vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

หัวเทียนรถยนต์ คืออะไร? อาการหัวเทียนบอดเป็นอย่างไร และควรเปลี่ยนเมื่อไหร่

schedule
share
หัวเทียนรถยนต์ คืออะไร และวิธีการดูแลรักษา

หากพูดถึงชิ้นส่วนขนาดเล็กที่มีความสำคัญระดับหัวใจหลักของเครื่องยนต์สันดาป (Internal Combustion Engine) “หัวเทียนรถยนต์” (Spark Plug) คือหนึ่งในอะไหล่ที่คนใช้รถทุกคนต้องรู้จัก เพราะหากชิ้นส่วนนี้เกิดความเสียหายหรือที่เรียกกันติดปากว่า อาการหัวเทียนบอด อาจส่งผลให้รถยนต์ของคุณสตาร์ทไม่ติด เครื่องยนต์สั่น หรือกินน้ำมันมากกว่าปกติได้

วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับหัวเทียนรถยนต์ให้มากขึ้น ว่ามันคืออะไร มีกี่ชนิด พร้อมเช็คสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้อง เปลี่ยนหัวเทียน แล้ว เพื่อให้รถของคุณพร้อมใช้งานในทุกเส้นทาง

หน้าที่สำคัญของหัวเทียนรถยนต์ในระบบจุดระเบิด

หัวเทียนรถยนต์ ทำหน้าที่เป็นตัวจุดประกายไฟในห้องเผาไหม้ โดยกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงจะถูกส่งมาจาก คอยล์จุดระเบิด วิ่งผ่านแกนกลางของหัวเทียนไปสู่ ขั้วหัวเทียน (Electrode) เกิดเป็นการสปาร์ค (Spark) เพื่อจุดระเบิดส่วนผสมระหว่างน้ำมันเชื้อเพลิงและอากาศ การจุดระเบิดนี้เองที่เป็นพลังงานผลักดันให้ลูกสูบทำงาน และทำให้รถยนต์สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้

ชนิดของหัวเทียนรถยนต์ มีกี่ประเภท?

การเลือกซื้ออะไหล่รถยนต์อย่างหัวเทียน จำเป็นต้องเลือกให้เหมาะกับสเปกของเครื่องยนต์ โดยทั่วไปในท้องตลาดจะแบ่งชนิดของหัวเทียนตามวัสดุที่ใช้ทำขั้วหัวเทียน

1.หัวเทียนทองแดง / นิกเกิล (Standard)

เป็นหัวเทียนมาตรฐานที่ติดมากับรถยนต์รุ่นเก่าหรือรถใช้งานทั่วไป นำไฟฟ้าได้ดีเยี่ยมจากแกนทองแดง (Copper) แต่มีข้อเสียคือ ขั้วเสื่อมสภาพและสึกหรอได้ง่ายที่สุด จึงต้องเปลี่ยนบ่อยกว่าชนิดอื่น

2.หัวเทียนแพลตตินัม (Platinum)

มีการเคลือบหรือใช้จุดที่เกิดประกายไฟเป็นแร่แพลตตินัม ทนทานต่อความร้อนได้สูงกว่าแบบทองแดงมาก ช่วยให้การจุดระเบิดมีความเสถียร อายุการใช้งานยาวนานขึ้น และลดปัญหาเขม่าเกาะขั้วหัวเทียน

3.หัวเทียนอิริเดียม (Iridium)

นี่คือหัวเทียนเกรดพรีเมียมที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน ขั้วหัวเทียนทำจากแร่อิริเดียมซึ่งมีความแข็งแรงและทนต่อความร้อนได้สูงที่สุด จ่ายไฟได้นิ่งและแม่นยำ ช่วยให้อัตราเร่งดีขึ้น และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุดเมื่อเทียบกับทุกประเภท

5 อาการเตือนว่า “หัวเทียนบอด” หรือเริ่มเสื่อมสภาพ

เมื่อหัวเทียนผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน ขั้วหัวเทียนจะเริ่มสึกหรอ หรือมี เขม่าดำ ไปเกาะจนกระแสไฟไม่สามารถกระโดดข้ามขั้วได้ ทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า “หัวเทียนบอด” โดยคุณสามารถสังเกตความผิดปกติได้จาก 5 อาการนี้

1.เครื่องยนต์สั่น กระตุก หรือเดินเบาไม่เรียบ

หากจอดรถติดไฟแดงแล้วรู้สึกว่า เครื่องยนต์สั่น กระตุกเป็นจังหวะ หรือรอบเครื่องยนต์สวิงขึ้นลงผิดปกติ นี่คือสัญญาณแรกที่บ่งบอกว่าหัวเทียนบางหัวอาจจะจุดระเบิดได้ไม่สมบูรณ์

2.รถสตาร์ทติดยาก

หากบิดกุญแจหรือกดปุ่ม Push Start แล้วมอเตอร์สตาร์ททำงานปกติ แต่เครื่องยนต์กว่าจะติดต้องลากยาว อาจเป็นเพราะหัวเทียนจ่ายไฟได้ไม่แรงพอ

3.อัตราเร่งตก เหยียบไม่ขึ้น

เมื่อการจุดระเบิดสะดุด พลังงานที่ได้จากการเผาไหม้ก็ลดลง ทำให้เวลากดคันเร่งแซงแล้วรถรู้สึกตื้อ เหยียบไม่ค่อยขึ้นเหมือนแต่ก่อน

4.รถกินน้ำมันผิดปกติ

เมื่อหัวเทียนบอด เครื่องยนต์จะเผาไหม้เชื้อเพลิงได้ไม่หมด (เผาไหม้ไม่สมบูรณ์) ทำให้รถต้องจ่ายน้ำมันมากขึ้นเพื่อให้ได้กำลังเท่าเดิม ส่งผลให้รถ กินน้ำมัน มากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด

5.มีไฟรูปเครื่องยนต์โชว์หน้าปัด

รถยนต์รุ่นใหม่ๆ จะมีเซนเซอร์ตรวจจับการจุดระเบิด (Misfire) หากหัวเทียนมีปัญหา ไฟรูปเครื่องยนต์ (Check Engine) จะสว่างขึ้นเตือนบนหน้าปัด

หากรถของคุณเกิดอาการเครื่องยนต์ดับกลางอากาศหรือสตาร์ทไม่ติดกลางทาง คงเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวไม่น้อย เพื่อความอุ่นใจในทุกการเดินทาง การทำ ประกันภัยรถยนต์ ที่มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง จะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้คุณได้อย่างทันท่วงทีครับ

หัวเทียนรถยนต์ ควรเปลี่ยนตอนไหน? ระยะทางเท่าไหร่?

ระยะเวลาในการเปลี่ยนหัวเทียนจะขึ้นอยู่กับชนิดของหัวเทียนที่คุณใช้งาน โดย ช่างยนต์ ส่วนใหญ่และคู่มือประจำรถมักจะแนะนำระยะทางในการเปลี่ยนดังนี้:

  • หัวเทียนทองแดง: ควรเปลี่ยนทุกๆ 20,000 – 40,000 กิโลเมตร
  • หัวเทียนแพลตตินัม: ควรเปลี่ยนทุกๆ 60,000 – 80,000 กิโลเมตร
  • หัวเทียนอิริเดียม: ควรเปลี่ยนทุกๆ 80,000 – 100,000 กิโลเมตร

ทั้งนี้ หากพบว่ารถมีอาการตามที่กล่าวไปในหัวข้อที่แล้ว ก็ควรนำรถเข้าอู่หรือศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็คทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงรอบระยะทาง

สรุป การดูแลรักษาและเลือกเปลี่ยนหัวเทียนรถยนต์ให้ถูกวิธี

หัวเทียนรถยนต์ ถือเป็นชิ้นส่วนสิ้นเปลืองที่ต้องดูแลและเปลี่ยนตามระยะทาง การเลือกใช้หัวเทียนที่ได้มาตรฐานและตรงกับสเปกเครื่องยนต์ ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาอาการหัวเทียนบอดหรือเครื่องยนต์สั่น แต่ยังช่วยให้รถประหยัดน้ำมัน และยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้อยู่กับเราไปได้อีกนาน

เรื่องรถให้เราช่วยดูแล… เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้เราคุ้มครอง

เพราะเราเข้าใจว่าอุบัติเหตุและเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ นอกจากเกร็ดความรู้เรื่องรถดีๆ แล้ว เรายังมีผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็น:

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)