เพราะโลกเรามีน้ำมากกว่า 70% ท้ั้งมหาสมุทร, ท้องทะเลและทะเลสาบต่างประเทศ จึงกลายเป็นส่วนประกอบหนึ่งของโลกไปโดยปริยาย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างหลงใหลในเสน่ห์ของสายน้ำ อยากปล่อยใจลอยไปกับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ดังนั้นลอคิดดูซิว่าจะดีแค่ไหน หากเรามีประกันท่องเที่ยวให้อุ่นใจไปกับความเย็นฉ่ำของสายน้ำมหาเสน่ห์ เป็น เดอะ เบสท์ ของที่พักใจ ท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ
ทะเลสาบต่างประเทศที่เราจะแนะนำต่อไปนี้การันตีได้เลยว่าสวยเป็นที่สุดหยุดทุกสายตา ซึ่งเราคัดสรรมาแนะนำจากทั่วทุกมุมโลก จากหลากหลายประเทศน่าเที่ยว ที่มีทะเลสาบต่างประเทศเป็นจุดตกนักท่องเที่ยวให้หลงใหลและต้องมาให้ได้สักครั้ง ด้วยความอยากรู้ของนักท่องเที่ยวว่า ทะเลสาบมีอะไรบ้าง, ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่ไหน, ทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลกคือที่ใดหรือแม้แต่ทะเลสาบที่สวยที่สุดในไทยมีกับเขาบ้างไหม วันนี้เราขอแนะนำ 7 ที่เที่ยวทะเลสาบต่างประเทศ ให้ได้รู้จักกันแบบฉ่ำๆ กันไปเลย
ทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) จุดตกนักท่องเที่ยวสายคอนเทนต์ยุคนี้ เพราะเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในอิตาลี ตั้งอยู่ทางตอนเหนือเป็นทะเลสาบต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศอิตาลี จุดเด่นคือลักษณะรูปทรงของทะเลสาบมองคล้ายรูปตัว วาย (Y) คว่ำหัว มองเห็นเวิ้งน้ำกว้าง โอบล้อมรอบไปด้วยเมืองเล็กน้อยใหญ่ที่สร้างสีสันให้กับผืนน้ำ ยิ่งถ้าได้ล่องเรือบนทะเลสาบโคโม่ด้วยล่ะก็จะได้เห็นทัศนียภาพความงามของอาคารบ้านเรือนสีสันสดใส ตัดกับเส้นสายน้ำและท้องฟ้าสีครามได้อย่างดี
สิ่งที่หยุดสายตาของนักท่องเที่ยวเมื่อมาถึงโบลิเวีย คือ Laguna Colorada ทะเลสาบสีแดงหรือทะเลสาบเกลือแห่งโบลิเวียนั่นเอง ความสีแดงสดของน้ำเกิดมาจากแร่ธาตุรวมถึงสาหร่ายพันธุ์พิเศษที่เจริญเติบโตได้ในน้ำเกลือ ก่อให้เกิดบรรดาแพลงก์ตอนและกลายเป็นสีแดงสด นอกจากนี้ที่นี่ยังมีไฮไลท์คือฝูงนกฟลามิงโกที่จะเข้ามาหากินอาหารจากเหล่าสาหร่ายหลายหมื่นตัวที่ทะเลสาบลากูน่านี่เอง
ทะเลสาบฮิลลิเออร์ Lake Hillier หรือทะเลสาบสีชมพู เป็นทะเลสาบต่างประเทศน้ำเค็มที่กว้างสุดลูกหูลูกตา มีที่ตั้งอยู่ล้อมรอบหมู่เกาะขนาดใหญ่ที่สุด ของหมู่เกาะ Recherche Archipelago ที่ประกอบไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยกว่าร้อยเกาะ ที่อยู่ทางตะวันตกของประเทศออสเตรเลีย ทะเลสาบแห่งนี้มีความยาวประมาณ 600 เมตร มีขอบแคบๆ ที่ปกคลุมเนินทรายและต้นไม้ที่แยกทะเลสาบออกจากทะเลด้านนอก ขอบทะเลสาบปกคลุมไปด้วยแผ่นเกลือสีขาว ถัดขึ้นไปโดยรอบเป็นป่าต้น Paperbark และต้น Eucalypt ปกคลุมหนาแน่น ความชมพูหวานเหมือนสีนมเย็นของน้ำในทะเลสาบเป็นสีถาวรไม่จางหาย ซึ่งสีชมพูนี้เกิดจากความเข้มข้นสูงของเกลือและแบคทีเรีย
ทะเลสาบ Annecy เลื่องชื่อในเรื่องสีฟ้าใสของน้ำทะเล ที่นี่ได้รับการขนานนามให้เป็นทะเลสาบต่างประเทศที่สะอาดที่สุดของยุโรป มีมาตรการควบคุมรักษาความสะอาดอย่างเข้มงวด นอกจากนี้เมืองที่เป็นที่ตั้งของทะเลสาบยังมีความน่าสนใจด้านสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างยุคกลางกับยุคใหม่ ผู้คนในเมืองส่วนใหญ่จึงเลือกมาพักผ่อนริมทะเลสาบแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่อยากจะพักผ่อนไปกับธรรมชาติอย่างแท้จริง
ทะเลสาบชื่อเด้งดึ๋งน่าจับแห่งนี้เป็นประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ ที่นี่นักท่องเที่ยวต่างนิยมมาดำน้ำและชมธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ เพราะที่นี่คือ ทะเลสาบแมงกะพรุนไร้พิษ ที่นี่เราสามารถว่ายน้ำกับแมงกะพรุนอย่างปลอดภัย เพราะแมงกะพรุนที่นี่ไม่มีพิษ ลักษณะเด่นของพวกมันจะเป็นสีทองและจะเรืองแสงสีชมพู-ม่วง มีขนาดประมาณลูกฟุตบอล
ทะเลสาบต่างประเทศแห่งนี้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของนักเล่นสกีที่เดินทางมายังสวิตเซอร์แลนด์ในฤดูหนาว การนั่งมองบรรยากาศโดยรอบทะเลสาบก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ เพราะไม่เพียงแต่ความสวยงามของบรรดาพรรณพันธุ์ไม้แปลกตาของยุโรป ยังมีบรรยากาศทิวเขาตัดกับหิมะ ที่ใครได้มาที่นี่เป็นต้องอยากกลับมาอีกครั้ง
ที่นี่คือแหล่งน้ำจืดที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำเอาไว้หลายร้อยชนิด ซึ่งน้ำในทะเลสาบต่างประเทศแห่งนี้ได้ชื่อว่ามีความใสมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มองลงไปลึกถึง 3 เมตร ทำให้นักท่องเที่ยวที่มากันที่นี่ได้สัมผัสธรรมชาติที่แท้จริง เพราะไม่ได้มีสิ่งปลูกสร้างมาบดบังธรรมชาติ แถมยังโดดเด่นด้านกิจกรรมการพายเรือชมวิว ทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตของคนมาลาวีด้วย
ทริปเที่ยวทะเลสาบต่างประเทศน่าจะถูกใจใครหลายๆ คน โดยเฉพาะคนที่ชอบเสาะหาประเทศน่าเที่ยว เพื่อชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติรวมถึงสถาปัตยกรรมต่างๆ ในแต่ละเมือง ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมแหล่งท่องเที่ยวนี้ถึงเป็นสถานที่ในฝันของคนที่ชื่นชอบความงามของสายน้ำและบรรยากาศธรรมชาติบริสุทธิ์ เพื่อสร้างความอุ่นใจขณะเดินทางเลือกประกันท่องเที่ยว insurverse ซิ เท่านี้คุณก็จะดื่มด่ำธรรมชาติ ความเย็นฉ่ำของสายน้ำ ได้เต็มปอด
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ