ใครอยากถอยรถใหม่ช่วงปลายปีหน้าแต่ไม่รู้ว่าควรเลือกซื้อรถใหม่วันไหน หรือจะเลือกรถสีอะไรให้ถูกโฉลกตามวันเกิด ลองมาดูฤกษ์ออกรถเดือนกันยายน 2568 สำหรับคนหาวันมงคลในการออกรถใหม่ป้ายแดง พร้อมแนวทางการเลือกสีรถให้เหมาะกับวันเกิดเพื่อเสริมดวงด้านต่าง ๆ และขั้นตอนการออกรถที่มือใหม่ควรรู้
ใครวางแผนซื้อรถใหม่ รถป้ายแดง และเตรียมถอยรถเดือนกันยายน 2568 อย่าลืมเช็กวันมงคลสำหรับออกรถกันก่อน เพื่อเสริมดวงชะตาให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง ประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย และเพื่อสิริมงคลอันยิ่งใหญ่ในชีวิต
โดยฤกษ์ออกรถเดือนกันยายนที่เหมาะสม ได้แก่ วันที่ 11, 16, 17, 21, 24, 25 และ 27 ส่วนวันที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ วันที่ 6, 13, 20 และ 29
นอกจากการออกรถตามฤกษ์ออกรถเดือนกันยายนแล้ว คนไทยยังมีความเชื่อเรื่องสีรถตามวันเกิดที่ถูกโฉลก เพื่อเสริมดวงด้านต่าง ๆ ดังนี้
นอกจากคำนึงถึงฤกษ์ออกรถเดือนกันยายนแล้ว ยังมีขั้นตอนการออกรถใหม่ที่ควรรู้ ดังนี้
ค่าใช้จ่ายในการออกรถใหม่ป้ายแดงมีหลายอย่าง ได้แก่ เงินดาวน์และเงินผ่อนงวดแรก ค่าจดทะเบียนรถ (ประมาณ 3,500 – 5,000 บาท) ค่ามัดจำป้ายแดง (ประมาณ 2,000 – 3,000 บาท) ค่า ประกันภัยรถยนต์ และค่าอุปกรณ์เพิ่มเติม
การตรวจเช็กสภาพก่อนรับรถเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยการออกรถใหม่ป้ายแดงต้องไม่ลืมตรวจเช็กสภาพทั้งภายในและภายนอกรถ
ก่อนถอยรถป้ายแดงต้องไม่ลืมตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หลักฐานแสดงรายได้หรือหนังสือรับรองเงินเดือน เอกสารอนุมัติสินเชื่อ (ถ้ามี) สัญญาซื้อขาย เล่มทะเบียน และเอกสารการจดทะเบียน
หลังออกรถใหม่แล้วมีสิ่งที่ห้ามทำ ได้แก่ ห้ามขับรถเร็วเกินกำหนด ห้ามดัดแปลงสภาพรถ ห้ามนำรถไปใช้งานผิดประเภท และห้ามบรรทุกของหนักเกินกำหนด
จะเห็นว่าการออกรถใหม่ป้ายแดงในปี 2568 นอกจากจะเช็กฤกษ์ออกรถเดือนกันยายนแล้ว ยังมีสีมงคลประจำวันเกิดที่เหมาะกับคนเกิดทั้ง 7 วัน รวมถึงขั้นตอนที่ควรรู้ในการออกรถใหม่อีกด้วย แต่สิ่งสำคัญคือหลังออกรถแล้วไม่ควรละเมิดข้อกฎหมายที่กำหนด รวมถึงให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ หากต้องการประหยัดงบแนะนำ ประกันรถชั้น 2+ ที่มอบความคุ้มครองใกล้เคียงประกันชั้น 1 แต่ราคาถูกกว่า ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเจ้าของรถใหม่
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) คือ รถยนต์ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีจุดเด่นคือ สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอกได้ ทำให้มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่ารถไฮบริดทั่วไป สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ในระยะทางที่กำหนด และเมื่อแบตเตอรี่หมด ก็จะสลับไปใช้น้ำมันผ่านเครื่องยนต์สันดาปโดยอัตโนมัติ ทำให้หมดกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จระหว่างทาง รถยนต์ PHEV ย่อมาจากอะไร? รถ PHEV ย่อมาจาก Plug-in Hybrid Electric Vehicle หรือที่คนไทยมักเรียกกันติดปากว่า “รถปลั๊กอินไฮบริด” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ตรงกลางระหว่างรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิม และรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% (EV) โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยมลพิษ และเพิ่มความประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด หลักการทำงานของรถ PHEV เป็นอย่างไร? หลายคนที่กำลังสงสัยว่า รถ PHEV คือ รถที่ทำงานแบบไหน? อธิบายง่ายๆ คือ รถประเภทนี้จะมีทั้ง “ถังน้ำมัน” และ “ช่องเสียบชาร์จไฟ” โดยมีโหมดการขับเคลื่อนหลักๆ 2 รูปแบบ ดังนี้: การขับเคลื่อนด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน (EV… Continue reading รถ PHEV คืออะไร? สรุปข้อมูลรถปลั๊กอินไฮบริดที่คนอยากมีรถต้องรู้
เมื่อพูดถึงการซื้อรถมือสอง การทำประกันภัย หรือแม้กระทั่งการนำรถเข้าศูนย์บริการ คำศัพท์หนึ่งที่คุณจะได้ยินบ่อยๆ คือคำว่า “เลขตัวถัง” หรือ VIN Code หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสยาวๆ เหล่านี้คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และเราจะ เช็คเลขตัวถัง ได้จากตรงไหนบ้าง? บทความนี้มีคำตอบแบบเจาะลึก ครบจบในที่เดียว เลขตัวถัง (VIN Code) สำคัญอย่างไร? เลขตัวถัง (Vehicle Identification Number หรือ VIN) หรือที่หลายคนเรียกว่า แชสซี (Chassis Number) คือ รหัสประจำตัวรถยนต์ที่มีจำนวน 17 หลัก ประกอบด้วยตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษ เปรียบเสมือน “เลขบัตรประจำตัวประชาชน” ของรถคันนั้นๆ ซึ่งรถยนต์ทุกคันบนโลกจะมีรหัสนี้ไม่ซ้ำกันเลย ความสำคัญของเลขตัวถังมีดังนี้: วิธีอ่านเลขตัวถังรถยนต์ 17 หลัก บอกอะไรเราบ้าง? ตัวเลขและตัวอักษรทั้ง 17 หลักนั้นไม่ได้ถูกสุ่มขึ้นมา แต่แฝงความหมายที่เป็นมาตรฐานสากลไว้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ดังนี้ หลักที่ 1-3:… Continue reading เลขตัวถังรถยนต์ (VIN) คืออะไร? วิธีเช็คและตำแหน่งดูเลขตัวถัง
m flow จ่ายเงิน สามารถทำได้ง่ายๆ 2 รูปแบบหลัก คือ 1. สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก ระบบจะตัดเงินอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือบัญชี M-Pass/Easy Pass และ 2. สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ mflowthai.com พิมพ์เลขทะเบียนรถ แล้วสร้าง QR Code เพื่อสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Banking) ได้ทันที โดยต้องชำระภายใน 7 วันหลังขับผ่าน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับสูงสุด 10 เท่า การขับขี่บนทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ด้วยความเร็วสูง นอกจากจะต้องศึกษาวิธีการใช้งาน M-Flow เพื่อความคล่องตัวแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการตรวจเช็กสภาพรถ และต่อพ.ร.บ. รถยนต์ ให้เรียบร้อย รวมถึงควรมีประกันภัยรถยนต์ ติดรถไว้ เพื่อความอุ่นใจคุ้มครองทุกอุบัติเหตุบนท้องถนน M-Flow คืออะไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนขับผ่านเลนขวา M-Flow (เอ็มโฟลว์) คือ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (Free Flow) ของกรมทางหลวง ช่วยระบายรถบนหน้าด่านให้ลื่นไหล โดยใช้กล้อง… Continue reading m flow จ่ายเงิน อย่างไร? รวมวิธีชำระค่าผ่านทางอัปเดตล่าสุด