มีรถยนต์เป็นของตัวเอง เติมน้ำมันอะไรดี น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 กับ 95 ต่างกันยังไง อะไรดีกว่า คำถามเหล่านี้คนเพิ่งถอยรถใหม่ รวมถึงมือใหม่หัดขับต้องมีสงสัยกันบ้างแน่ ๆ เพราะทุกวันนี้น้ำมันเชื้อเพลิงมีให้เลือกหลากหลาย หากคุณเข้าปั๊มแล้วงง วันนี้อินชัวร์เวิร์สมาตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับน้ำมัน 91
น้ำมัน 91 หรือแก๊สโซฮอล์ 91จัดอยู่ในกลุ่มน้ำมันเบนซินหรือน้ำมันที่ผ่านกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบ แต่น้ำมัน 91 แตกต่างกับเบนซินเพราะน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 มีส่วนประกอบของเอทานอล ซึ่งมาจากผลผลิตของเกษตรกร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ซึ่งข้อดีนอกจากพึ่งพาน้ำมันดิบน้อยลงแล้วยังเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศและยังเป็นการช่วยสนับสนุนเกษตรกรและอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนด้วย
น้ำมันทั้งสองชนิดนี้อยู่ในกลุ่มน้ำมันเบนซินทั้งคู่ แต่มีความแตกต่างกันอยู่หลายอย่าง ดังนี้
คำถามว่าน้ำมันทั้งสองชนิดนี้ อันไหนดีกว่า โดยรวมแล้วขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานของเจ้าของรถยนต์เป็นหลัก เช่น หากว่าต้องการเติมน้ำมันราคาถูกประสิทธิภาพเหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไป ไม่ได้เติมรถสมรรถนะสูงอย่างรถออฟโรดหรือสปอร์ตคาร์ เลือกเติมน้ำมันโซฮอล์ 91 ได้และไม่ส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ สามารถขับขี่ได้ทั้งระยะใกล้และไกล
ในทางตรงกันข้ามถ้าต้องเติมน้ำมันรถยนต์สมรรถนะสูง เลือกเติมแก๊สโซฮอล์ 95 ดีกว่า เพราะเหมาะรถยนต์สมรรถนะสูงหรือรุ่นใหม่ ๆ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและเผาไหม้สมบูรณ์กว่าน้ำมัน 91
ร้อยทั้งร้อยสำหรับคนที่มีรถยนต์และมีรายได้จำกัด รวมถึงคนที่แม้มีรายได้มากอยากบริหารเงิน มีเงินเก็บ ก็ย่อมต้องการจะเซฟค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมัน แต่เพราะน้ำมันแต่ละชนิดไม่ได้เหมาะกับรถทุกคัน เพื่อรักษาเครื่องยนต์ให้ใช้งานได้ยาวนานคนมีรถจึงจำเป็นต้องเลือกเติมน้ำมันที่เหมาะกับรถ ซึ่งน้ำมันมีอยู่ 3 ประเภท จะเหมาะกับรถคุณหรือไม่มาเช็กไปพร้อมกัน
1. น้ำมันเบนซิน เป็นเชื้อเพลิงที่กลั่นจากน้ำมันดิบค่าออกเทนสูงถึง 95%เหมาะกับรถยนต์ทุกประเภท มีราคาสูง แต่ให้ประสิทธิภาพเครื่องยนต์สูงสุดเช่นกัน เหมาะกับสมรรถนะสูง เช่น รถสปอร์ต, รถ SUV สมรรถนะสูง รถซูเปอร์คาร์
2. น้ำมันแก๊สโซฮอล์ เป็นเชื้อเพลิงผสมเอทานอล) ที่สกัดจากพืช เช่น มันสำปะหลัง และอ้อยมีหลายประเภทแต่ที่หลายคนสับสนและไม่มั่นใจว่าจะเติมอะไรดี คือ
ซึ่งทั้งน้ำมัน 91 กับ 95 สามารถเติมรถมอเตอร์ไซค์ได้ด้วยโดยไม่ต้องจ่ายเงินแพงเท่ากับแก๊สโซฮอล์ 95
3. น้ำมันดีเซล เป็นเชื้อเพลิงกลั่นจากน้ำมันดิบ ใช้ทั่วไปในเครื่องยนต์ดีเซล เช่น รถกระบะ 4×4
ปัจจุบันนี้การเลือกเติมน้ำมันไม่เพียงแต่เลือกชนิดที่เหมาะกับรถยนต์ เพื่อรักษาประสิทธิภาพและทำให้เครื่องยนต์ใช้งานได้ยาวนาน แต่การเลือกเติมน้ำมันยังมีส่วนช่วยลดการสร้างมลภาวะทางอากาศ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ด้วยน้ำมัน 91 จึงถือว่าเป็นทางเลือกสำหรับคนมีรถยนต์ ราคาไม่เพง ช่วยลดการปล่อยมลพิษ ทั้งยังเหมาะกับรถหลายรุ่น หากคุณสับสนว่าจะเติมน้ำมัน 91 หรือ 95 อะไรดีกว่า เชื่อว่าบทความนี้ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นสำหรับวันนี้เพื่อให้คุณได้รู้ราคาน้ำมันก่อนใคร อินชัวร์เวิร์ส นอกจากเป็นประกันออนไลน์คุณภาพ ที่มีกรมธรรมก์ให้เลือกหลากหลาย ทั้งภาคบังคับหรือ พ.ร.บ. หรือภาคสมัคร เลือกซื้อผ่านระบบออนไลน์ได้รับความคุ้มครองทันที คุณยังสามารถเช็กราคา น้ำมัน 91 และน้ำมันชนิดอื่น ๆ ได้แบบเรียลไทม์ ช่วงไหนราคาลงจะได้คว้าโอกาสเติมได้ในราคาประหยัดก่อนใคร
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ในยามค่ำคืนหรือช่วงเวลาที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากฝนตกหนักและหมอกควัน ไฟหน้ารถยนต์ คืออุปกรณ์ความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดของยานพาหนะ เพราะทำหน้าที่ส่องสว่างเส้นทางข้างหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสิ่งกีดขวาง ป้ายจราจร และคนเดินถนนได้อย่างชัดเจน สำหรับคนรักรถที่กำลังสงสัยว่า ไฟหน้ารถยนต์ในปัจจุบันมีกี่ประเภท? หลอด Halogen, LED และ Xenon แตกต่างกันอย่างไร? หากโคมไฟหน้าเหลืองขุ่นมัวจะแก้ไขได้อย่างไร? และมีข้อกฎหมายการเปลี่ยนไฟหน้ารถอย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย บทความนี้รวบรวมคำตอบฉบับสมบูรณ์มาให้คุณแล้ว ไฟหน้ารถยนต์ มีกี่ประเภท? เปรียบเทียบจุดเด่นและข้อจำกัดของแต่ละแบบ เทคโนโลยีไฟหน้ารถยนต์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก: 1. หลอดฮาโลเจน (Halogen): ไฟหน้ารถยนต์ดั้งเดิม ราคาประหยัด ทนทาน เป็นหลอดไฟมาตรฐานที่ใช้ในรถยนต์มาอย่างยาวนาน ทำงานโดยใช้ไส้หลอดทังสเตนบรรจุก๊าซฮาโลเจน ให้แสงสีเหลืองนวล (ประมาณ 3,000 – 4,300 Kelvin) มีข้อดีคือราคาถูก เปลี่ยนง่าย ทัศนวิสัยดีเมื่อขับลุยฝนหรือหมอกหนา แต่กินไฟและมีความร้อนสะสมสูง 2. หลอดซีนอน (HID / Xenon): สว่างสูง แสงพุ่งไกล แต่ต้องมีโปรเจกเตอร์ ทำงานโดยการปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านก๊าซซีนอน ให้แสงสว่างมากกว่าหลอดฮาโลเจนถึง 2-3 เท่า… Continue reading ไฟหน้ารถยนต์ มีกี่แบบ? เจาะลึก Halogen LED Xenon วิธีดูแลรักษา และกฎหมายดัดแปลงไฟหน้า
ในยุคที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีความผันผวนและกระแสรักษ์โลกกำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle หรือ HEV) ได้กลายมาเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมอันดับต้นๆ ของผู้ใช้รถในไทย เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานความประหยัดและความสะดวกสบายเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว สำหรับคนที่กำลังวางแผนซื้อรถคันใหม่และสงสัยว่า รถยนต์ไฮบริดคืออะไร? ระบบไฮบริดแบบ HEV และ PHEV แตกต่างกันอย่างไร? ประหยัดน้ำมันจริงไหม? แบตเตอรี่ไฮบริดทนทานแค่ไหน? และมีแนวทางการเลือกซื้อประกันภัยอย่างไร บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกข้อมูลก่อนตัดสินใจ รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Car) คืออะไร? ทำงานอย่างไร หลักการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้า ความแตกต่างระหว่าง HEV (Full Hybrid), PHEV (Plug-in Hybrid) และ MHEV (Mild Hybrid) ข้อดีและข้อจำกัดของรถยนต์ไฮบริดที่ควรรู้ก่อนซื้อ จุดเด่น: ประหยัดน้ำมัน อัตราเร่งออกตัวเงียบเรียบ ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ ข้อจำกัด: ค่าตัวรถเริ่มต้นสูงกว่า ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่และการซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า เทคนิคการดูแลรักษารถยนต์ไฮบริดให้มีอายุการใช้งานยาวนาน การเลือกทำประกันภัยสำหรับรถยนต์ไฮบริด เนื่องจากรถยนต์ไฮบริดมีชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงและแบตเตอรี่ที่มีมูลค่า การเลือกทำ ประกันรถยนต์ ชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งตัวรถ แบตเตอรี่ไฮบริด… Continue reading รถยนต์ไฮบริด คืออะไร? เจาะลึกข้อดี ข้อจำกัด การดูแลรักษา และความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจซื้อ
เมื่อมีการซื้อขายรถยนต์มือสอง การส่งมอบรถให้คนในครอบครัว หรือการรับมรดกรถยนต์ ขั้นตอนทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดคือการ โอนรถยนต์ เพื่อเปลี่ยนชื่อผู้ถือกกรรมสิทธิ์ในใบคู่มือจดทะเบียนรถให้ถูกต้องตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวซื้อขายหรือส่งมอบรถ และสงสัยว่าการโอนรถยนต์ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? ค่าธรรมเนียมและค่าอากรแสตมป์คิดอย่างไร? โอนตรงกับโอนลอยต่างกันอย่างไร? บทความนี้ได้รวบรวมคู่มือสรุปขั้นตอนการโอนรถยนต์แบบเข้าใจง่ายมาให้ครบถ้วนในที่เดียว การโอนรถยนต์ คืออะไร? มีกี่รูปแบบที่ควรรู้ 1. การโอนรถยนต์แบบโอนตรง (ไปทำเรื่องพร้อมกันที่สำนักงานขนส่ง) คือการที่ผู้โอน (ผู้ขาย) และผู้รับโอน (ผู้ซื้อ) เดินทางไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์และนำรถเข้าตรวจสภาพพร้อมกัน ณ สำนักงานขนส่งทางบกที่รถคันนั้นจดทะเบียนอยู่ เป็นวิธีที่ปลอดภัยและเสร็จสิ้นขั้นตอนทันที 2. การโอนลอย (เซ็นเอกสารมอบอำนาจให้ผู้ซื้อไปโอนเอง) และข้อควรระวัง คือการที่ผู้ขายเซ็นชื่อในแบบคำขอโอนและหนังสือมอบอำนาจ พร้อมมอบเล่มทะเบียนและสำเนาบัตรประชาชนให้ผู้ซื้อไปดำเนินการโอนเองในภายหลัง ข้อควรระวังสำหรับผู้ขายคือ หากผู้ซื้อไม่ยอมไปโอนรถและนำรถไปทำผิดกฎหมายหรือเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขายเดิมอาจยังต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการโอนรถยนต์ เอกสารสำหรับผู้โอน (ผู้ขาย) เอกสารสำหรับผู้รับโอน (ผู้ซื้อ) 4 ขั้นตอนการโอนรถยนต์ ณ สำนักงานขนส่งทางบก 1. ยื่นเอกสารและนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ อาคารตรวจสภาพรถ ขับรถยนต์เข้าช่องตรวจสภาพเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของหมายเลขตัวถัง หมายเลขเครื่องยนต์ และสภาพรถทั่วไป 2. ยื่นเรื่องขอโอนกรรมสิทธิ์และตรวจสอบความถูกต้อง นำผลตรวจสภาพพร้อมชุดเอกสารโอนรถยื่นที่เคาน์เตอร์ฝ่ายทะเบียน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและประเมินราคารถ 3.… Continue reading โอนรถยนต์ ต้องใช้อะไรบ้าง? สรุปขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าธรรมเนียมฉบับอัปเดต