อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอกับคนใช้รถบนท้องถนน ไม่ว่าเราจะระมัดระวังในการขับขี่ หรือดูแลสภาพรถยนต์ไว้ดีแค่ไหนก็ตาม ซึ่งปัญหาสุดคลาสสิกที่เจอบ่อยบนท้องถนนก็คงหนีไม่พ้น รถยางแตก น้ำมันหมด หรือเครื่องดับไปดื้อๆ แต่จะเรียกรถสไลด์ หรือรถยกดีล่ะ วันนี้เราจะมาอธิบายถึงความต่างให้ฟังกัน
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า รถสไลด์และรถลาก ต่างกันตรงไหน บางคนอาจจะเรียกสลับกัน โดยคิดว่าเป็นบริการประเภทเดียวกันด้วยซ้ำ แต่จริงๆ แล้ว บริการช่วยเหลือทั้งสองแบบมีความเหมาะสมไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นหลัก เรามาดูความต่างกัน
รถยก หรือรถสไลด์ เป็นบริการให้ความช่วยเหลือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหนัก ระบบขับเคลื่อนบริเวณล้อมีปัญหา หรือว่ารถประเภทนั้นเป็นระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ที่ไม่เหมาะกับการใช้รถลาก จึงจำเป็นต้องใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่มาเคลื่อนย้ายรถทั้งคันขึ้นไปไว้ด้านท้าย
รถลาก เป็นบริการช่วยเหลือรถยนต์ที่เกิดอุบัติไม่หนักมาก ระบบขับเคลื่อนบริเวณล้อยังทำงานได้ปกติ แต่ไม่สามารถขับต่อได้ ส่วนมากจะเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อน 2 ล้อ สามารถลากจูงได้ง่าย
การจะเลือกใช้บริการรถสไลด์ หรือรถลาก ควรดูประเภทรถที่เราขับ และรูปแบบของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น อย่างเช่น เกิดอุบัติเหตุรถเสีย น้ำมันหมด หรืออาการต่างๆ ที่ไม่ได้รุนแรงถึงระบบขับเคลื่อนล้อ การใช้บริการรถลากก็จะประหยัดเงินกว่า แต่หากเป็นอุบัติเหตุรุนแรง หรือรถยนต์ประเภทขับเคลื่อน 4 ล้อที่น้ำหนักเยอะ ก็ต้องเลือกใช้แบบรถสไลด์เท่านั้น
เมื่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ความปลอดภัยเป็นสิ่งแรกที่ต้องนึกถึง ก่อนที่จะทำการเรียกบริการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งหลายคนอาจตื่นตกใจเวลาเกิดอุบัติเหตุ ไม่รู้จะต้องทำอะไรบ้างเพราะกำลังขาดสติ แต่ไม่ต้องกังวล วันนี้เรามีวิธีรับมือมาฝาก
สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเหตุหนักหรือเบา คือการเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อแจ้งเตือนเพื่อนร่วมถนน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และยังช่วยให้เราและเพื่อนร่วมทางคันอื่นปลอดภัย
เมื่อเกิดอุบัติเหตุจนไม่สามารถขับต่อไปได้ ให้โทรประสานขอความช่วยเหลือจากตำรวจทางหลวง (1193) ทันที และโทรแจ้งบริษัทประกัน ในกรณีที่มีการทำประกันรถยนต์ไว้ หรือหากเกิดเหตุบนทางด่วน ก็ต้องโทรแจ้งกรมทางพิเศษ (1543) เพื่อความปลอดภัยตัวเราและทรัพย์สิน โดยเฉพาะการเกิดเหตุในเวลากลางคืน
หลายครั้งเวลาเกิดอุบัติเหตุ บางคนเลือกที่จะลงมายืนอยู่ด้านหน้า หรือด้านหลังรถ และทำการโทรขอความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด อย่างที่เราเห็นกันจากในข่าว ที่มีการเกิดอุบัติชนท้ายรถยนต์ที่จอดเสียข้างทาง วิธีที่ถูกคือการนั่งรถความช่วยเหลืออยู่ในรถ หากสถานที่ที่รถเราเสียไม่ได้มีที่ปลอดภัยให้ยืนรอ เพราะถึงอย่างไร โครงสร้างรถยนต์ที่เป็นเหล็กก็ยังช่วยปกป้องเราได้
รถสไลด์จะมีค่าบริการตั้งแต่ 1,000 – 3,000 บาท ส่วนค่ารถลากจะมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ซึ่งจะถูกกว่า เพราะไม่ได้ใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่มาขนย้าย
เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถเสีย แล้วต้องการใช้บริการรถสไลด์ หรือรถลาก เพื่อนำรถเราไปยังอู่ซ่อม หรือศูนย์ให้บริการ ควรดูที่สถานการณ์ และความเหมาะสมเป็นหลัก เพราะค่าใช้จ่ายของบริการทั้งสองประเภทมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร จะได้ประหยัดเงินในกระเป๋าเผื่อค่าซ่อมไว้ด้วย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประเภทประกันรถยนต์แต่ละแบบ “ตอบโจทย์ไม่เหมือนกัน” ถ้าเลือกถูก คุณจะได้ความคุ้มครองที่พอดีกับความเสี่ยง แต่ถ้าเลือกผิด อาจจ่ายแพงเกินหรือคุ้มครองไม่พอ บทความนี้จะช่วยเช็คประกันรถยนต์ให้คุณเข้าใจภาพรวม และเลือกได้อย่างมีเหตุผล
หลายคนทำประกันรถ แต่ไม่เคยรู้เลยว่า “ทุนประกันรถยนต์” ที่เลือกไป ส่งผลกับทั้งค่าเบี้ยและเงินที่ได้ตอนเคลม บางคนเลือกสูงไปโดยไม่จำเป็น บางคนเลือกต่ำไปจนขาดความคุ้มครอง บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจทุนประกันแบบใช้งานจริง และเลือกซื้อประกันได้ไม่พลาด
หลายคนใช้รถทุกวัน แต่ไม่เคยเช็กเลยว่า “ประกันรถหมดเมื่อไหร่” รู้ตัวอีกที… ประกันรถยนต์ขาดไปแล้ว ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา คุณอาจต้องจ่ายทุกอย่างเองแบบเต็ม ๆ บทความนี้จะพาไปดูว่า “ประกันขาด” ส่งผลอะไรกับคุณบ้าง มากกว่าที่คิด