ตอนนั้นเราจะต้องหันมาดูรถของตัวเองแล้วว่าควรทำประกันชั้นไหนดีเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่าตามสภาพรถที่เป็นจริง หลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2 , 2+ มีการคุ้มครองที่สูงและเป็นที่ได้รับความนิยมในการทำประกันรถยนต์มาก ๆ แต่สำหรับประกันชั้น 3 อาจจะไม่ค่อยมีใครที่จะรู้จริง ๆ ว่าความคุ้มครองเป็นอย่างไรบ้าง และคุ้มค่าที่จะทำหรือไม่ แต่ประกันชั้น 3 นั้นก็มีราคาเบี้ยประกันที่ถูกกว่าประกันรถยนต์มาก ๆ ซึ่งเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 3 เหมาะกับรถยนต์แบบไหนมากที่สุด
แน่นอนว่าการคุ้มครองรถที่แถมจะไม่ได้รับความคุ้มครองของประกันชั้น 3 ซึ่งมีค้าเบี้ยประกันที่ถูกมาก ๆ หากเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ด้วยตนเองจะไม่สามารถเข้าไปเครมประกันได้ แต่หากมีคู่กรณีทางประกันจะรับผิดชอบทั้งหมดตามเงื่อนไขและวงเงินการเอาประกัน ทำให้เจ้าของรถที่มีการใช้งานรถยนต์ไม่เกิน 10 -15 มักจะยังทำประกันชั้น 2 ขึ้นไปอยู่ ทำให้ประกันชั้น 3 จึงได้รับความนิยมในรถรุ่นเก่า ๆ มากกว่า เพราะผู้คนไม่อยากที่จะลงทุนกับประกันให้รถคันเก่า ๆ ที่สภาพอาจจะไม่ค่อยดีมากเท่าไหร่ จึงคิดว่าไม่คุ้มกับเบี้ยประกันที่เสียไป
และอีกหนึ่งประเภทรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน หรือนาน ๆ ไหนจะขับรถออกไปทีหนึ่ง การจะทำประกันเบี้ยแพง ๆ จึงอาจจะไม่คุ้มค่า แต่ก็อยากที่จะสร้างความมั่นใจในการขับขี่บนท้องถนนหาเกิดเหตุไม่คาดฝันแบบมีคู่กรณีขึ้นมา ก็จะมีประกันค่อยมาช่วยเหลืออยู่ ดังนั้นเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 3 เหมาะกับรถยนต์แบบไหนมากที่สุด นั้นคือ รถเก่ามาก ๆ และรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ดังนั้นเราควรไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ประกันรถยนต์ชั้น 3 กันก่อนดีกว่า
insurverse เป็นหนึ่งในบริษัทประกันที่มีให้บริการประกันภัยรถยนต์ที่ครอบคลุมทุกชั้นตั้งแต่ชั้น 1 ชั้น 2+ และชั้น 3 3+ ซึ่งประกันที่ผู้คนไม่ค่อยสนใจและรู้จักคือประกันชั้น 3 ที่เป็นประกันที่คุ้มครองน้อยที่สุด แต่ก็มีเบี้ยประกันที่ถูกที่สุดเช่นกัน โดยประกันชั้น 3 จะไม่คุ้มครองความเสียหายของรถที่ทำประกัน แต่จะคุ้มครองคู่กรณีที่มีการชนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นประกันชั้น 3 ก็ยังมีการดูแลค่ารักษาทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารไม่ว่าจะค่ารักษาอาการบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต โดยจะมีเงื่อนไขการคุ้มครองดังต่อไปนี้
ประกันชั้น 3 นั้นมีการรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ของเจ้าขอรถที่ทำประกันภัย ตามความเสียหายที่แท้จริงที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยไว้
การชดเชยต่อทรัพย์สินที่บริษัทประกันจะคุ้มครองบุคคลภายนอกหรือคู่กรณีเท่านั้น บริษัทะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามจริง แต่จะไม่คุ้มครองทรัพย์สินอื่นใดที่นำติดตัวข้ึนบนรถยนต์หรือทรัพย์สินที่บรรทุกอยู่ในรถยน ความรับผิดของบริษัทจะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้
ประกันภัยชั้น 3 ให้ความคุ้มครองความรับผิดของผู้โดยสารที่นั่งมาด้วย ดูแลทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารไม่ว่าจะค่ารักษาอาการบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต ตามเงื่อนไขที่ประกันกำหนดไว้ แต่หากผู้โดยสารมีประกันอยู่แล้ว แต่ยังมีค่าส่วนเกินอยู่ทางประกันก็จะเข้าไปชดเชยค่าส่วนเกินนั้นได้
อย่างไรก็ตามคนที่ต้องการทำประกันชั้น 3 มักจะเลือกทำเฉพาะรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน หรือมีรถที่มีอายุการใช้งานนาน ๆ มาแล้ว ซึ่งการทำประกันชั้น 3 และมีราคาที่ถูกกว่า เพราะคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเสียดายรถที่มีอายุการใช้งานมาก ๆ แล้ว แต่หลายคนก็ยังต้องการมีประกันเพื่อเอาไว้คุ้มครองหากมีกรณีเพื่อไม่ให้เราเกิดความเสียหายที่มากขึ้น การมีประกันก็จะทำให้คุณนั้นอุ่นใจขึ้นมาก ๆ ดังนั้นหากต้องการทำประกันภัยชั้น 3 สามารถเข้ามาซื้อออนไลน์ผ่าน insurverse ที่นี่ได้เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง