สำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานหลายปี สีของรถย่อมจะเริ่มซีดจางหรือเริ่มหลุดลอกจากการถูกขีดข่วน เจ้าของรถบางคนจึงตัดสินใจนำรถไปเปลี่ยนสีใหม่ไม่ใช่เฉดสีดั้งเดิมที่ระบุในเล่มทะเบียนรถ คำถามที่ตามมาก็คือ หากนำรถไปเปลี่ยนสีแล้วต้องแจ้งเปลี่ยนสีรถก่อนจะนำรถออกมาใช้งานหรือไม่? หากไม่แจ้งจะมีความผิดตามกฎหมายอย่างไรบ้าง และขั้นตอนในการแจ้งขอเปลี่ยนสีรถมีอะไรบ้าง ใครที่ยังไม่รู้ วันนี้ insurverse ได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว
การนำรถไปเปลี่ยนสีใหม่ไม่ใช่เฉดสีดั้งเดิมที่ระบุในเล่มทะเบียนรถจะต้องทำการแจ้งเปลี่ยนสีรถทุกครั้ง สาเหตุเพราะพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 13 ระบุว่า รถยนต์คันใดที่มีการเปลี่ยนแปลงสีตัวถังมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป เจ้าของรถจะต้องแจ้งต่อนายทะเบียนที่กรมขนส่งฯ ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่เปลี่ยนสีรถแล้วเสร็จ หากไม่แจ้งภายในเวลาที่กำหนดจะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
สำหรับเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการแจ้งเปลี่ยนสีรถต่อนายทะเบียนมีดังนี้
ในกรณีที่เจ้าของรถไม่มีเอกสารยืนยันการเปลี่ยนสีรถ เช่น ไม่มีใบเสร็จรับเงิน ทางกรมขนส่งฯ อนุญาตให้ใช้ “บิลเงินสด” เขียนระบุรายละเอียดค่าเปลี่ยนสีรถเพื่อใช้ยื่นต่อนายทะเบียนได้ โดยจะต้องเขียนระบุชื่อร้าน/อู่ที่ใช้บริการ ชื่อเจ้าของรถที่เข้ารับบริการ วันที่ที่เข้ารับบริการ ที่อยู่เจ้าของรถที่ต้องตรงกับคู่มือจดทะเบียนรถ รวมถึงรายละเอียดสีใหม่ของรถให้ครบถ้วน
เมื่อเตรียมเอกสารครบแล้วก็สามารถไปยื่นแจ้งเปลี่ยนสีรถได้ที่กรมขนส่งฯ โดยมีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดังนี้
สุดท้ายนี้ใครที่สงสัยว่าสามารถแจ้งเปลี่ยนสีรถแบบออนไลน์ได้ไหม? คำตอบคือยังไม่สามารถทำได้ เพราะการยื่นเปลี่ยนสีรถนั้นต้องใช้เอกสารสำคัญที่มีรายละเอียดมาก อีกทั้งยังต้องให้เจ้าหน้าที่จากกรมขนส่งฯ ทำการตรวจเช็กสภาพรถว่าตรงกับเอกสารที่ยื่นหรือไม่ แต่ถึงอย่างนั้นผู้ใช้รถทุกท่านก็สามารถยื่นเอกสารเปลี่ยนสีรถได้ที่สำนักงานกรมขนส่งฯ ของทุกจังหวัด แม้จะไม่ใช่จังหวัดที่จดทะเบียนรถก็ได้ ทั้งหมดนี้คือขั้นตอนและรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการแจ้งเปลี่ยนสีรถที่เรารวบรวมมาฝากกันในวันนี้ ส่วนใครที่เพิ่งซื้อรถใหม่หรือเพิ่งจะทำสีรถมาใหม่แล้วกังวลว่าสีรถจะถลอกเสียหายเมื่อเกิดเหตุเฉี่ยวชน แนะนำให้ทำ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองรอบด้าน สามารถเคลมค่าใช้จ่ายในการทำสีรถใหม่ได้อย่างครอบคลุม โดยสามารถ เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ ออนไลน์ได้ที่หน้าเว็บไซต์ insurverse เพื่อหาแผนการทำประกันที่ให้ความคุ้มครองคุ้มค่าและค่าเบี้ยประกันเหมาะสมกับงบในกระเป๋า เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้รถใหม่ได้อย่างอุ่นใจ ไม่ต้องห่วงเรื่องอุบัติเหตุ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง