วันสงกรานต์คือวันที่ปีใหม่ไทยที่หลายๆ คนมักจะยึดไว้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเริ่มทำอะไรใหม่ๆ หรือทำสิ่งดีๆ เพื่อให้ชีวิตเป็นสิริมงคล ดังนั้นความเชื่อสงกรานต์จึงเป็นสิ่งที่ผูกติดอยู่กับประเพณีนี้มาช้านาน เพราะหลายๆ คนเองก็น่าจะเคยได้ยินกันมาไม่มากก็น้อยว่ามีอะไรหลายๆ อย่างที่ห้ามทำ ด้วยความเชื่อที่ว่าอาจจะนำมาซึ่งไม่ดี ไม่เป็นมงคลตลอดทั้งปี เพื่อให้ทุกคนเข้าใจถึงความสำคัญประเพณีสงกรานต์กันอย่างถ่องแท้ว่าวันสงกรานต์ทำอะไรได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เรามาดูกันชัดๆ ทีละข้อกันดีกว่า ว่าปีใหม่ไทยเขามีความเชื่อในการห้ามทำอะไรเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตกันบ้าง
ขึ้นชื่อว่าเป็นวันปีใหม่ไทย เราก็ต้องเริ่มต้นทำสิ่งดีๆ ไม่เว้นแม้แต่การคิดดี พูดดี ความเชื่อสงกรานต์ที่มีมาแต่โบราณเขาจึงถือกันมากว่าห้ามพูดคำหยาบหรือคำอัปมงคลเด็ดขาด เพราะถ้าเราเผลอพูดอะไรในลักษณะนี้ออกไป ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยสิ่งที่ไม่ดีอย่างที่เราพูด ดังนั้นใครที่ชอบพูดคำหยาบจนติดปากหรือเป็นนิสัย เลี่ยงได้เลี่ยงจะดีที่สุดจ้ะ
ความเชื่อสงกรานต์ต่อมาก็คือ ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เพราะความสำคัญประเพณีสงกรานต์เขาถือว่าเป็นการเริ่มต้นบุญใหม่และสิ่งที่เราทำต่างๆ ในช่วงวันสงกรานต์นี้ก็จะเป็นบุญที่ติดตัวเราไปตลอดทั้งปีด้วย ดังนั้นการที่ละเว้นชีวิตสัตว์ ไม่ฆ่าสัตว์ ตัดชีวิตก็ถือเป็นการเพิ่มบุญ เพิ่มบารมีในตัวมากขึ้นด้วยเช่นกัน รู้แบบนี้แล้ว เวลาเห็นมด เห็นแมลงก็อย่าไปบี้ไปฆ่ามันเด็ดขาดเชียวล่ะ
จริงๆ ถึงจะไม่ใช่ความเชื่อสงกรานต์ เราก็ไม่ควรจะไปก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับใครอยู่แล้วจริงมะ เพราะการทะเลาะวิวาทไม่เพียงแต่สร้างปัญหาให้ตัวเอง แต่ก็ยังเป็นการนำพาเรื่องวุ่นวายไปเดือดร้อนผู้อื่นด้วยและโบราณเขาก็คือว่าถ้าเริ่มปีใหม่ไทยด้วยการทะเลาะเบาะแว้ง ก็อาจจะเป็นการเปิดประตูเริ่มต้นชีวิตให้มีเรื่องปัญหาและเรื่องบาดหมางเข้ามาด้วยเช่นกัน ฉะนั้นก่อนจะหาเรื่องทะเลาะกับใคร ยับยั้งชั่งใจเอาไว้ก่อนนะทุกคน
ช่วงสงกรานต์เป็นช่วงที่ดีในการเริ่มต้นสิ่งที่เป็นมงคลให้กับชีวิต เช่นเดียวกับเริ่มต้นเก็บกวาดบ้านเรือนที่พักอาศัยของคุณให้สะอาดเอี่ยมอ่อง จะมาปล่อยให้บ้านรกเลอะเทอะด้วยเนี่ยมันก็ไม่ควร เพราะความเชื่อสงกรานต์เขาถือว่าการทำบ้านรกตั้งแต่เริ่มต้นปีใหม่ จะเป็นการต้อนรับสิ่งที่ยุ่งเหยิง วุ่นวายเข้ามาตลอดทั้งปี ได้ยินแบบนี้แล้วก็เก็บบ้านเก็บห้องให้สะอาดรอกันไว้แต่เนิ่นๆ ได้เลย
งงอะดิ ว่าความเชื่อสงกรานต์เขามีแบบนี้ด้วยเหรอ ทำไมถึงห้ามทำงานวันสงกรานต์ จริงๆ แล้วที่มาก็คือ วันสงกรานต์เป็นวันพักผ่อนหลังจากทำงานเหนื่อยกันมาทั้งปีแล้ว มันก็ควรจะได้ใช้ชีวิตชิลๆ สนุกสนานกับกิจกรรมอื่นๆ รอบตัวบ้าง ดังนั้นก็ควรจะใช้เวลานี้พักผ่อนให้เต็มที่ เพราะหมดสงกรานต์ เมื่อไหร่ เราจะได้กลับไปทำงานที่เรารักแบบพร้อมสุดๆ ดังนั้นใครมีงานค้างอยู่รีบเคลียร์กันตั้งแต่ตอนนี้ได้เลย จะได้เที่ยวอย่างหมดห่วง
สงกรานต์ มาใช้ชีวิตให้สนุก เที่ยวด้วยความไม่ประมาท แล้วมาเริ่มต้นปีใหม่ไทยตามความเชื่อสงกรานต์ที่เรานำมาฝากเพื่อชีวิตที่สดใสและสุดปังรับสิ่งมงคลเข้ามาในชีวิตไปด้วยกัน ใครมีแพลนจะไปเที่ยวไหน ก่อนไปก็ตรวจเช็กให้เรียบร้อยว่ามีประกันอุบัติเหตุติดตัวไว้หรือยัง ถ้ายังไม่มีหรือยังไม่รู้ว่าจะซื้อประกันอุบัติเหตุของเจ้าไหน ขอแนะนำประกันอุบัติเหตุรายปีของ insurverse ที่บอกเลยว่าเบี้ยประกันอุบัติเหตุต่อวันของเขาหารเฉลี่ยออกมาตกวันละไม่กี่บาทเท่านั้น แต่ความคุ้มครองนี่คือสูงสุดถึงหลักล้าน ไม่สมัครไม่ได้แล้วปะ ถูกและดีขนาดนี้ ถ้าสนใจก็กดสมัครประกันอุบัติเหตุ pa ของ insurverse ได้ที่ลิงก์นี้เลย คุ้มค่า คุ้มครอง ไม่ต้องคิดเยอะ นึกถึงประกันอุบัติเหตุ pa ที่คุ้มครอง คุ้มใจมากกว่าเจ้าไหนที่เคยเห็นมา นึกถึงประกันอุบัติเหตุออนไลน์ของ insurverse เท่านั้น สมัครง่าย เที่ยวสบายใจแน่นอน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ