vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ
ควรเติมลมรถเก๋งเท่าไหร่ให้ขับดีและปลอดภัย

ควรเติมลมรถเก๋งเท่าไหร่ให้ขับดีและปลอดภัย

schedule
share

การเติมลมยางรถเก๋ง เป็นสิ่งที่คนใช้รถต้องทำเป็นประจำไม่ต่างจากการล้างรถ ปริมาณลมยางที่เหมาะสมในการเติมใช้งาน จึงมีความสำคัญอย่างมาก แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าต้องเติมเท่าไหร่ เพราะปกติก็ขับใช้งานอย่างเดียว หรือไม่ก็เลือกใช้บริการเติมลมยางฟรีจากร้านข้างนอกทั่วไปเป็นประจำ วันนี้ insurverse จะมาบอกข้อมูลเรื่องการเติมยาง พร้อมกับความสำคัญที่ส่งผลต่อการใช้งานให้ได้อ่านกัน 

ทำไมการเติมลมยางรถเก๋งถึงสำคัญ

เพราะการเติมลมยางรถเก๋ง ไม่เพียงส่งผลในเรื่องของการยึดเกาะถนนเพียงเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดยางระเบิด รวมไปถึงความนั่งสบายของผู้โดยสารทั้งหมดภายในรถ จึงจำเป็นต้องเติมลมให้เหมาะสมกับขนาดของยางล้อรถ และน้ำหนักที่บรรทุกอยู่เป็นประจำ 

รถเก๋งเติมลมเท่าไหร่ถึงจะดี

รถเก๋งเติมลมเท่าไหร่ถึงจะดี

ผู้ใช้รถหลายคนอาจสงสัยว่า รถเก๋งเติมลมเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม ซึ่งตามหลักแล้ว รถทุกรุ่นจะมีบอกปริมาณลมยางที่เหมาะสมในการเติมให้อยู่ โดยจะติดอยู่กับที่นั่งด้านคนขับหากเปิดประตูออก ซึ่งค่าเฉลี่ยของลมยางที่เหมาะสม จะอยู่ไม่เกินนี้ 

  • รถเก๋งขนาดเล็กหรือ ECO Car : ปริมาณลมยางที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 30 – 34 PSI
  • รถเก๋งขนาดกลาง : ปริมาณลมยางที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 32 – 36 PSI 

วิธีเช็กปริมาณลมยางที่เหมาะสม

ก่อนจะเติมลมยางรถเก๋ง เราจำเป็นจะต้องเช็กปริมาณลมยางคงเหลือให้แม่นยำ ซึ่งการเช็กลมยางหลังจากวิ่งมาระยะทางไกลนั้นผิด เพราะยางจะเกิดการขยายตัวจากความร้อนที่เกิดขึ้น จึงควรเช็กในขณะที่ยางเย็นตัวลง และดีที่สุดคือการซื้อเครื่องเช็กมาใช้งานส่วนตัว แต่หากไม่มี ก็สามารถใช้งานที่เติมลมตามปั๊มน้ำมัน เพื่อเช็กค่าลมยางที่เหลืออยู่ไปในตัวได้เลย และควรหมั่นเช็กทุก 2 สัปดาห์ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถจะดีที่สุด 

วิธีเติมลมยางรถเก๋ง

การเติมลมยางรถเก๋งนั้นง่ายมาก เพียงแค่จอดเข้าไปในปั๊มน้ำมัน พร้อมกับมองหาตู้เติมลมที่ส่วนมากจะอยู่ด้านใน แล้วทำการเคลื่อนรถเข้าไปจอดให้ตรงกับช่องที่ขีดเส้นไว้ จากนั้นให้ลงไปที่หน้าตู้เติมลม พร้อมกับกดปริมาณลมยางที่ต้องการเติม โดยจะมีสัญลักษณ์เพียง “+” กับ “-” เท่านั้น ให้ทำการลากสายเติมลมมาที่บริเวณล้อที่ต้องการจะเติม พร้อมกับหมุนจุกลมยางแบบทวนเข็มนาฬิกาออก และทำการบีบสายเติมลมก่อนนำไปเสียบบริเวณจุกลมที่ต้องการเติม และรอให้ลมยางเติมจนเต็มจนมีเสียงร้องเตือนจากตู้ ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการเติมลมยางรถเก๋ง 

เติมลมรถเก๋งแบบธรรมดาหรือไนโตรเจน ดีกว่ากัน

เติมลมรถเก๋งแบบธรรมดาหรือไนโตรเจน ดีกว่ากัน

เติมลมแบบไนโตรเจน มีข้อดีมากกว่าลมยางธรรมดาตรงที่ ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปเติมลมบ่อย เพราะแรงดันยางจะอ่อนลงช้ากว่า รวมไปถึงความสม่ำเสมอของแรงดันลมยาง จะช่วยทำให้การยึดเกาะถนนนั้นทำได้ดีกว่า และลดความเสี่ยงของยางระเบิดได้มากขึ้นด้วย แต่ก็ไม่ได้มีนัยสำคัญจนส่งผลกระทบในแง่ความปลอดภัยขนาดนั้น หากไม่สะดวกจริง ๆ ก็สามารถเลือกเติมยางแบบธรรมดาได้ไม่ผิดเช่นกัน  

หากเติมลมรถเก๋งอ่อนหรือแข็งเกินไป ส่งผลเสียอย่างไร

การเติมลมรถเก๋งที่อ่อนไป หรือแข็งเกินไป น่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผู้ใช้รถหลายคนสงสัยว่า จะมีผลเสียจนทำให้ความปลอดภัยลดลงหรือไม่ ต้องบอกว่ามีแน่นอน และเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ประกันภัยรถยนต์ถูกใช้งานด้วย แต่จะเป็นในรูปแบบไหนนั้น เราจะอธิบายให้เข้าใจกันเอง 

กรณีเติมลมรถเก๋งอ่อนไป

การเติมลมยางรถเก๋งอ่อนเกินไป อาจทำให้ยางระเบิดได้ จากการรับภาระน้ำหนักของตัวรถที่มากเกินไปในขณะทำความเร็ว อีกทั้งยังทำให้การควบคุมตัวรถทำได้ยากขึ้น ดอกยางสึกไวขึ้น และกินน้ำมันมากกว่าเดิมด้วยเช่นกัน 

กรณีเติมลมรถเก๋งแข็งไป 

การเติมลมยางรถเก๋งแข็งเกินไป จะส่งผลให้การยึดเกาะถนนนั้นแย่ลง เพราะหน้ายางจะไม่ได้สัมผัสกับพื้นถนนอย่างเต็มประสิทธิภาพ และจะทำให้ดอกยางบริเวณที่สัมผัสกับถนนสึกเร็วกว่าส่วนอื่น จึงเพิ่มความเสี่ยงในการขับมากกว่าปกติ 

อยากเติมลมรถเก๋ง ไปที่ไหนดี 

ปั๊มน้ำมัน คือสถานที่เติมลมรถเก๋งที่สะดวกสบายที่สุด เพราะมีจุดบริการกระจายตัวในทุกพื้นที่ แต่สำหรับคนที่ไม่สะดวกเติมเอง ก็สามารถไปใช้ศูนย์บริการรถยนต์แบบครบวงจรได้ ซึ่งอาจจะมีโปรโมชันในการเติมลมยางแบบไนโตรเจนได้ฟรีไม่จำกัดครั้งด้วย 

ควรเติมลมยางรถเก๋งบ่อยแค่ไหน

ควรเติมลมยางรถเก๋งทุก 1 เดือน เพราะโดยปกติ หากไม่มีการรั่วซึม หรือเกิดความผิดปกติที่ตัวยาง แรงดันยางจะลดลงเพียง 1 – 2 PSI เท่านั้นในการใช้งาน แต่ถ้ารู้สึกไม่มั่นใจ ก็สามารถเข้าไปตรวจเช็กลมยางทุก 2 สัปดาห์ได้เช่นกัน เพราะเป็นวิธีที่ปลอดภัยในการเช็กรถไปในตัว 

สรุปบทความ ควรเติมลมรถเก๋งเท่าไหร่ให้ขับดีและปลอดภัย

และทั้งหมดนี้ ก็คือความสำคัญของการเติมลมยางรถเก๋งให้เหมาะสม ที่แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่กลับส่งผลต่อความปลอดภัยได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ต่างจากความเสี่ยงในการใช้รถบนถนนทั่วไป ที่เราทุกคนจะต้องเผชิญ การทำประกันรถยนต์ชั้น 1 หรือประกันชั้น 2+ ไว้ จึงเป็นอีกหนึ่งความอุ่นที่คนมีรถไม่ควรพลาด สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะทำที่ไหน มาทำกับ insurverse ดีกว่า เพราะเราเป็นประกันออนไลน์เจ้าแรกในไทย ที่ให้คุณปรับแต่งความคุ้มครองได้ตามต้องการ ในราคาที่คุ้มค่ากว่าใคร สะดวกเมื่อไร ก็ทำได้ตลอด 24 ชม.

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย