อะไรนะ? กฎหมายจราจรใหม่ตัดแต้มใบขับขี่หรือ? สำหรับคนเพิ่งได้ยินครั้งแรกคงสงสัยไม่น้อยเลยว่าคืออะไร? หมายความว่าหากทำผิดกฎจราจรจะถูกหักแต้มใบขับขี่แบบนี้หรือเปล่านะ? แล้วถ้าใช่จะถูกหักไปเท่าไหร่? สมมุติแต้มที่มีอยู่ถูกตัดเหลือ 0 ต้องทำยังไง? เดี๋ยววันนี้เราจะพาไปไขข้อข้องใจเอาแบบให้โฮ่งกันไปเลย พร้อมแนะนำประกันรถยนต์ออนไลน์เพิ่มความสบายใจเวลาใช้รถ ใช้ถนนขึ้นอีกขึ้น!
ก่อนอื่นมาดูว่าแต้มใบขับขี่คือ? แต้มใบขับขี่หรือก็คือคะแนนความประพฤติของผู้ใช้รถใช้ถนน โดยในกฎหมายจราจรใหม่ได้ระบุเอาไว้ว่าทุกคนจะมีแต้มติดตัวที่ 12 แต้มเท่ากัน หากมีการกระทำผิดใดๆ ที่เข้าข่ายตามข้อกำหนดครอบคลุมทั้งผู้ใช้รถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ จะถูกตัดแต้มใบขับขี่ 2568 ตั้งแต่ 1 – 4 แต้มขึ้นอยู่กับความร้ายแรงทันทีนั่นเอง!
เกณฑ์การตัดแต้มของกฎหมายจราจรใหม่ 2568 ได้ระบุความร้ายแรงของความผิดไว้ทั้งหมด 4 ระดับ โดยแต่ละระดับจะถูกตัดคะแนนไม่เท่ากัน ดังนี้
ความผิดที่เข้าข่ายตัดแต้มใบขับขี่ 1 แต้ม ประกอบไปด้วย
1. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
2. ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ
3. ไม่สวมหมวกกันน็อค
4. ขับรถบนทางเดินเท้า
5. ขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด
6. ไม่หลบรถพยาบาลฉุกเฉิน
7. ไม่หยุดรถเมื่อมีคนใช้ทางม้าลาย
8. ขับรถโดยประมาท
9. ไม่ติดป้ายภาษีรถ
10. ไม่ติดตั้งป้ายทะเบียนให้ถูกต้อง
11. ไม่ชำระค่าปรับที่คงค้าง
ความผิดที่เข้าข่ายตัดแต้มใบขับขี่ 2 แต้มตามกฎหมายจราจรใหม่ ประกอบไปด้วย
1. ขับรถฝ่าไฟแดง
2. ขับรถย้อนศร
3. ใช้งานรถในขณะที่ใบอนุญาตถูกพักการใช้งานหรือถูกยึด
ความผิดที่เข้าข่ายตัดแต้มใบขับขี่ 3 แต้ม ประกอบไปด้วย
1. ขับรถในขณะที่หย่อนความสามารถ
2. ชนแล้วหนี
3. ขับรถในลักษณะผิดปกติวิสัย
ความผิดที่เข้าข่ายตัดแต้มใบขับขี่ 4 แต้ม ประกอบไปด้วย
1. แข่งรถในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต
2. เมาแล้วขับ
3. ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยต่อผู้ใช้รถ ใช้ถนนคนอื่น
4. ขับรถในขณะเสพยาเสพติด
ไม่ต้องกังวลไปนะทุกคน เพราะตามข้อกำหนดกฎหมายจราจรใหม่เมื่อถูกตัดคะแนนใบขับขี่เป็น 0 จะได้รับแต้มคืน 12 แต้มเท่าเดิมเมื่อครบ 1 ปีนับจากวันที่โดนตัดแต้มเหลือ 0 หรือหากต้องการแต้มคืนเร็วกว่านั้น ก็สามารถทำแบบทดสอบและเข้ารับการอบรมกับกรมขนส่งทางบกเพื่อขอคะแนนคืนได้ แต่จะได้คะแนนคืนเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับชั่วโมงการเข้ารับการอบรม ดังนี้
1. เข้ารับการอบรม 2 ชั่วโมง (ค่าใช้จ่าย 200 บาท) คืนแต้มเมื่อเข้ารับการอบรมครั้งแรกไม่เกิน 6 แต้ม เข้ารับการอบรมครั้งที่ 2 เป็นเวลา 3 ชั่วโมง (ค่าใช้จ่าย 250 บาท) คืนแต้มใบขับขี่ 6 แต้ม
2. เข้ารับการอบรม 3 ชั่วโมง (ค่าใช้จ่าย 250 บาท) รับแต้มใบขับขี่คืนไม่เกิน 9 แต้ม
3. เข้ารับการอบรม 4 ชั่วโมง (ค่าใช้จ่าย 300 บาท) รับแต้มใบขับขี่คืนไม่เกิน 12 แต้ม (สอบไม่ผ่านจะได้แค่ 8 แต้ม)
หมายเหตุ หากเข้ารับการอบรมหลังพ้นกำหนดเวลาสั่งพักใช้ใบขับขี่กรณีถูกสั่งพักใช้ใบขับขี่ (90 วัน) จะได้รับแต้มเพิ่มสูงสุดแค่ 8 แต้มรวมถึงกรณีต้องการเพิ่มแต้มแม้แต้มยังไม่ถูกหักเหลือ 0 อาจเหลือ 6 แต้มหรือน้อยกว่า ก็สามารถเข้าฝึกอบรมได้ (สูงสุดไม่เกินปีละ 2 ครั้ง) และจะได้รับคะแนนคืนตามเงื่อนไขก็ต่อเมื่อสอบผ่านเกิน 60% ของข้อสอบ
ตามข้อกำหนดของกฎหมายจราจรใหม่ไม่ระบุว่าต้องทำประกันรถยนต์ออนไลน์ แต่ในแง่ของความปลอดภัยในการเดินทางแล้วนั้น ยิ่งกว่าคำว่าจำเป็น หากไม่ติดตัวไว้ต้องเครซี่กับปัญหาไม่จบไม่สิ้นแน่นอน! ไหนจะความซ่อมรถ ไหนจะค่ารักษาพยาบาล จ่ายเองยังไงก็กระเป๋าฉีก ฉะนั้นซื้อประกันเก็บไว้นี่แหละดีที่สุดแล้ว จ่ายไม่แค่ไม่กี่แบงก์เทารับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจต้องจ่ายไม่ต่ำกว่าหลักแสนยังไงก็คุ้ม!
หากไม่รู้จะเลือกยังไง? ง่ายมากแค่ดูจากความต้องการของตัวเองเป็นหลัก หากอยากรับมือกับความไม่สบายใจทุกรูปแบบจัดประกันชั้น 1 ไปเลย ไม่ทำให้ผิดหวังหรือมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ อายุรถหรืออื่นๆ เลือกเช็คประกันรถยนต์รองลงมาอย่างประกันชั้น 2+ ชั้น 3+ หรือชั้น 3 ก่อนค่อยซื้อก็ไม่มีปัญหา
รับมือกับความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุนอกเหนือจากการปฏิบัติตามกฎหมายจราจรใหม่อย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการถูกตัดแต้มแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ ตัวช่วยคอยดูแลหรือคุ้มครองเวลาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างประกันรถยนต์ออนไลน์ เพราะการถูกกัดตัดแต้มจากการทำผิดกฎจราจรยังสามารถขอแต้มคืนได้แต่หากเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเมื่อไหร่ นอกจากค่าใช้จ่ายบานปลายแล้วยังเอาความรู้สึกดีๆ กลับมาได้ยากมากๆ ดังนั้นเตรียมไว้ก่อนยังไงก็ดีกว่า แต่หากไม่รู้ว่าควรเลือกประกันชั้นไหน? ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ที่ไหนดี? ขอแนะนำเช็คประกันรถยนต์ชั้น 1 ของ insurverse ที่นี่กับราคาเริ่มต้นหลักพันต่อปี แต่มีความคุ้มครองคลุมทุกความไม่สบายใจ ซื้อง่าย ได้ไว ไม่ว่าจะเหตุไม่คาดฝันแบบไหนก็ไม่มีคำว่าเครซี่! ของแทร่แน่นอน!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง