vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

หม้อน้ำรถยนต์คืออะไร สัญญาณเตือนน้ำรั่ว วิธีดูแลไม่ให้ฮีต

schedule
share
หม้อน้ำรถยนต์

ในขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงานและจุดระเบิดเพื่อขับเคลื่อนยานพาหนะ จะเกิดความร้อนสะสมมหาศาลสูงถึงหลายร้อยองศาเซลเซียส อุปกรณ์ด่านหน้าที่มีหน้าที่สำคัญที่สุดในการควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เครื่องยนต์ร้อนจัดจนพังเสียหายก็คือ “หม้อน้ำรถ” (Radiator) หากระบบหม้อน้ำเกิดการรั่วซึม น้ำแห้ง หรือพัดลมไม่ทำงาน เครื่องยนต์จะเกิดอาการ “โอเวอร์ฮีต” (Overheat) จนฝาสูบโก่งและดับสนิทอยู่กลางทาง บทความนี้จะสรุปความรู้เรื่องหม้อน้ำรถยนต์ สัญญาณเตือนปัญหา วิธีรับมือเมื่อความร้อนขึ้นสูง และวิธีดูแลรักษามาให้คนมีรถได้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง

หม้อน้ำรถยนต์คืออะไร หัวใจสำคัญในการควบคุมอุณหภูมิเครื่องยนต์

หม้อน้ำรถยนต์ คืออุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนที่ทำหน้าที่ระบายความร้อนของน้ำหล่อเย็น (Coolant) ที่ไหลเวียนออกมาจากเสื้อสูบเครื่องยนต์ โดยน้ำร้อนจะไหลผ่านท่อทางเดินเล็กๆ ในแผงรังผึ้งหม้อน้ำ และถูกระบายความร้อนออกสู่อากาศภายนอกด้วยลมปะทะขณะรถวิ่งร่วมกับแรงลมจากพัดลมหม้อน้ำ ก่อนจะไหลวนกลับเข้าไปหล่อเย็นเครื่องยนต์ให้อยู่ในอุณหภูมิการทำงานที่เหมาะสม (ประมาณ 85 – 95 องศาเซลเซียส)

ชิ้นส่วนสำคัญในระบบระบายความร้อนที่ทำงานร่วมกับหม้อน้ำ

ระบบหล่อเย็นประกอบด้วยชิ้นส่วนหลักที่ทำงานประสานกัน ได้แก่

รังผึ้งหม้อน้ำและฝาหม้อน้ำแรงดันสูง

รังผึ้งหม้อน้ำทำจากอะลูมิเนียมหรือทองแดงที่มีครีบระบายความร้อน ส่วนฝาหม้อน้ำมีสปริงวาล์วควบคุมแรงดัน ช่วยเพิ่มจุดเดือดของน้ำหล่อเย็นไม่ให้เดือดเป็นไอได้ง่าย

พัดลมหม้อน้ำและวาล์วน้ำควบคุมอุณหภูมิ

พัดลมไฟฟ้าจะช่วยดูดอากาศผ่านรังผึ้งเมื่อรถจอดนิ่งหรือวิ่งด้วยความเร็วต่ำ ส่วนวาล์วน้ำจะทำหน้าที่เปิด-ปิดให้น้ำไหลวนตามอุณหภูมิที่กำหนด

หม้อพักน้ำสำรอง (Coolant Reservoir)

ทำหน้าที่รองรับน้ำที่ขยายตัวจากแรงดันในหม้อน้ำ และดูดน้ำกลับคืนสู่ระบบเมื่อเครื่องยนต์เย็นตัวลง

4 สัญญาณเตือนภัยว่าหม้อน้ำรถเริ่มรั่วซึม หรือมีปัญหา

สังเกตความผิดปกติของระบบหม้อน้ำได้จาก

ระดับน้ำในหม้อพักลดลงเร็วกว่าปกติ

หากต้องเติมน้ำในหม้อพักน้ำสำรองบ่อยๆ เกินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แสดงว่าระบบหล่อเย็นต้องมีจุดรั่วซึมเกิดขึ้น

มีคราบน้ำยาหล่อเย็นสีเขียวหรือชมพูหยดใต้ท้องรถ

มองเห็นหยดน้ำสีสะท้อนแสง (สีเขียว แดง หรือชมพูของน้ำยา Coolant) หยดลงบนพื้นใต้กันชนหน้า หรือมีคราบตะกรันเกาะตามขอบรังผึ้งหม้อน้ำและท่อยาง

เข็มวัดความร้อนชี้แตะขีดแดง หรือไฟเตือน Overheat ขึ้น

เข็มความร้อนบนหน้าปัดกวาดขึ้นสูงเกินกว่ากึ่งกลาง หรือมีสัญลักษณ์ไฟเตือนอุณหภูมิเครื่องยนต์สีแดงสว่างขึ้น

มีไอน้ำพุ่งออกจากฝากระโปรงหน้ารถ

เกิดจากน้ำหล่อเย็นเดือดพล่านจนดันฝาหม้อน้ำและพุ่งออกมาเป็นควันขาว ถือเป็นสถานการณ์อันตรายขั้นวิกฤต

สิ่งที่ต้องทำทันทีเมื่อเครื่องยนต์ฮีต (ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำทันทีเด็ดขาด)

หากความร้อนขึ้นสูง ให้ปฏิบัติตามนี้ทันที

1. เปิดไฟเลี้ยว ประคองรถเข้าจอดชิดไหล่ทางที่ปลอดภัย แล้วดับเครื่องยนต์ทันที

2. เปิดฝากระโปรงหน้ารถเพื่อช่วยระบายความร้อน

3. “ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำทันทีเด็ดขาด” เพราะน้ำร้อนที่มีแรงดันสูงมหาศาลจะพุ่งกระจายลวกใบหน้าและร่างกายจนบาดเจ็บสาหัสได้ ให้รอจนเครื่องยนต์เย็นสนิทอย่างน้อย 30 – 45 นาที จึงค่อยใช้ผ้าหนาๆ เปิดฝาหม้อน้ำเพื่อตรวจเช็กระดับน้ำ

การดูแลรักษาน้ำหล่อเย็น และการขับขี่อุ่นใจด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน

แนะนำให้ใช้น้ำยาหล่อเย็น (Coolant) แท้ที่มีคุณภาพแทนการเติมน้ำเปล่าธรรมดา เพราะน้ำยาหล่อเย็นช่วยป้องกันสนิม ป้องกันตะกรัน และเพิ่มจุดเดือดของน้ำได้ดีกว่า โดยควรเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็นทุกๆ 40,000 – 80,000 กิโลเมตร และหากเกิดเหตุฉุกเฉินความร้อนขึ้นสูงกลางทางจนรถดับ การมีประกันรถยนต์ ชั้นนำจาก insurverse จะช่วยให้คุณหมดกังวล เพราะมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) พร้อมประสานงานส่งรถยกมายกรถของคุณเข้าอู่ซ่อมอย่างปลอดภัยฟรีตามเงื่อนไข

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)