เชื่อว่าผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เลือกที่จะทำประกันรถยนต์เพื่อจุดประสงค์ในการแบ่งเบาภาระในเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้รถใช้ถนน ซึ่งอาจจะเป็นอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี หรือการเกิดขึ้นของภัยธรรมชาติต่าง ๆ ที่อาจจะคาดเดาได้ยาก เพราะแม้ว่าเราจะระมัดระวังตัวเป็นอย่างดีแค่ไหน แต่ขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งการทำประกันนอกจากจะช่วยในส่วนของค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถแล้วยังช่วยในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชย ค่าประกันคนขับได้อีกด้วย
หลายคนอาจจะมีข้อสงสัยว่าทำไมถึงมีการถูกยกเลิกประกันจากบริษัทได้ ซึ่งปกติแล้วบริษัทประกันภัยสามารถปฏิเสธที่จะให้ความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์แก่ผู้ขับขี่รถยนต์ได้ด้วยเหตุผลหลายประการ ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ จะถูกยกเลิกโดยไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นเลย วันนี้เราจะพามาดูเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจทำให้ประกันถูกยกเลิกได้ เพื่อให้คุณได้ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น
ในการทำประกันในทุกบริษัทจะมีการเก็บข้อมูลส่วนตัวเป็นปกติอยู่แล้ว หากคุณให้ข้อมูลที่ไม่ตรงตามความจริง ไม่ว่าจะเป็นการปกปิดหรือบิดเบือนข้อมูล เมื่อมีการตรวจพบในภายหลังก็จะถูกยกเลิกและไม่ได้รับการคุ้มครองใด ๆ จากบริษัท
การจ่ายเบี้ยประกันล่าช้าก็อาจทำให้ถูกยกเลิกได้เช่นกัน และบริษัทส่วนมากจะมีการแจ้งวันครบกำหนดชำระให้ทราบล่วงหน้าอยู่แล้ว อย่าลืมตรวจสอบวันครบกำหนดให้ดี
การเคลมประกันบ่อยเกินไป นอกจากจะทำให้เบี้ยประกันในปีถัดไปสูงขึ้นแล้ว ยังมีโอกาสถูกยกเลิกกรมธรรม์อีกด้วย ซึ่งทางบริษัทมีสิทธิ์แจ้งยกเลิกในปีถัดไป หรือขอยกเลิกก่อนหมดเวลาคุ้มครอง เนื่องจากอาจถูกพิจารณาว่าเป็นผู้ที่มีการขับขี่ไม่ปลอดภัย และอาจร้ายแรงถึงขั้นถูก Black List ได้เช่นกัน
เมื่อเกิดการเคลมประกันที่ผิดปกติ หรือไม่สมเหตุสมผล และหากพิจารณาแล้วพบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นจริงก็จะถูกโดนยกเลิกประกัน
หากพบว่ามีการทุจริตในการเคลมประกันเกิดขึ้นจริง ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะถูกยกเลิกประกันทันที และนอกจากจะถูกยกเลิกแล้วอาจถูกฟ้องร้องด้วย
การถูกยกเลิกประกันอาจไม่ได้จบเพียงแค่หมดสิทธิ์ในการได้รับความคุ้มครองเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์หรือสาเหตุที่ทำให้ถูกยกเลิก ซึ่งก็อาจถูก Black List หรือฟ้องร้องค่าเสียหายเลยก็ได้ เพราะฉะนั้น เมื่อซื้อประกันรถยนต์ที่ดีและเหมาะสมแล้วก็ควรจะปฏิบัติให้ถูกต้องและไม่ประมาทจะดีที่สุด
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เปิดมาตรการปรับดอกเบี้ยรถใหม่ 2567 ทุกธนาคาร จากการกำกับใช้โดยภาครัฐ มีอะไรบ้างที่ปรับลด และต่างจากอัตราดอกเบี้ยคงที่อย่างไร มาหาคำตอบกัน
เมื่อคุณตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับกลับมาเป็นหลักฐานยืนยันความคุ้มครองก็คือ “กรมธรรม์รถยนต์” ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับกระดาษหน้าตารางที่มีข้อความและตัวเลขระบุไว้อย่างหนาแน่นจนไม่แน่ใจว่าจะต้องอ่านตรงไหน หรือมีข้อมูลสำคัญอะไรที่ต้องตรวจเช็กบ้าง ความจริงแล้ว กรมธรรม์รถยนต์คือเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกัน การทำความเข้าใจวิธีอ่านหน้าตารางกรมธรรม์จะช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บทความนี้จะสรุปทุกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้ให้เข้าใจง่ายในที่เดียว ทำความเข้าใจกรมธรรม์รถยนต์ สัญญาคุ้มครองความปลอดภัยของคนมีรถ กรมธรรม์รถยนต์ คือเอกสารสัญญาประกันภัยที่ระบุข้อตกลง สิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และขอบเขตความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือพ.ร.บ. รถยนต์ ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี และกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ หรือประกันรถยนต์ (เช่น ชั้น 1, 2+, 3+, 3) ที่ผู้ขับขี่เลือกซื้อเพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจ 5 จุดสำคัญบนหน้าตารางกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องตรวจเช็กให้ถูกต้อง เมื่อได้รับกรมธรรม์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉบับกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล ให้ตรวจสอบ 5 จุดสำคัญต่อไปนี้ทันที ข้อมูลผู้เอาประกันภัยและรายละเอียดตัวรถยนต์ ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต รวมถึงหมายเลขตัวถัง (VIN) ว่าตรงกับเล่มทะเบียนรถจริงหรือไม่ หากมีจุดใดสะกดผิดต้องรีบแจ้งบริษัทประกันแก้ไขทันที… Continue reading กรมธรรม์รถยนต์คืออะไร สรุปวิธีอ่าน เช็กง่ายได้ด้วยตัวเอง
ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ให้ความคุ้มครองมากกว่าที่คิด ครอบคลุมทั้งรถเราและคู่กรณี ในราคาเบา ๆ เหมาะสำหรับคนใช้รถทุกวันที่อยากอุ่นใจแต่ไม่อยากจ่ายแพง