vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ
ต่อใบขับขี่ ประจำปี 2567 ทำได้ที่ไหน และทำอย่างไรได้บ้าง

ต่อใบขับขี่ ประจำปี 2567 ทำได้ที่ไหน และทำอย่างไรได้บ้าง

schedule
share

ใบขับขี่มีความสำคัญสำหรับผู้ขับขี่ทุกคนอย่างมาก ซึ่งการทำใบขับขี่นั้นเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย หากฝ่าฝืนหรือขับรถโดยที่ใบขับขี่หมดอายุอาจจะอาจต้องเสียค่าปรับ ถูกยึดใบขับขี่ หรือถูกตัดสิทธิในการขับรถชั่วคราวหรือถาวร และการทำใบขับขี่มีประโยชน์ในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน เพราะเป็นสิ่งที่รับรองว่ามีความสามารถในการขับขี่และมีความรู้เรื่องการปฏิบัติตามกฎจราจร

ต่อใบขับขี่ ประจำปี 2567 ทำได้ที่ไหน และทำอย่างไรได้บ้าง

การต่อใบขับขี่ ประจำปี 2567

ก่อนที่จะทำการต่อใบขับขี่ ควรจะทำความเข้าใจก่อนว่าการทำใบขับขี่ครั้งแรกจะมีอายุการใช้งาน 2 ปี แต่ในการต่อใบขับขี่นั้นจะมีทั้งจาก 2 ปี เป็น 5 ปี และแบบ 5 ปี โดยจะมีค่าธรรมเนียมของรถยนต์ 505 บาท และรถจักรยานยนต์ 255 บาท ซึ่งในปัจจุบันสามารถอบรมเพื่อต่อใบขับขี่ทางออนไลน์ได้

เอกสารที่ต้องใช้

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ใบขับขี่เดิม
  • ใบรับรองแพทย์ อายุไม่เกิน 1 เดือน
  • ใบรับรองผลทดสอบการอบรมใบขับขี่ สามารถอบรมผ่านระบบ e-Learning ได้ทาง www.dlt-elearning.com เพื่อความรวดเร็ว

สามารถต่อใบขับขี่ล่วงหน้าได้หรือไม่

โดยปกติแล้วจะสามารถต่อใบขับขี่ล่วงหน้าได้ทันทีที่ถือใบอนุญาตขับรถครบ 1 ปี แต่จะมีเงื่อนไขบางประการหากคุณขาดการต่อใบขับขี่ ดังนี้

  • หากใบขับขี่ขาดเกิน 1 ปี ต้องอบรม 5 ชั่วโมง และทดสอบข้อเขียนใหม่
  • หากใบขับขี่ขาดเกิน 3 ปี ต้องอบรม 5 ชั่วโมง ทดสอบข้อเขียน และทดสอบขับรถใหม่

ขั้นตอนการอบรมเพื่อต่อใบขับขี่ออนไลน์

  1. เข้าเว็บไซต์จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ ทางเว็บไซต์ www.dlt-elearning.com
  2. ลงทะเบียนต่อใบขับขี่
  3. เลือกการอบรม ตามประเภทใบอนุญาตที่ต้องการต่ออายุ
  4. แบบทดสอบก่อนอบรม
  5. ดูวิดีโอการอบรมการขับรถ แล้วทำแบบทดสอบหลังอบรมให้ครบและถูกต้อง
  6. บันทึกหน้าจอผลการอบรม เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่าผ่านการอบรมการ
  7. นำผลผ่านการอบรมออนไลน์แนบมาพร้อมกับใบรับรองแพทย์ เพื่อเข้ารับบริการต่ออายุใบอนุญาตขับรถได้ที่สำนักงานขนส่ง

ขั้นตอนการต่อใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่ง

  1. เดินทางไปที่สำนักงานขนส่งตามวันและเวลานัด
  2. รอเจ้าหน้าที่เรียกเพื่อแสดงเอกสารที่ใช้ต่อใบขับขี่และการจองคิวแก่เจ้าหน้าที่
  3. ทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ได้แก่ ทดสอบการมองเห็นสี (เขียว/เหลือง/แดง), ทดสอบสายตาทางลึก, ทดสอบสายตาทางกว้าง และทดสอบปฎิกิริยาของเท้า ในการเหยียบเบรกหลังเห็นไฟสัญญาณ
  4. ส่งเอกสารผลการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย
  5. รอเจ้าหน้าที่เรียกชำระค่าธรรมเนียม (ปิดรับชำระเงิน 15.30 น.) ควรจะพกเงินสดเพื่อความรวดเร็ว
  6. ถ่ายรูปเพื่อทำใบขับขี่ใหม่ และรอรับใบขับขี่

ทำไมต้องทำใบขับขี่

ใบอนุญาตขับขี่เป็นหลักฐานยืนยันแสดงว่าบุคคลเป็นเจ้าของใบอนุญาตและได้รับอนุญาตให้ขับขี่รถประเภทต่าง ๆ มีความรู้ ความสามารถในเรื่องการขับขี่เป็นอย่างดี เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะได้รับค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหาย หรือในกรณีที่โดนตำรวจจราจรเรียกตรวจ การไม่มีใบอนุญาตขับขี่ก็จะทำให้ถูกเทียบปรับตามกฎหมาย และยังมีผลต่อการพิจารณาเข้าทำงาน โดยเฉพาะงานที่ต้องการความสามารถในการขับขี่ จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่

ต่อใบขับขี่ ประจำปี 2567 ทำได้ที่ไหน และทำอย่างไรได้บ้าง

บทสรุป

ในการขับรถทุกครั้ง สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการเตรียมเอกสารต่าง ๆ ไว้เผื่อเกิดเหตุการณ?ไม่คาดคิดบนท้องถนน เพื่อที่จะได้จัดการได้เลยทันที ซึ่งเอกสารที่ควรจะเตรียม ได้แก่ ใบขับขี่ สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ สำเนากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ และ พ.ร.บ.รถยนต์

หากใครที่กำลังต้องการทำประกันชั้น 1 ให้กับรถยนต์ ที่ insurverse มีประกันรถยนต์ราคาถูกและดี มีให้เลือกทำได้ตามความต้องการ

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย