เดินทางใกล้ใช้เวลาไม่นาน อยากเดินทางต่างประเทศที่แรกที่หลายคนนึกถึงหนีไม่พ้นไต้หวันอย่างแน่นอน ใครที่กำลังมีแพลนเดินทางเที่ยวไต้หวันต้องรู้ 10 ข้อนี้ แล้วคุณจะสนุกสุดเหวี่ยงกับการท่องเที่ยวในไต้หวันอย่างแน่นอน
เพียงแค่หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตมีอายุมากกว่า 6 เดือนหลังจากกลับมาก็เที่ยวไต้หวันได้เหมือนกัน
โดยอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 ดอลลาร์ไต้หวัน ต่อ 1.02 บาทไทย และราคาของบางอย่างในไต้หวันถูกกว่าที่ไทยมาก ทำให้ไม่ลำบากในการใช้เงินท่องเที่ยว
ไม่ว่าคุณจะไปประเทศไหนก็ตาม ควรศึกษาว่าประเทศนั้นใช้หัวปลั๊กไฟแบบที่ไทยหรือไม่ หากไม่ให้คุณหาหัวเปลี่ยนปลั๊กไปเผื่อด้วย และพกปลั๊กพ่วงไปด้วยเผื่อที่พักไม่รูปลั๊กให้คุณน้อย
อย่าปรับเวลาในนาฬิกาของคุณและเช็กเวลาขึ้นรถต่าง ๆ ในไต้หวันให้ดี ๆ ก่อนเดินทางด้วย
บัตร Easy Card ซึ่งเป็นบัตรที่สามารถใช้จ่ายในการเดินทางทุกรูปแบบ สามารถใช้กับร้านค้าสะดวกซื้อและร้านอาหารในไต้หวันได้ทั่วไป แต่ข้อควรระวังก็คือเมื่อเติมเงินเข้าบัตร Easy Card แล้ว จะไม่สามารถขอคืนได้ ดังนั้นเติมให้พอดีหรือเหลือนิดหน่อยจะดีที่สุด
ทั้งมีเที่ยวบินตรง มีรถสาธารณะครอบคลุมทั่วถึง มีรถไฟหลากหลายรูปแบบให้ใช้ แบกเป้เที่ยวไต้หวันคนเดียว เป็นเรื่องที่คุณสามารถทำได้ในประเทศนี้
สังเกตป้าย TRS (Tax Refund Shopping) เมื่อช้อปปิ้งครบ 2,000 TWD (รวมบิลได้) จากร้านที่มีป้ายดังกล่าว ราสามารถขอคืนภาษีได้ 5% แต่จะถูกหักค่าดำเนินการ 14% สามารถขอคืนภาษีได้ทันทีก็ให้ไปทำเรื่องที่สนามบิน หรือลองถามร้านค้าบางร้านสามารถขอคืนเป็นเงินสดได้เลยทันทีหน้าร้าน รู้ไว้ช่วยให้คุณประหยัดได้สุด ๆ
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในไต้หวันที่มาสักครั้งต้องไปให้ได้มีที่ไหนบ้างเรามาดูกัน
ข้อสุดท้ายที่ควรรู้และควรทำ คือการซื้อประกันเดินทางต่างประเทศก่อนเดินทางท่องเที่ยวไต้หวัน มีประกันยังไงก็อุ่นใจ รู้สึกปลอดภัยในต่างแดน เลือกประกันที่ใช่สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในไต้หวัน ด้วยประกันเดินทางต่างประเทศจาก insurverse ที่ครอบคลุมในเรื่องของ
ไม่มีใครอยากให้เรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้นกับคุณ แต่เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ในต่างประเทศ การป้องกันและสำรองประกันไว้เป็นสิ่งที่ควรทำเมื่อต้องเดินทางต่างประเทศ ให้เราเป็นความอุ่นใจให้กับคุณ
การจะเที่ยวให้สนุก คุณต้องวางแผนทั้งการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และการซื้อประกันเดินทางต่างประเทศ เช็กให้ครบก่อนออกเดินทาง สร้างความอุ่นใจ ปลอดภัยในทุกที่ ไม่มีอะไรที่ต้องห่วง สนุกให้สุดเหวี่ยง เปิดประสบการณ์ในต่างแดนด้วยตัวคุณเอง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ