ทราบหรือไม่ว่ายางรถยนต์เป็นชิ้นส่วนที่มีความสำคัญมากของรถยนต์ นั่นเพราะทำหน้าที่ให้รถเคลื่อนตัวและยังต้องแบกรับน้ำหนักรถยนต์ทั้งคันเอาไว้ การเลือกยางรถยนต์จึงจำเป็นต้องเลือกยางคุณภาพดี นอกจากเพิ่มอายุการใช้งานแล้วยังเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย ใครกำลังมองหายางคุณภาพเยี่ยมขอแนะนำ ยาง GoodRide ยางรถยนต์คุณภาพสูงที่ต้องถูกใจคนรักรถอย่างแน่นอน
ใครที่อยู่ในวงการคนรักรถเชื่อว่าจะต้องเคยได้ยินชื่อแบรนด์ยางรถยนต์ GoodRide แค่ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นยางรถยนต์ที่ช่วยให้การขับขี่ราบรื่น ปลอดภัย ดีต่อคนใช้รถใช้ถนน โดย GoodRide เป็นบริษัทยางรถยนต์ที่จำหน่ายมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1958 ซึ่งเป็นยางรถยนต์ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน กระแสความนิยมและการตอบรับดีเยี่ยมทำให้ปัจจุบันมีฐานการผลิตที่ประเทศไทย มีแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยและความคุ้มค่าเป็นสำคัญ เลือกใช้วัสดุยางพาราคุณภาพสูง ทนทาน จนได้รับการยอมรับจากหลากหลายประเทศจึงเป็นยางรถยนต์ที่ผลิตและถูกส่งออกไปต่างประเทศ นอกจากยางรถยนต์แล้ว ยาง GoodRide ยังมียางสำหรับรถจักรยานยนต์ ยางสำหรับรถกระบะ ยางสำหรับรถตู้ และยางสำหรับรถบรรทุกอีกด้วย
เอาใจคนที่ขับขี่รถยนต์ด้วย 3 รุ่น ยาง GoodRide สมรรถนะสูง คุณภาพเยี่ยม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนรักรถ
หากกำลังมองหายางรถยนต์สมรรถนะเยี่ยมและยังมาพร้อมจุดเด่นเรื่องความนุ่มเงียบ แนะนำยางตระกูล HH11 ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านนี้โดยเฉพาะ ตัวยางออกแบบมาพร้อมโครงสร้างแข็งแรงยิ่งขึ้นแต่นุ่มนวล เพิ่มพื้นที่ดอกยางให้สัมผัสถนนมากขึ้น โดดเด่นเรื่องความเงียบและความนุ่มนวล ที่สำคัญเป็นยางที่ผลิตด้วยเนื้อยางสูตรพัฒนาใหม่จึงประหยัดน้ำมัน เพิ่มอายุการใช้งาน ทนทาน ใช้งานได้แบบยาว ๆ
ยาง GoodRide สปอร์ตมาพร้อมสมรรถนะการขับขี่สูง เหมาะสำหรับคนที่เป็นสายแต่งรถ ไหล่ยางกว้าง แข็งแรง เพิ่มสมรรถนะในการควบคุมทิศทาง มาพร้อมโครงสร้างยางกระจายแรงกดจึงรับน้ำหนักได้ดีขึ้นและเพิ่มอายุการใช้งาน ที่สำคัญหน้ายางมีร่องรีดน้ำ 4 ร่อง เพิ่มประสิทธิภาพในการรีดน้ำ ลดอาการเหินน้ำ ขับขี่บนถนนเปียกได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย
อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่มองหายางสมรรถนะเยี่ยม โดดเด่นทั้งสมรรถนะด้านการควบคุม การเบรก และความทนทาน ไหล่ยางกว้าง แข็งแกรง จึงควบคุมทิศทางได้ดี มาพร้อมโครงสร้างยางกระจายแรงกด เพิ่มน้ำหนักการบรรทุก เพิ่มอายุการใช้งาน ขับขี่ดีเยี่ยมแม้ในพื้นที่เปียกเพราะออกแบบมาให้ลดการเหินน้ำ ใครรู้ตัวว่าเป็นสายลุยห้ามพลาด
วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยดูแลยางรถยนต์ให้ใช้งานได้นาน นั่นคือการตรวจสภาพยางรถยนต์อย่างน้อยปีละ 1 – 2 ครั้ง เพื่อให้ช่างช่วยดูว่ายางรถยนต์ควรเปลี่ยนเส้นใหม่แล้วหรือยัง หรือมีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ที่แก้มยางหรือไม่ ทั้งนี้เนื่องจากยางรถยนต์มีอายุการใช้งานจำกัด ควรเปลี่ยนยางทุก 3 – 4 ปี หรือทุก 40,000 กิโลเมตร เพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัย
อีกหนึ่งวิธีที่ไม่ต้องพึ่งศูนย์บริการ นั่นคือการสังเกตยางรถยนต์ด้วยตัวเอง หากเพิ่งเติมลมยางมาเพียง 1 – 2 สัปดาห์ แล้วพบว่าลมยางอ่อน แนะนำให้ศูนย์บริการช่วยตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุว่าเพราะอะไรลมยางจึงอ่อนตัวเร็ว
ดูแลยางรถยนต์ให้ใช้งานได้นานขึ้นด้วยการขับขี่อย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงเส้นทางสมบุกสมบัน พื้นที่ก่อสร้างซึ่งอาจมีนอตหรือตะปูตกอยู่ตามพื้นถนน รวมถึงการขับขี่อย่างไม่ประมาทเพื่อเลี่ยงอุบัติเหตุ เนื่องจากอุบัติเหตุคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ยางรถแตกหรือปริได้
หากกำลังมองหายางรถยนต์คุณภาพดี อย่าลืมเลือกใช้ยาง GoodRide ยางรถยนต์คุณภาพเยี่ยมที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง นอกจากการเลือกยางคุณภาพดีแล้วอย่าลืมตรวจเช็กสภาพยางรถยนต์เป็นประจำ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ที่สำคัญต้องทำ ประกันรถยนต์ เพื่อการขับขี่อย่างอุ่นใจ หากเกิดเหตุฉุกเฉินอย่างน้อยมีประกันทำหน้าที่ดูแลค่าใช้จ่าย ภาระหนักจะได้เป็นเบา โดยเฉพาะประกันชั้น 1 และ ประกันชั้น 2+ ที่คุ้มครองทั้งคนขับและคู่กรณี ทำให้เดินทางได้อย่างอุ่นใจยิ่งขึ้น
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เคยวางน้ำหอมปรับอากาศไว้ในรถจนกลิ่นตีกับกลิ่นอาหาร หรือล้างแอร์แล้วแต่กลิ่นอับชื้นก็ยังไม่หายไปหรือไม่? ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ เชื้อรา และแบคทีเรียที่สะสมอยู่ในห้องโดยสารและระบบท่อแอร์ เป็นสิ่งที่สร้างความรำคาญใจและส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจของคนมีรถเป็นอย่างยิ่ง หนึ่งในวิธียอดนิยมของศูนย์คาร์แคร์ยุคใหม่ในการแก้ปัญหานี้คือ “การอบโอโซนรถ” สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าการอบโอโซนคืออะไร ช่วยดับกลิ่นและฆ่าเชื้อโรคได้จริงไหม และมีความปลอดภัยเพียงใด บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกคำตอบอย่างรอบด้าน การอบโอโซนรถยนต์คืออะไร ทำงานอย่างไรในห้องโดยสาร การอบโอโซนรถยนต์ (Car Ozone Treatment) คือการใช้เครื่องกำเนิดก๊าซโอโซน (Ozone Generator) แปลงก๊าซออกซิเจน (O2) ในอากาศให้กลายเป็น “ก๊าซโอโซน” (O3) ซึ่งมีคุณสมบัติในการทำปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) ที่รุนแรง โดยอะตอมของออกซิเจนส่วนเกินจะเข้าไปทำลายผนังเซลล์ของแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส และเข้าสลายโครงสร้างโมเลกุลของสารอินทรีย์ที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับจนแตกสลายไปอย่างหมดจด จากนั้นก๊าซโอโซนจะสลายตัวกลับคืนเป็นออกซิเจนบริสุทธิ์ภายในเวลาไม่นาน 4 ประโยชน์สำคัญของการอบโอโซนรถยนต์ การทำความสะอาดด้วยโอโซนมีข้อดีเหนือกว่าการใช้น้ำหอมปรับอากาศทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้ กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างลึกซึ้งถึงต้นตอ โอโซนสามารถแทรกซึมเข้าไปตามเส้นใยเบาะผ้า พรมปูพื้น เพดานรถ และซอกมุมต่างๆ เพื่อทำลายโมเลกุลกลิ่นฝังแน่น เช่น กลิ่นควันบุหรี่ กลิ่นอาหาร กลิ่นอับชื้น กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นสัตว์เลี้ยง แทนที่จะเป็นเพียงการเอากลิ่นหอมไปกลบกลิ่นเหม็น ฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส… Continue reading อบโอโซนรถยนต์คืออะไร ดับกลิ่นอับฆ่าเชื้อโรค ดีจริงไหมข้อควรรู้
สำหรับคนที่กำลังมีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ในการเดินทางหรือประกอบอาชีพ แต่ในอดีตเคยมีประวัติผิดนัดชำระหนี้ บัตรเครดิต หรือสินเชื่อต่างๆ จนกังวลว่าประวัติที่ถูกบันทึกไว้ในบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) จะทำให้หมดสิทธิ์ซื้อรถ คำถามยอดฮิตที่สร้างความกังวลใจอย่างมากก็คือ “ติดบูโรออกรถได้ไหม” และมีโอกาสที่ไฟแนนซ์จะอนุมัติสินเชื่อหรือไม่ ความจริงแล้วการติดบูโรไม่ได้แปลว่าคุณจะซื้อรถไม่ได้ตลอดไป บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเผย 5 วิธีเตรียมตัวยื่นกู้ให้ผ่านฉลุย คลายข้อสงสัย ติดบูโรออกรถได้ไหมในความเป็นจริง คำตอบที่ชัดเจนคือ “ออกรถได้” ทั้งรถยนต์ป้ายแดงและรถยนต์มือสอง แต่ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของสถานะบูโรและเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน โดยทั่วไป สถาบันการเงินขนาดใหญ่หรือธนาคารพาณิชย์หลักอาจมีความเข้มงวดสูง แต่ยังมีบริษัทลีสซิ่งหรือไฟแนนซ์ทางเลือกหลายแห่งที่มีนโยบายยืดหยุ่นและพิจารณาจากความสามารถในการผ่อนชำระในปัจจุบันเป็นหลัก เข้าใจสถานะเครดิตบูโร ติดแบบไหนมีโอกาสผ่านง่ายกว่ากัน โอกาสในการขอสินเชื่อรถยนต์ขึ้นอยู่กับสถานะในรายงานเครดิตบูโรของคุณ ดังนี้ สถานะปิดบัญชีหนี้เสียแล้ว (มีใบปิดหนี้) หากคุณเคยค้างชำระแต่ได้ทำการเคลียร์หนี้สินจนหมดสิ้นแล้ว และได้รับ “ใบปลดหนี้” หรือหนังสือยืนยันการปิดบัญชีมาแล้วอย่างน้อย 3-6 เดือนขึ้นไป โอกาสที่ไฟแนนซ์จะอนุมัติสินเชื่อจะมีสูงมาก เพราะแสดงถึงความรับผิดชอบและความพร้อมทางการเงินที่ดีขึ้น สถานะค้างชำระเกิน 90 วัน หรือยังไม่ได้ปิดหนี้ หากยังมีหนี้ค้างชำระอยู่และยังไม่ได้รับการสะสาง การขอสินเชื่อจะมีความยากมากขึ้น ไฟแนนซ์ส่วนใหญ่อาจปฏิเสธ หรือกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมที่เข้มงวด เช่น ต้องวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงมาก และต้องมีคนค้ำประกันที่มั่นคง 5 วิธีเตรียมตัวออกรถสำหรับคนติดบูโรให้ไฟแนนซ์อนุมัติ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ไฟแนนซ์อนุมัติผ่านได้อย่างราบรื่น แนะนำให้ปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้ 1.… Continue reading ติดบูโรออกรถได้ไหม สรุปวิธีออกรถให้ผ่าน เตรียมตัวอย่างไรให้ฉลุย
สำหรับผู้ใช้รถยนต์ทุกคน แบตเตอรี่คือหัวใจหลักที่คอยจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่ไดสตาร์ทและระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดในตัวรถ แต่หลายคนอาจจะยังสงสัยเมื่อต้องตรวจเช็กสภาพแบตเตอรี่ว่าแท้จริงแล้ว “แบตเตอรี่รถยนต์กี่โวลต์” ค่าเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าไฟเต็ม และค่าเท่าไหร่ที่แปลว่าแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมสภาพจนเสี่ยงสตาร์ทไม่ติด การเข้าใจตัวเลขแรงดันไฟฟ้า (Voltage) ในสภาวะต่างๆ จะช่วยให้คุณประเมินสภาพแบตเตอรี่ได้อย่างแม่นยำและป้องกันปัญหารถดับไม่คาดฝัน บทความนี้ได้รวบรวมเกณฑ์ค่ามาตรฐานทั้งหมดมาให้คุณตรวจสอบได้อย่างง่ายดาย แบตเตอรี่รถยนต์กี่โวลต์ ทำความเข้าใจค่าแรงดันไฟฟ้ามาตรฐาน โดยมาตรฐานสากล รถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถกระบะ หรือรถ SUV จะใช้ระบบแรงดันไฟฟ้าขนาด “12 โวลต์” (12V) ซึ่งภายในแบตเตอรี่จะประกอบด้วยเซลล์ตะกั่ว-กรดจำนวน 6 เซลล์ต่ออนุกรมกัน (แต่ละเซลล์มีแรงดันประมาณ 2.1 โวลต์) ในขณะที่รถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถบัสจะใช้ระบบไฟฟ้าขนาด 24 โวลต์ (24V) โดยการนำแบตเตอรี่ 12V จำนวน 2 ลูกมาต่ออนุกรมกัน ตารางเช็กค่าโวลต์แบตเตอรี่รถยนต์ในแต่ละสภาวะการทำงาน แม้จะเรียกว่าแบตเตอรี่ 12V แต่ในความเป็นจริง แรงดันไฟฟ้าที่วัดได้จะไม่เท่ากับ 12.0V พอดี โดยจะแปรผันตามสภาวะการทำงานดังนี้ ค่าโวลต์ตอนดับเครื่องยนต์ (แรงดันขณะไม่มีโหลด) เมื่อดับเครื่องยนต์ทิ้งไว้ข้ามคืนหรืออย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง ค่าแรงดันที่เหมาะสมควรเป็นดังนี้: ค่าโวลต์ขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ (จังหวะดึงกระแสสูงสุด) ในจังหวะที่บิดกุญแจหรือกดปุ่ม… Continue reading แบตเตอรี่รถยนต์กี่โวลต์ สรุปค่ามาตรฐาน เช็กเองได้ง่ายๆ