การเวนคืนกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ เป็นเรื่องที่ผู้เอาประกันมีสิทธิ์ทำได้ ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เช่น ขายรถไปแล้วไม่ต้องการมีภาระต่อหรือประกันรถยนต์ที่ทำไม่ตอบโจทย์ จึงอยากยกเลิกพร้อมกับได้รับเงินบางส่วนคืนกลับมาหรืออาจจะเปลี่ยนบริษัทเพื่อความคุ้มครองดีกว่า เป็นต้น
การเวนคืนกรมธรรม์รถยนต์ ก็คือการขอยกเลิกกรมธรรม์ที่ทำไว้ เพื่อขอรับเบี้ยประกันคืนบางส่วน ซึ่งจะมีเงื่อนไขและวงเงินที่จะได้รับคืนแตกต่างกันออกไป ในแต่บริษัทประกันภัย แต่ส่วนใหญ่จะสามารถเวนคืนได้ตามระยะเวลาที่คุ้มครองไปแล้ว โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วลบกับค่าเบี้ยประกันรายปีที่จ่ายไปทั้งหมด
สำหรับการคำนวณเงินคืนที่ได้หลังจากเวนคืนกรมธรรม์ว่าจะได้คืนเท่าไหร่ จะเป็นไปตามที่ตารางอัตราคืนเบี้ยประกันดังนี้
เงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ คิดยังไง ยกตัวอย่าง เช่น หากคุณซื้อประกันภัยรถยนต์ โดยจ่ายค่าเบี้ยประกัน 20,000 บาทต่อปี ผ่านไป 6 เดือน (180 วัน) คุณตัดสินใจขายรถ เลยต้องยกเลิกประกันที่ทำไว้ เท่ากับว่ากรมธรรม์ฉบับนี้คุ้มครองไปแล้ว 180 วัน จากตารางอัตราการคืนค่าเบี้ยประกัน คุณจะได้รับเงินคืน 30% ของค่าเบี้ยประกัน คือ 20,000×30% = 6,000 บาทนั่นเอง
ก่อนตัดสินใจยกเลิกกรมธรรม์ ควรศึกษาเงื่อนไขและรายละเอียดต่างๆ รวมถึงมูลค่าเวนคืนเงินสดของแต่ละบริษัทประกันให้ดี เพราะแต่ละที่อาจมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งหากตัดสินใจดีแล้วว่า ต้องการเวนคืนประกันแน่นอน ให้ติดต่อทางบริษัทประกันหรือโบรคเกอร์ที่ได้ทำประกันเอาไว้ เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิก โดยแจ้งว่าจะยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ทะเบียนอะไร, ชื่อผู้เอาประกันและสาเหตุที่ยกเลิก แล้วเตรียมเอกสารไปยื่นขอยกเลิกดังนี้
1. สำเนาบัตรประชาชนของผู้เวนคืน
2. สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
3. เล่มกรมธรรม์ประกันภัยตัวจริง
4. กรอกแบบฟอร์มขอใช้สิทธิ์เวนคืนกรมธรรม์
เมื่อทราบถึงเรื่องการเวนคืนกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไปแล้ว ว่าต้องทำอย่างไรแล้วจะได้เงินคืนเท่าไหร่ก็ทำให้มีเงินสดมาไว้ใช้เพิ่ม แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณต้องการทำประกันกับเจ้าใหม่หรืออยากเปรียบเทียบราคาประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เรื่องความคุ้มครอง คุณสามารถเลือกซื้อประกันจาก insurverse ได้นะ เพราะการทำประกันประกันรถยนต์กับที่นี่เป็นเรื่องง่าย เลือกความคุ้มครองได้ตามใจแบบไม่เกินงบ เพียงคลิกศึกษารายละเอียดประกันภัยรถยนต์จาก insurverse ที่นี่เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว
ลองนึกภาพว่าคุณขับรถกลับบ้านแล้วอยู่ดี ๆ เจอน้ำท่วม รถดับกลางทาง คำถามคือ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะช่วยอะไรได้บ้าง บทความนี้จะอธิบายขอบเขตความคุ้มครองและข้อยกเว้นที่ควรรู้ก่อนเกิดเหตุจริงกัน ว่ารถน้ําท่วม ประกันจ่ายไหม รวมถึงวิธีเช็คความคุ้มครองภัยธรรมชาติในกรมธรรม์ของคุณ