ประกันรถยนต์เป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีความสำคัญที่สุดที่เจ้าของรถควรให้ความสนใจและพิจารณา เพื่อให้รถของคุณได้รับการปกป้องและความคุ้มครองที่เหมาะสม โดยเฉพาะถ้ารถของคุณมีอายุ 5 ปี ขึ้นไปและคุณมีความชำนาญ ประสบการณ์ในการขับขี่ที่ดีประกันรถยนต์ชั้น 1 และชั้น 2+ คือตัวเลือกที่เหมาะสม แต่จะเลือกแบบใดลองไปเปรียบเทียบดูกันเลย
ประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเกิดอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีหรือไม่ก็ตาม สามารถเคลมประกันได้หมดภายใต้สัญญาที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้ น้ำท่วมและรถโดนโจรกรรม การเลือกประกันรถยนต์ชั้น 1 จึงเหมาะกับรถทุกชนิด ทุกประเภท โดยเฉพาะรถใหม่ป้ายแดงที่ออกจากศูนย์บริการและมีอายุไม่เกิน 5 ปี จะคุ้มค่ามากที่สุด เพราะมูลค่าของรถยังสูงอยู่
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองไม่แพ้ประกันชั้น 1 เลย เพียงแต่มีความคุ้มครองบางประการที่ไม่สามารถเทียบกับ ประกันรถชั้น 1 ได้ นั่นคือ เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะต้องมีคู่กรณีและเป็นยานพาหนะทางบกด้วยกันเท่านั้นและความคุ้มครองน้ำท่วม ส่วนไฟไหม้ รถหาย ผู้บาดเจ็บ รถคู่กรณี รถของผู้เอาประกันและผู้ขับขี่ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองให้หมด จึงเหมาะกับคนที่มีความชำนาญในการขับรถและมีประสบการณ์บนท้องถนนมากพอ รถที่มีอายุเกิน 5 ปี จึงเหมาะกับการใช้ประกันรถชั้นนี้ เพราะมีค่าเบี้ยราคาถูกแถมทำประกันชั้น 2+ ได้เกิน 10 ปีขึ้นไป
สำหรับรถที่มีอายุ 5 ปี การเลือกประกันรถยนต์ชั้น 1 หรือชั้น 2+ ขึ้นอยู่กับมุมมองของเจ้าของรถแต่ละบุคคล เพราะความชำนาญในการขับ ประสบการณ์ งบประมาณในการทำประกันและมูลค่าของรถที่แตกต่างกัน จึงทำให้ไม่สามารถแนะนำแบบเฉพาะเจาะจงได้ แต่ถ้าคุณใช้รถเก๋งขนาดเล็ก อีโคคาร์ หรือรถกระบะ สามารถหาอู่ซ่อมที่น่าเชื่อถือหรืออู่ในเครือของบริษัทประกันที่ดีได้ การทำประกันรถยนต์ชั้น 2+ ดูจะเหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุด เพราะประกันรถยนต์ชั้น 1 ส่วนใหญ่จะให้รถที่มีอายุไม่เกิน 3 ปี สามารถซ่อมที่ศูนย์บริการได้ หากมีอายุเกินกว่านั้นก็จะส่งให้ไปซ่อมอู่แทน แม้จะเป็นประกันชั้น 1 ก็ตาม ซึ่งหลายคนไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย
ดังนั้นไม่ว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 และชั้น 2+ มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน การพิจารณาและตัดสินใจขึ้นอยู่ดุลยพินิจของเจ้าของรถ เพื่อให้ได้ประกันที่ตรงกับความต้องการและความพึงพอใจของคุณในระยะยาว Insurverse หนึ่งในผู้ให้บริการประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ พ.ร.บ. ออนไลน์ พร้อมให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองที่คุ้มกับค่าเบี้ยที่จ่ายไป ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1, 2+, 3+, ชั้น 2 และชั้น 3 มีให้เลือกมากมาย เช็กเบี้ยได้เลยที่นี่ ตลอด 24 ชั่วโมง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว