สายมูเตลูมูเตใจได้เวลาออกทริปกันอีกแล้วจ้า เพราะวันนี้เรามีที่เที่ยวโบราณคดีสุดศักดิ์สิทธิ์ในเอเชียมาฝากกัน ใครกำลังหาที่เที่ยวแนวสถานที่โบราณของโลก ไปศึกษาประวัติสถานที่โบราณ พร้อมเติมจิตวิญญาณและความเชื่อให้เต็มเปี่ยม ไม่ควรพลาดพิกัดที่เรานำมาเปิดวาร์ปให้ไปเยือนกัน ซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศให้พร้อม เตรียมเรื่องที่อยากขอเอาไว้ในใจแล้วแพ็กกระเป๋าออกเดินทางไปด้วยกันได้เลย ทริปมูนี้ต้องได้บุญแน่นๆ Let’s Go!
มาเลย! เดี๋ยวเราจะพาไปเที่ยวสถานที่โบราณของโลกกัน แต่สัญญาก่อนว่าก่อนไปจะทำประกันเดินทางต่างประเทศ insurverse เอาไว้ก่อน เพื่อให้ทริปการเดินทางของทุกคนได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ อุ่นใจจากเหตุไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น เคมั้ย ถ้าพร้อมแล้วไปเปิดวาร์ปกันเลย!
ที่เที่ยวโบราณคดีแห่งแรกที่ไม่ไปไม่ได้ คือมรดกโลก มรดกใจ ใกล้ๆ บ้านเรา ที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่ชาวโลกต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต ที่นี่ถูกจัดให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวกัมพูชาเพราะเป็นศาสนสถานแห่งเดียวที่ยังคงสภาพอยู่จนถึงปัจจุบัน แค่ได้ไปเห็นความงดงาม จิตวิญญาณสายมูฯ อย่างเราก็เปิดแล้วอะ พลาดไม่ได้นะบอกเลย
ต่อกันที่สถานที่ท่องเที่ยวโบราณสถานใจกลางเกาหลีใต้ ที่จัดว่าเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดวัดหนึ่งและได้ชื่อว่าเป็น “วัดแห่งดินแดนพระพุทธศาสนา” ที่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี แม้จะเคยได้รับความเสียหายสมัยที่มีสงครามใหญ่กับญี่ปุ่น แต่ภายหลังก็ได้รับการบูรณะจนกลับมาสวยงามอีกครั้ง
ที่เที่ยวโบราณคดีที่เป็นสถานที่โบราณทางประวัติศาสตร์ที่มีต้นกำเนิดยาวนานกว่า 2,600 ปี เป็นที่ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ เหมาะสำหรับการมาศึกษาประวัติศาสตร์โบราณของโลกเป็นอย่างมาก มาถึงแล้วอย่าลืมไปแวะชมเจดีย์ที่เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางมารวิชัยอายุกว่า 1,500 ปีด้วยนะ บอกเลยว่าขลังมากจนต้องขนลุกเกรียว
ที่เที่ยวโบราณคดีใกล้ๆ บ้านเราอีกทีที่ไม่ควรพลาดมาเยือนคือวัดพรัมบานันที่อินโดฯ เขาคือศาสนสถานขนาดใหญ่ของฮินดูที่มีอายุเก่าแก่มาก ใครมาเยือนนอกจากมนต์ขลังและเสน่ห์ที่จะช่วยเติมเต็มจิตวิญญาณและความเชื่อแล้ว ก็ยังจะได้สัมผัสความงดงามของวิหารต่างๆ ที่โดดเด่นด้วยงานแกะสลักหินสุดวิจิตรตระการตาด้วย
มาศึกษาประวัติศาสตร์สถานที่โบราณกันต่อกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมีเซินที่เวียดนาม ที่นี่เขาเป็นสถานที่บูชาพระศิวะตามความเชื่อของศาสนาฮินดู เป็นที่ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมือง ท่ามกลางศิลปะโบราณที่มีอายุมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 4 เก่าแก่แต่ทรงพลังด้วยมนต์ขลังที่ชวนขนลุกไม่แพ้ที่ไหนๆ เลย
ที่เที่ยวโบราณคดีที่ต่อมา พาไปฟิลิปปินส์ไปชื่นชมความงดงามของโบสถ์โรมันคาทอลิกที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 16-18 เรียกว่าเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดโบสถ์นึงในทวีปเอเชียและถ้าไปเยือนแล้วก็จะได้ศึกษาประวัติศาสตร์โบราณสถานของเขาเพื่อเติมเต็มความเชื่อเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของบ้านเมืองเขาด้วย ได้ทั้งเที่ยวได้ทั้งความรู้ครบ
ปิดท้ายที่แหล่งโบราณคดีหุบเขาเล็งกอง ประเทศมาเลียเซีย ที่เที่ยวโบราณคดีใกล้บ้านเราแบบสุดๆ เป็นสถานที่ที่สายประวัติศาสตร์และคนชอบเรื่องโบราณๆ ต่างๆ น่าจะฟินไม่น้อย เพราะเขาเป็นแหล่งที่ค้นพบโครงกระดูกและฟอสซิลของมนุษย์ในยุคโบราณด้วย
จะบอกว่าที่เที่ยวโบราณคดีเหล่านี้ เป็นที่ที่เราควรไปเยือนกันสักครั้งจริงๆ นะ เพราะนอกจากเราจะได้ไปเปิดหูเปิดตาโลกกว้าง ศึกษาประวัติศาสตร์สถานที่โบราณต่างๆ แล้ว มันยังเป็นที่ที่จะช่วยฮีลใจสายมูอย่างเราได้เป็นอย่างดี ไปแล้วจิตวิญญาณจะถูกเติมเต็มจากความเชื่อในเรื่องต่างๆ ทำให้เราอาจจะได้อะไรบางอย่างติดกลับมาด้วย เช่น ความเชื่อใหม่ๆ หรือความรู้ที่จะช่วยทำให้เราได้เข้าใจอะไรต่างๆ มากขึ้น แหม่ สาระก็มานะทริปนี้ ไม่ใช่เอะอะจะไปมูกันอย่างเดียว ใครสนใจไปเยือนที่เหล่านี้ก่อนไปก็อย่าลืมทำประกันเที่ยวต่างประเทศเอาไว้ด้วยนะ เพราะจะบอกว่าการไปเที่ยวต่างบ้านต่างเมืองแล้วไม่ซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศเตรียมเอาไว้เนี่ย เกิดเหตุอะไรระหว่างทางขึ้นมามันจะยุ่งยากเอา ไม่รู้จะซื้อประกันท่องเที่ยวที่ไหน ให้ insurverse ประกันต่างประเทศออนไลน์เป็นคำตอบสุดท้ายในทุกๆ ทริปเที่ยวสถานที่โบราณของคุณ แล้วจะรู้เลยว่าความสบายใจระหว่างการเดินทางต่างบ้านต่างเมืองโดยมีประกันเที่ยวต่างประเทศไปกับเราทุกๆ ที่ มันฟินกว่าเดิมแค่ไหน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ