อยากได้เลขทะเบียนรถสวย ๆ หรือเลขมงคลที่ตรงใจ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงใช่มั้ย? การเช็คหมวดทะเบียนรถกับกรมขนส่งกรุงเทพตอนนี้ง่ายกว่าเดิมเยอะ แค่มีแอป ThaID ก็จองทะเบียนได้สบาย ๆ ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวเหมือนเมื่อก่อน ที่สำคัญ ถ้าอยากให้ทุกอย่างพร้อมขนาดนี้ ทั้งเลขทะเบียนและความปลอดภัยของรถ ก็อย่าลืมมองหาประกันรถชั้น 1 ที่ปรับแผนได้ตามใจแบบ insurverse ประกันออนไลน์ 100% เจ้าแรกที่ให้คุณคุมงบได้เอง ไม่ต้องจ่ายเกินจำเป็น พร้อมเช็กทุกอย่างผ่านมือถือ ง่ายเหมือนจองทะเบียนนี่แหละ!
เริ่มต้นด้วยการดาวน์โหลดแอป ThaID ลงในโทรศัพท์มือถือ หลังจากนั้นทำการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านแอป ขั้นตอนนี้จะต้องสแกนบัตรประชาชนทั้งด้านหน้าและหลัง พร้อมสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน ข้อสำคัญคืออย่าลืมตรวจสอบข้อมูลที่ระบบดึงมาจากบัตรประชาชน เพราะบางครั้งระบบอาจสแกนไม่ครบ ทำให้ข้อมูลผิดพลาดได้
หลังจากยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaID แล้ว ให้เข้าไปที่เว็บไซต์จองทะเบียนรถของกรมขนส่งทางบก โดยแยกตามประเภทของรถ
เมื่อเข้าเว็บไซต์แล้ว กดที่ “จองหมายเลขทะเบียนรถ” ระบบจะแสดง QR Code ให้สแกนผ่านแอป ThaID เพื่อเข้าสู่ระบบโดยอัตโนมัติ
หลังจากเข้าสู่ระบบได้แล้ว เว็บไซต์จะแสดงหลักเกณฑ์ในการจองทะเบียนรถทางด้านซ้ายมือ ควรอ่านให้ครบทุกข้อเพื่อหลีกเลี่ยงการใส่ข้อมูลผิด เพราะถ้าผิดแล้วจะไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องรอถึง 3 เดือนถึงจะจองใหม่ได้ เมื่ออ่านเสร็จแล้วให้กด “ยอมรับหลักเกณฑ์”
เมื่อยอมรับหลักเกณฑ์เรียบร้อยแล้ว ต่อไปคือการเลือกประเภทรถยนต์ที่ต้องการจอง ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 หมวด ได้แก่
แต่ละหมวดจะมีเลขทะเบียนกำกับ เช่น หมวด 5กข 4501-5999 ถ้าเลขที่คุณต้องการไม่ตรงกับหมวดที่เปิดจอง แนะนำให้เช็ค “ตารางเปิดจองหมายเลข” ที่ เว็บไซต์จองทะเบียนรถ เพื่อดูว่าหมวดไหนจะเปิดจองในวันไหนบ้าง
หลังจากเลือกประเภทรถแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือเลือกประเภทการจอง ซึ่งมีให้เลือกดังนี้
เลือกให้ตรงกับสถานะของผู้จองเพื่อป้องกันปัญหาในการจดทะเบียนภายหลัง
กรอกข้อมูลต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เช่น เลขตัวถังรถ ยี่ห้อรถ และเบอร์โทรศัพท์ ต้องระวังไม่ให้ข้อมูลผิด เพราะหากข้อมูลผิดจะไม่สามารถใช้เลขทะเบียนที่จองไปจดทะเบียนได้อีก การจองทะเบียนรถออนไลน์จะเลือกได้แค่เลข 4 หลักเท่านั้น ไม่สามารถเลือกหมวดตัวอักษรได้ ถ้าเลขที่ต้องการเป็นเลขประมูล ระบบจะแจ้งเตือนทันที
เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จแล้ว ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทุกอย่างอีกครั้ง หากข้อมูลถูกต้องก็กด “ตกลง” เพื่อยืนยันการจอง การจองทะเบียนรถยนต์ออนไลน์ก็เสร็จสมบูรณ์
หลังจากจองเสร็จ สามารถตรวจสอบผลการจองได้ที่ปุ่ม “ตรวจสอบผลการจอง” บนเว็บไซต์ กรอกเลขบัตรประชาชน/ทะเบียนการค้า/หนังสือเดินทาง พร้อมหมายเลขตัวถังรถ ระบบจะแจ้งว่าตรวจสอบผลการจองได้ตั้งแต่วันไหน ควรบันทึกหน้าผลการจองไว้เป็นหลักฐานด้วย
สามารถตรวจสอบตารางเปิดจองเลขทะเบียนรถได้ที่เว็บไซต์ ตารางเปิดจองหมายเลข ระบบจะอัปเดตข้อมูลใหม่ทุกสัปดาห์เพื่อให้คุณเลือกจองได้ตามหมวดที่ต้องการ
เมื่อจองเลขทะเบียนเสร็จแล้ว ต้องไปที่กรมขนส่งเพื่อรับป้ายทะเบียนภายใน 1 เดือน หากเกินกำหนดจะต้องจองใหม่อีกครั้ง
เตรียมเอกสารดังนี้
นำเอกสารไปยื่นที่กรมขนส่ง จากนั้นตรวจสภาพรถ ชำระค่าธรรมเนียม และรับป้ายทะเบียนพร้อมสมุดเล่มทะเบียน
นำเอกสารไปยื่นที่กรมขนส่ง ถอดป้ายทะเบียนเก่าออก และชำระค่าธรรมเนียมเพื่อรับป้ายใหม่
หากจองทะเบียนรถในกรุงเทพฯ ต้องนำรถไปจดทะเบียนที่สำนักงานขนส่งในกรุงเทพเท่านั้น ภาษีที่จ่ายทุกปีจะถูกนำไปพัฒนาถนนและการคมนาคมในพื้นที่กรุงเทพฯ แม้จะใช้รถต่างจังหวัดก็ตาม
หลังจากจองทะเบียนออนไลน์แล้ว ไปทำเรื่องขอรับทะเบียนที่กรมขนส่ง ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงในการรับป้ายทะเบียนและสมุดเล่มทะเบียนใหม่
หลังจากเลือกเลขทะเบียนที่ถูกใจและทำทุกขั้นตอนเรียบร้อย ก็เหลือแค่เรื่องเดียวที่ห้ามลืมเด็ดขาด นั่นคือ เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง เพราะการขับขี่ในกรุงเทพที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การมี insurverse จะช่วยให้คุณมั่นใจขึ้นเยอะ ซื้อง่าย จ่ายถูก ซ่อมไว ไม่ต้องกังวลเรื่องใบเคลมหาย เพราะทุกอย่างเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ครบ จบในแอปเดียวเหมือนกับที่คุณจองทะเบียนรถมาเลย!
เลขทะเบียนที่เป็นเลขประมูลไม่สามารถจองผ่านระบบออนไลน์ได้ ต้องเข้าร่วมการประมูลกับกรมขนส่งโดยตรงหรือตรวจสอบตารางการประมูลผ่านเว็บไซต์ของกรมขนส่ง
ไม่สามารถจดทะเบียนล่วงหน้าได้ ต้องได้รับรถก่อนถึงจะดำเนินการจดทะเบียนได้ แต่สามารถจองเลขทะเบียนล่วงหน้าเมื่อได้รับรถแล้ว
ไม่สามารถโอนสิทธิ์การจองเลขทะเบียนให้ผู้อื่นได้ การจองจะต้องใช้ชื่อผู้จองตรงกับชื่อเจ้าของรถ หากมีการโอนสิทธิ์ การจองจะถือเป็นโมฆะทันที
ถ้าไม่ไปจดทะเบียนภายใน 1 เดือน เลขทะเบียนที่จองไว้จะถูกปล่อยให้ผู้อื่นสามารถจองได้ ดังนั้นควรดำเนินการให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด
หลังจากจองทะเบียนครั้งแรกแล้ว หากต้องการจองใหม่ต้องรออย่างน้อย 3 เดือนนับจากวันที่จองครั้งล่าสุด ไม่สามารถจองใหม่ได้ทันที
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เคยวางน้ำหอมปรับอากาศไว้ในรถจนกลิ่นตีกับกลิ่นอาหาร หรือล้างแอร์แล้วแต่กลิ่นอับชื้นก็ยังไม่หายไปหรือไม่? ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ เชื้อรา และแบคทีเรียที่สะสมอยู่ในห้องโดยสารและระบบท่อแอร์ เป็นสิ่งที่สร้างความรำคาญใจและส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจของคนมีรถเป็นอย่างยิ่ง หนึ่งในวิธียอดนิยมของศูนย์คาร์แคร์ยุคใหม่ในการแก้ปัญหานี้คือ “การอบโอโซนรถ” สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าการอบโอโซนคืออะไร ช่วยดับกลิ่นและฆ่าเชื้อโรคได้จริงไหม และมีความปลอดภัยเพียงใด บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกคำตอบอย่างรอบด้าน การอบโอโซนรถยนต์คืออะไร ทำงานอย่างไรในห้องโดยสาร การอบโอโซนรถยนต์ (Car Ozone Treatment) คือการใช้เครื่องกำเนิดก๊าซโอโซน (Ozone Generator) แปลงก๊าซออกซิเจน (O2) ในอากาศให้กลายเป็น “ก๊าซโอโซน” (O3) ซึ่งมีคุณสมบัติในการทำปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) ที่รุนแรง โดยอะตอมของออกซิเจนส่วนเกินจะเข้าไปทำลายผนังเซลล์ของแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส และเข้าสลายโครงสร้างโมเลกุลของสารอินทรีย์ที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับจนแตกสลายไปอย่างหมดจด จากนั้นก๊าซโอโซนจะสลายตัวกลับคืนเป็นออกซิเจนบริสุทธิ์ภายในเวลาไม่นาน 4 ประโยชน์สำคัญของการอบโอโซนรถยนต์ การทำความสะอาดด้วยโอโซนมีข้อดีเหนือกว่าการใช้น้ำหอมปรับอากาศทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้ กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างลึกซึ้งถึงต้นตอ โอโซนสามารถแทรกซึมเข้าไปตามเส้นใยเบาะผ้า พรมปูพื้น เพดานรถ และซอกมุมต่างๆ เพื่อทำลายโมเลกุลกลิ่นฝังแน่น เช่น กลิ่นควันบุหรี่ กลิ่นอาหาร กลิ่นอับชื้น กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นสัตว์เลี้ยง แทนที่จะเป็นเพียงการเอากลิ่นหอมไปกลบกลิ่นเหม็น ฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส… Continue reading อบโอโซนรถยนต์คืออะไร ดับกลิ่นอับฆ่าเชื้อโรค ดีจริงไหมข้อควรรู้
สำหรับคนที่กำลังมีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ในการเดินทางหรือประกอบอาชีพ แต่ในอดีตเคยมีประวัติผิดนัดชำระหนี้ บัตรเครดิต หรือสินเชื่อต่างๆ จนกังวลว่าประวัติที่ถูกบันทึกไว้ในบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) จะทำให้หมดสิทธิ์ซื้อรถ คำถามยอดฮิตที่สร้างความกังวลใจอย่างมากก็คือ “ติดบูโรออกรถได้ไหม” และมีโอกาสที่ไฟแนนซ์จะอนุมัติสินเชื่อหรือไม่ ความจริงแล้วการติดบูโรไม่ได้แปลว่าคุณจะซื้อรถไม่ได้ตลอดไป บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเผย 5 วิธีเตรียมตัวยื่นกู้ให้ผ่านฉลุย คลายข้อสงสัย ติดบูโรออกรถได้ไหมในความเป็นจริง คำตอบที่ชัดเจนคือ “ออกรถได้” ทั้งรถยนต์ป้ายแดงและรถยนต์มือสอง แต่ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของสถานะบูโรและเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน โดยทั่วไป สถาบันการเงินขนาดใหญ่หรือธนาคารพาณิชย์หลักอาจมีความเข้มงวดสูง แต่ยังมีบริษัทลีสซิ่งหรือไฟแนนซ์ทางเลือกหลายแห่งที่มีนโยบายยืดหยุ่นและพิจารณาจากความสามารถในการผ่อนชำระในปัจจุบันเป็นหลัก เข้าใจสถานะเครดิตบูโร ติดแบบไหนมีโอกาสผ่านง่ายกว่ากัน โอกาสในการขอสินเชื่อรถยนต์ขึ้นอยู่กับสถานะในรายงานเครดิตบูโรของคุณ ดังนี้ สถานะปิดบัญชีหนี้เสียแล้ว (มีใบปิดหนี้) หากคุณเคยค้างชำระแต่ได้ทำการเคลียร์หนี้สินจนหมดสิ้นแล้ว และได้รับ “ใบปลดหนี้” หรือหนังสือยืนยันการปิดบัญชีมาแล้วอย่างน้อย 3-6 เดือนขึ้นไป โอกาสที่ไฟแนนซ์จะอนุมัติสินเชื่อจะมีสูงมาก เพราะแสดงถึงความรับผิดชอบและความพร้อมทางการเงินที่ดีขึ้น สถานะค้างชำระเกิน 90 วัน หรือยังไม่ได้ปิดหนี้ หากยังมีหนี้ค้างชำระอยู่และยังไม่ได้รับการสะสาง การขอสินเชื่อจะมีความยากมากขึ้น ไฟแนนซ์ส่วนใหญ่อาจปฏิเสธ หรือกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมที่เข้มงวด เช่น ต้องวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงมาก และต้องมีคนค้ำประกันที่มั่นคง 5 วิธีเตรียมตัวออกรถสำหรับคนติดบูโรให้ไฟแนนซ์อนุมัติ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ไฟแนนซ์อนุมัติผ่านได้อย่างราบรื่น แนะนำให้ปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้ 1.… Continue reading ติดบูโรออกรถได้ไหม สรุปวิธีออกรถให้ผ่าน เตรียมตัวอย่างไรให้ฉลุย
สำหรับผู้ใช้รถยนต์ทุกคน แบตเตอรี่คือหัวใจหลักที่คอยจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่ไดสตาร์ทและระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดในตัวรถ แต่หลายคนอาจจะยังสงสัยเมื่อต้องตรวจเช็กสภาพแบตเตอรี่ว่าแท้จริงแล้ว “แบตเตอรี่รถยนต์กี่โวลต์” ค่าเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าไฟเต็ม และค่าเท่าไหร่ที่แปลว่าแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมสภาพจนเสี่ยงสตาร์ทไม่ติด การเข้าใจตัวเลขแรงดันไฟฟ้า (Voltage) ในสภาวะต่างๆ จะช่วยให้คุณประเมินสภาพแบตเตอรี่ได้อย่างแม่นยำและป้องกันปัญหารถดับไม่คาดฝัน บทความนี้ได้รวบรวมเกณฑ์ค่ามาตรฐานทั้งหมดมาให้คุณตรวจสอบได้อย่างง่ายดาย แบตเตอรี่รถยนต์กี่โวลต์ ทำความเข้าใจค่าแรงดันไฟฟ้ามาตรฐาน โดยมาตรฐานสากล รถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถกระบะ หรือรถ SUV จะใช้ระบบแรงดันไฟฟ้าขนาด “12 โวลต์” (12V) ซึ่งภายในแบตเตอรี่จะประกอบด้วยเซลล์ตะกั่ว-กรดจำนวน 6 เซลล์ต่ออนุกรมกัน (แต่ละเซลล์มีแรงดันประมาณ 2.1 โวลต์) ในขณะที่รถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถบัสจะใช้ระบบไฟฟ้าขนาด 24 โวลต์ (24V) โดยการนำแบตเตอรี่ 12V จำนวน 2 ลูกมาต่ออนุกรมกัน ตารางเช็กค่าโวลต์แบตเตอรี่รถยนต์ในแต่ละสภาวะการทำงาน แม้จะเรียกว่าแบตเตอรี่ 12V แต่ในความเป็นจริง แรงดันไฟฟ้าที่วัดได้จะไม่เท่ากับ 12.0V พอดี โดยจะแปรผันตามสภาวะการทำงานดังนี้ ค่าโวลต์ตอนดับเครื่องยนต์ (แรงดันขณะไม่มีโหลด) เมื่อดับเครื่องยนต์ทิ้งไว้ข้ามคืนหรืออย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง ค่าแรงดันที่เหมาะสมควรเป็นดังนี้: ค่าโวลต์ขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ (จังหวะดึงกระแสสูงสุด) ในจังหวะที่บิดกุญแจหรือกดปุ่ม… Continue reading แบตเตอรี่รถยนต์กี่โวลต์ สรุปค่ามาตรฐาน เช็กเองได้ง่ายๆ