งหมดนี้คือรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับรถ honda jazz ตัวใหม่ล่าสุดที่ insurverse รวบรวมมาฝากกันในวันนี้ ใครที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์ขนาดกะทัดรัด ราคาไม่แรงมาก แถมใช้งานได้หลากหลาย Jazz ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย และแม้ว่ารถยนต์ของ Honda จะขึ้นชื่อเรื่องระบบความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรมองข้ามการทำ ประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองคุ้มค่า เพราะคุณไม่มีทางรู้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นที่ไหนและเมื่อไหร่ ซึ่งประกันภัยรถยนต์ก็มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ให้ความคุ้มครองมากน้อยแตกต่างกันขึ้นอยู่กับค่าเบี้ยประกัน ซึ่งคุณสามารถ เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ เพื่อหาแผนการทำประกันที่ให้ความคุ้มครองคุ้มค่าเหมาะกับความต้องการและงบประมาณของคุณมากที่สุด
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง