สำหรับนักเดินทางที่เลือกเดินทางด้วยสายการบินราคาประหยัด (Low-Cost Airline) ผ่านท่าอากาศยานดอนเมือง การขับรถยนต์ส่วนตัวไปจอดไว้ที่สนามบินถือเป็นทางเลือกที่สะดวกสบายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางเป็นครอบครัว มีเด็กเล็ก หรือมีสัมภาระหลายใบ แต่ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าสนามบิน สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ล่วงหน้าเพื่อวางแผนงบประมาณและเวลาคือ “อาคารจอดรถสนามบินดอนเมือง” มีอาคารไหนบ้าง อัตราค่าบริการรายชั่วโมงและรายวันคิดเท่าไหร่ และอาคารไหนเดินเชื่อมเข้าสู่เกตขึ้นเครื่องได้เร็วที่สุด บทความนี้สรุปข้อมูลอัปเดตล่าสุดมาให้ครบถ้วน
ปัจจุบันสนามบินดอนเมืองมีพื้นที่จอดรถยนต์รองรับมากกว่า 3,000 คัน โดยแบ่งออกเป็น 3 จุดจอดหลัก ได้แก่ อาคารจอดรถยนต์ 7 ชั้น (เชื่อมต่ออาคารผู้โดยสารในประเทศ), อาคารจอดรถยนต์ 3 ชั้น (อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ) และอาคารจอดรถระยะยาว
อัตราค่าบริการสำหรับรถยนต์ 4 ล้อในแต่ละอาคารมีรายละเอียดดังนี้
เป็นจุดจอดยอดนิยมที่สุดเพราะมีทางเดินเชื่อมต่อเข้าสู่ชั้น 3 ของอาคารผู้โดยสารภายในประเทศได้โดยตรง มีอัตราค่าบริการดังนี้:
ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศหรือมารับผู้โดยสารเที่ยวบินระหว่างประเทศ คิดอัตราค่าบริการเท่ากันกับอาคาร 7 ชั้น (สูงสุดวันละ 250 บาท)
สำหรับผู้ที่ต้องการจอดรถค้างคืนหลายๆ วันในราคาประหยัด สามารถเลือกจอดที่อาคารจอดรถคลังสินค้า 5 ชั้น ซึ่งมีบริการรถ Shuttle Bus วิ่งรับ-ส่งฟรีไปยังอาคารผู้โดยสารตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีอัตราค่าบริการประหยัดกว่า เพียงวันละประมาณ 140 – 150 บาท
หากคุณเดินทางมาถึงสนามบินกระชั้นชิดและไม่มีเวลาวนหาที่จอดรถ สนามบินดอนเมืองมีบริการรับจอดรถ (Valet Parking) บริเวณจุดส่งผู้โดยสาร โดยมีเจ้าหน้าที่มืออาชีพนำรถไปจอดในพื้นที่เฉพาะที่มีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง โดยคิดค่าบริการรับ-ส่งรถเพิ่มเติมจากค่าจอดรถตามปกติ
ในช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาล อาคารจอดรถ 7 ชั้นมักจะเต็มตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ แนะนำให้เผื่อเวลาเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมง หรือตรวจสอบสถานะความหนาแน่นของที่จอดรถผ่านแอปพลิเคชัน SAWASDEE by AOT ก่อนเดินทางเสมอ
เมื่อจอดรถทิ้งไว้ที่สนามบินดอนเมืองเรียบร้อยแล้ว การมีประกันรถยนต์ชั้น 1 จาก insurverse จะช่วยดูแลรถของคุณจากความเสี่ยงไฟไหม้ โจรกรรม หรือรอยเฉี่ยวชนในอาคารจอดรถได้อย่างสบายใจ สามารถเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ง่าย ๆ ได้ตลอด 24 ชม. รู้ราคาได้ทันที
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อฝนตกหนักหรือขับรถผ่านบริเวณที่มีความกดอากาศและความชื้นเปลี่ยนแปลง กะทันหัน กระจกหน้ารถและกระจกหลังมักเกิดฝ้าขาวบดบังทัศนวิสัยจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า การรู้วิธีใช้งาน ปุ่มไล่ฝ้าในรถ จึงเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุได้ทันท่วงที สรุปสัญลักษณ์และวิธีการทำงานของปุ่มไล่ฝ้าอย่างละเอียด ปุ่มไล่ฝ้าในรถ คืออะไร และมีสัญลักษณ์อย่างไร? ปุ่มไล่ฝ้าในรถยนต์มักติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลางร่วมกับระบบควบคุมแอร์ โดยแบ่งออกเป็น 2 ปุ่มหลักที่มีหน้าที่และสัญลักษณ์ต่างกันอย่างชัดเจน 1. ปุ่มไล่ฝ้ากระจกหน้า (Front Defogger / Defroster) สัญลักษณ์จะเป็นรูป กระจกบังลมหน้าทรงโค้งมน และมีลูกศรคลื่น 3 เส้นพุ่งขึ้น หน้าที่ของปุ่มนี้คือการสั่งให้ระบบแอร์เป่าลมแห้งและแรงดันสูงขึ้นไปยังช่องลมบริเวณใต้กระจกหน้าเพื่อสลายละอองน้ำอย่างรวดเร็ว 2. ปุ่มไล่ฝ้ากระจกหลัง (Rear Defogger / Defroster) สัญลักษณ์จะเป็นรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้า และมีลูกศรคลื่น 3 เส้นพุ่งขึ้น ระบบนี้จะทำงานโดยการปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านเส้นขดลวดความร้อนสีทองแดงหรือสีดำที่ติดฝังอยู่บนกระจกหลัง เพื่อเพิ่มอุณหภูมิกระจกให้ละอองน้ำระเหยออกไป ฝ้าที่กระจกรถเกิดขึ้นได้อย่างไร? (วิทยาศาสตร์เบื้องหลังฝ้า) ฝ้าบนกระจกรถเกิดจาก ความแตกต่างของอุณหภูมิและความชื้น ระหว่างภายในห้องโดยสารกับภายนอกตัวรถ เมื่ออากาศชื้นและอุ่นสัมผัสกับผิวกระจกที่มีอุณหภูมิเย็นกว่า ไอน้ำในอากาศจะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำขนาดจิ๋วเกาะบนกระจก เกิดเป็นฝ้ามัวบดบังสายตา วิธีใช้งานระบบไล่ฝ้าอย่างถูกต้องในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อเคลียร์กระจกให้ใสสะอาดอย่างรวดเร็ว ให้ปฏิบัติตามแนวทางดังนี้ กรณีฝ้าเกิดที่ผิวด้านในกระจก (ฝนตกหนัก อากาศข้างนอกเย็น) เกิดจากคนในรถหายใจหรือตัวเปียกชื้น ทำให้อุณหภูมิและความชื้นในรถสูงกว่าข้างนอก… Continue reading ปุ่มไล่ฝ้าในรถ คือปุ่มไหน วิธีใช้งานที่ถูกต้องเมื่อกระจกเป็นฝ้า
ในแวดวงยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์และการขนส่ง รถตอนเดียว หรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Single Cab ถือเป็นหัวใจสำคัญของผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยมายาวนาน แต่สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถกระบะคันแรก อาจยังสงสัยว่ารถตอนเดียวมีความโดดเด่นอย่างไร และต่างจากกระบะแบบมีแค็ปหรือ 4 ประตูอย่างไรบ้าง ข้อมูลอัปเดต ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 สรุปข้อเท็จจริงและคำแนะนำการเลือกใช้งานให้คุ้มค่าที่สุด รถตอนเดียว (Single Cab) คืออะไร? แตกต่างจากกระบะแบบอื่นอย่างไร รถตอนเดียว คือรถกระบะที่มีห้องโดยสารเพียง 1 ตอน หรือมีเพียง 2 ประตูและมีเฉพาะเบาะนั่งคู่หน้าสำหรับคนขับและผู้โดยสาร 1 คน โดยไม่มีพื้นที่แค็ปด้านหลังเบาะนั่ง การออกแบบนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออุทิศความยาวของตัวถังเกือบทั้งหมดให้กับ กระบะบรรทุกด้านท้าย ทำให้ได้พื้นที่บรรทุกที่ยาวและกว้างที่สุดในบรรดารถกระบะทุกประเภท จุดเด่นและข้อดีสำคัญของรถกระบะตอนเดียว ทำไมรถกระบะตอนเดียวจึงเป็นตัวเลือกลำดับแรกของสายงานบรรทุก 1. พื้นที่กระบะท้ายยาวที่สุด บรรทุกได้เต็มพิกัด กระบะท้ายมีความยาวเฉลี่ย 2.3–2.5 เมตร สามารถวางสิ่งของขนาดใหญ่ เช่น ท่อ แผ่นไม้อัด ตะกร้าผลไม้ หรือพาเลทสินค้ามาตรฐานได้อย่างสบายโดยไม่ต้องเปิดฝาท้าย 2. สมรรถนะช่วงล่างและคานหลังรองรับน้ำหนักได้สูง ระบบกันสะเทือนด้านหลังใช้แหนบซ้อนหลายชั้นที่เซ็ตติ้งมาเพื่อการแบกน้ำหนัก 1–3 ตันโดยเฉพาะ… Continue reading รถตอนเดียว คือรถอะไร สรุปข้อดี ข้อจำกัด และการใช้งานที่คุ้มค่า
ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยสำหรับนำมาล้างรถ การดูแลรักษาสีรถยนต์ให้เงางามเหมือนใหม่อยู่เสมอเริ่มต้นจากการเลือกผลิตภัณฑ์ล้างรถที่ถูกต้อง หากคุณกำลังสงสัยว่า ใช้อะไรล้างรถได้บ้าง นี่คือสิ่งของที่ปลอดภัยต่อชั้นแลกเกอร์ของรถยนต์ แชมพูล้างรถเฉพาะทาง เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเพราะมีค่า pH เป็นกลาง (pH-balanced) มีสารหล่อลื่นช่วยลดการเสียดสีระหว่างฝุ่นกับผิวสีรถ จึงช่วยลดการเกิดรอยขนแมวได้อย่างมีประสิทธิภาพ สบู่เหลวสูตรอ่อนโยนสำหรับเด็ก ในกรณีฉุกเฉินที่ไม่มีแชมพูล้างรถ สามารถใช้สบู่เหลวอาบน้ำเด็กสูตรอ่อนโยนผสมน้ำเปล่าทดแทนได้ชั่วคราว เนื่องจากมีสารเคมีเจือจางและค่าความเป็นกรด-ด่างที่ไม่ทำลายแลกเกอร์สีรถ สิ่งของใกล้ตัวที่ “ห้าม” นำมาล้างรถเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าใช้อะไรล้างรถได้บ้างจากของใช้นในบ้าน แต่มีผลิตภัณฑ์บางชนิดที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด: เทคนิคการล้างรถด้วยตนเองอย่างถูกวิธี นอกจากการเลือกผลิตภัณฑ์แล้ว อุปกรณ์อย่างผ้าไมโครไฟเบอร์ ฟองน้ำนุ่ม และเทคนิคการล้างจากบนลงล่างก็สำคัญไม่แพ้กัน เช่นเดียวกับการดูแลรถยนต์ให้ครบวงจร การทำประกันรถยนต์ จะช่วยปกป้องความคุ้มครองจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันบนท้องถนน ให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง