ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนส่วนใหญ่มักออกรถที่เป็นเกียร์ ออ โต้ ด้วยความสะดวกสบาย และการขับขี่ที่ไม่ยุ่งยาก มักจะขึ้นอยู่กับความกล้าของตัวผู้ขับล้วนๆ ทำให้วันนี้ทาง insurverse มาบอกผ่านเทคนิคการขับรถมือใหม่ ที่พร้อมจะลงสนามจริง เพราะการขับรถไม่เพียงเน้นตัวทฤษฎีอย่างเดียว แต่การจะขับให้เร็วขึ้นต้องมีทักษะในการปฏิบัติจริงอีกด้วย
สำหรับมือใหม่ควรจะรู้จักอุปกรณ์ภายในรถ รวมไปถึงสิ่งที่จำเป็น อาทิ การตรวจสภาพรถ รถมีน้ำมันหรือเปล่า หน้าจอขึ้นแจ้งเตือนตรงไหนไหม เรียนรู้อุปกรณ์ที่ปัดน้ำฝน เปิดไฟเลี้ยวซ้าย – ขวา เปิดไฟหน้า ไฟสูง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การเตรียมตัวตัวเราก็เป็นสิ่งที่จำเป็นไม่แพ้กัน ดังนี้
แน่นอนว่าวิธีขับรถยนต์เกียร์ออโต้ หูตาต้องไว ประสาทสัมผัสต้องไว เพราะด้วยการขับรถ ต้องมองทั้งกระจกข้างซ้าย – ขวา และกระจกมองหลัง การมีสมาธิจดจ่ออยู่ที่คันเร่ง และการมองไปข้างหน้าถนนเป็นสิ่งที่ต้องทำ
สำหรับมือใหม่หัดขับ พึ่งได้รถมาหรือหัดครั้งแรก ควรเช็คกระจกข้าง ปรับองศาให้เรามองเห็นรถด้านข้างและกระจกด้านหลังให้เรามองเห็นรถที่ตามหลังมาอย่างชัดเจน ปรับเบาะให้เรานั่งสบาย เท้าไม่ชิดและไม่ยาวจากคันเร่งและเบรคจนเกินไป
สำรวจว่าเบรคมือเอาลงหรือยัง เพราะหากขับไปแล้ว จะทำให้ตัวรถกินน้ำมันมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า และในระยะยาวจะส่งผลเสียให้กับผ้าเบรคสึกล่อค่อนข้างเร็ว และวิธีหัดขับรถออโต้ จุดสังเกตที่พลาดไม่ได้ว่านั้นก็คือเกียร์ หากต้องการจะเดินหน้าต้องอยู่ที่ตัว D และถอยหลังอยู่ที่ตัว R และหากยังไม่ออกตัวให้เกียร์อยู่ที่ตัว P ดังเดิม
เทคนิคการขับรถให้เก่งสำหรับมือใหม่หัดขับ มี 5 เทคนิคง่ายๆ ดังนี้
สิ่งแรกเลยเมื่อปรับเกียร์เป็นแล้ว ลองเดินหน้ารถ โดยที่ใช้ความเร็วไม่มาก ในบริเวณที่มีรถน้อย และลองถอยหลังรถ เพื่อกะระยะไม่ให้ชนสิ่งกีดขวาง
เมื่อเรามีความกล้ามากพอ ให้ลองเดินหน้ารถ โดยการกะในการเหยียบคันเร่ง และการเหยียบเบรคเกียร์ ออ โต้ เพื่อฝึกออกถนนเล็ก ๆ เทคนิคนี้จะทำให้ลดการเกิดอุบัติเหตุ ขณะที่รถติด และกะระยะความเร็วของฝีเท้าเราได้
การฝึกระยะในการเลี้ยวมีความสำคัญไม่แพ้กัน การเรียนรู้วิธีการเลี้ยวรถเข้าซอย การยูเทิร์น และในการเปลี่ยนเลนถนน หากกะระยะผิดพลาดอาจะเกิดการเฉี่ยวชนได้ ค่อย ๆ ขับรถไปข้างหน้าและฝึกเลี้ยวตามซอยเล็ก ๆ จนกว่าจะชินมือ ก็ช่วยให้เข้าใจการบังคับพวงมาลัยได้มากขึ้น
ในกรณีมือใหม่หัดขับ อยากลองออกถนนใหญ่ทาง insurverse แนะนำว่าควรจะมีผู้เชี่ยวชาญนั่งไปด้วย เพื่อความปลอดภัยทั้งตัวผู้ขับและตัวรถเอง โดยเริ่มจากการขับช้าๆในเลนซ้ายมือสุดก่อน หากเท้ากะน้ำหนักในการเหยียบของคันเร่งได้แล้ว ค่อยออกตัวเร็วกว่าเดิม
การแซงรถข้างหน้า เป็นสถานการณ์ที่คับขันเมื่อต้องเจอบนท้องถนน สิ่งที่ควรสังเกตว่าควรแซงรถด้านหน้าหรือไม่ ให้ดูว่าเราจะแซงรถทางด้านไหน จังหวะแรกให้มองกระจกข้างว่ามีรถมาในเลนที่เราจะเบี้ยงไปแซงหรือเปล่า และมองกระจกให้ดีว่าท้ายรถเราเค้าขับกระชันชิดหรือไหม หากรถโล่งพอแล้วก็ตัดสินใจแซงได้เลย และควรเหยียบคันเร่งให้รถพุ่งตัว หากดูแล้วว่าพ้นรถที่จะแซงก็สามารถกลับมาเข้าเลนเดิมได้
สำหรับมือใหม่หัดขับรถ ที่กำลังออกรถมาใหม่ แน่นอนว่าการเรียนรู้เทคนิคขับรถให้เก่งขึ้นเป็นเร็วมากขึ้น ส่งผลดีกับตัวเจ้าของเอง แต่ทว่าไปแล้วบนท้องถนนก็มีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะอุบัติเหตุ การทำประกันรถยนต์ชั้น 1 เพราะประกันจะครอบคลุมทั้งมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี หากใครกำลังมองหาบริษัทประกันออนไลน์ ที่จะตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของคุณ ทาง insurverse พร้อมยินดีให้คำปรึกษา
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง