vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

ผ่อนรถหมดแล้วต้องโอนภายในกี่วัน สรุปขั้นตอน เอกสาร และค่าปรับ

schedule
share
ผ่อนรถหมดแล้วต้องโอนภายในกี่วัน

วันที่รอคอยมาถึงเมื่อผ่อนค่างวดรถก้อนสุดท้ายเสร็จสิ้น แต่หลายคนอาจสงสัยว่า ผ่อนรถหมดแล้วต้องโอนภายในกี่วัน และมีขั้นตอนทางกฎหมายอย่างไรบ้างเพื่อเปลี่ยนชื่อในเล่มทะเบียนให้เป็นของผู้ครอบครองอย่างสมบูรณ์ ข้อมูลอัปเดต ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 สรุปไว้อย่างชัดเจนว่าการปฏิบัติตามกรอบเวลามีผลต่อค่าปรับและความคุ้มครองของรถคุณ

ผ่อนรถหมดแล้ว ต้องโอนกรรมสิทธิ์ภายในกี่วันตามกฎหมาย?

ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 16 ระบุไว้ชัดเจนว่า เมื่อมีการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์หรือโอนรถ ผู้โอนและผู้รับโอนจะต้องแจ้งต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานขนส่ง ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการโอนกรรมสิทธิ์

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อคุณปิดบัญชีค่างวดงวดสุดท้ายกับสถาบันการเงินหรือไฟแนนซ์ บริษัทลิสซิ่งจะใช้เวลาตรวจสอบยอดชำระประมาณ 3–7 วันทำการ จากนั้นจะออกชุดเอกสารโอนกรรมสิทธิ์และลงวันที่โอนในหนังสือสัญญาโอน ซึ่งวันดังกล่าวคือจุดเริ่มต้นของการนับถอยหลัง 15 วัน

หากโอนช้าเกิน 15 วัน มีโทษปรับเท่าไหร่?

หากไม่ดำเนินการแจ้งโอนกรรมสิทธิ์ต่อนายทะเบียนภายในระยะเวลา 15 วันที่กฎหมายกำหนด จะมีโทษปรับตามกฎหมายสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท (โดยในทางปฏิบัติ กรมการขนส่งทางบกมักคิดอัตราค่าปรับล่าช้าประมาณ 200–500 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ล่าช้า) ดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยเวลาให้ล่วงเลยจนเกิดค่าใช้จ่ายส่วนเกินโดยไม่จำเป็น

เปรียบเทียบวิธีโอนรถ: ให้ไฟแนนซ์โอนให้ vs โอนเองที่กรมการขนส่ง

หลังจากปิดยอดไฟแนนซ์เรียบร้อย คุณสามารถเลือกรูปแบบการโอนกรรมสิทธิ์ได้ 2 รูปแบบหลัก ดังนี้

1. ให้สถาบันการเงินหรือไฟแนนซ์ดำเนินการให้ (สะดวกสบาย ประหยัดเวลา)

สถาบันการเงินจะส่งชุดเอกสารโอนมาให้คุณลงลายมือชื่อที่บ้าน เช่น แบบคำขอโอนและรับโอน หนังสือมอบอำนาจ พร้อมให้ส่งสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านกลับไป ไฟแนนซ์จะเป็นผู้เดินทางไปตัดโอนที่สำนักงานขนส่งและส่งสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มฟ้า) ตัวจริงมาให้ทางไปรษณีย์ โดยมีค่าบริการโอนประมาณ 1,500 – 3,000 บาท

2. นำเอกสารไปโอนกรรมสิทธิ์ด้วยตัวเองที่สำนักงานขนส่ง (ประหยัดเงิน ได้เล่มทันที)

หากต้องการประหยัดค่าบริการ หรือต้องการเล่มทะเบียนทันที สามารถแจ้งไฟแนนซ์เพื่อขอรับชุดโอนลอยและเล่มทะเบียนเพื่อไปเดินเรื่องเอง โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสำคัญ ได้แก่:

  • เล่มทะเบียนรถยนต์ตัวจริง (สมุดคู่มือจดทะเบียน)
  • หนังสือสัญญาเช่าซื้อและหนังสือรับรองการปิดบัญชีจากไฟแนนซ์
  • แบบคำขอโอนและรับโอน (ลงนามเรียบร้อย)
  • หนังสือมอบอำนาจจากสถาบันการเงิน พร้อมสำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล
  • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับโอน
  • ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีประจำปีและหางบัตร [พ.ร.บ. รถยนต์] ที่ยังไม่หมดอายุ
  • นำรถยนต์เข้าตรวจสภาพ ณ สำนักงานขนส่ง (กรณีโอนต่างพื้นที่หรือรถดัดแปลง)

ค่าใช้จ่ายในการโอนรถเมื่อผ่อนหมด มีอะไรบ้าง?

หากคุณเดินทางไปดำเนินการเองที่สำนักงานขนส่ง ค่าใช้จ่ายตามระเบียบราชการจะประกอบด้วย:

1. ค่าคำขอโอน 5 บาท

2. ค่าธรรมเนียมการโอน 100 บาท

3. ค่าธรรมเนียมตรวจสภาพรถยนต์ 50 บาท (กรณีต้องตรวจสภาพ)

4. ค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครอง 50 บาท

รวมค่าใช้จ่ายพื้นฐานเพียงประมาณ 205 – 250 บาทเท่านั้น ยกเว้นกรณีมีค่าปรับโอนช้าหรือภาษีรถยนต์ขาดต่อร่วมด้วย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) และข้อควรระวังหลังโอนกรรมสิทธิ์

สิ่งสำคัญที่สุดหลังจากรถยนต์ปลอดภาระหนี้และกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของคุณโดยสมบูรณ์ คือการดูแลรักษาและบริหารความเสี่ยง หลายคนอาจลืมตรวจสอบวันหมดอายุของประกันภัย เนื่องจากขณะผ่อนชำระ ไฟแนนซ์มักจะพ่วงประกันมาให้ การเลือกทำประกันรถยนต์ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นชั้น 1, ชั้น 2+ หรือชั้น 3+ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อคุ้มครองรถที่คุณทุ่มเทผ่อนมาจนหมดให้ปลอดภัยในทุกการเดินทาง โดยสามารถเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ของ insurverse ได้ตลอดเวลาง่าย ๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือ ซื้อสะดวก ปลอดภัย 24 ช.ม.

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)