“ประเทศจีน” เป็นหนึ่งในประเทศที่มีคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวกันมากโดยเฉพาะวันตรุษจีน เพราะนอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแล้ว ยังมีวัดดังๆ หรือที่เที่ยวสายมูอีกมากมายทำให้เวลาคนไทยไปเที่ยวประเทศจีนมักจะจัดทริปสายมูเพื่อเดินสายไหว้พระขอพรกัน เนื่องจากวัดที่ประเทศจีนจะโดดเด่นในเรื่องต่างๆ เช่น โชคลาภ, เงินทอง, ฮวงจุ้ยและสุขภาพ จะมีสถานที่หรือวัดไหนที่นิยมกันบ้างตามไปมูพร้อมกันได้เลย นอกจากนี้ก่อนออกเดินทางไปมูอย่าลืมเช็คประกันต่างประเทศกันสักหน่อยว่าได้ซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศติดกระเป๋าไปหรือยังเพราะประกันคือเพื่อนเดินทางที่พร้อมจะดูแลคุณไปตลอดการเดินทาง
ใครที่กำลังอยากจะไปวัดสายมูแนะนำเลยเมือง “ซัวเถา” ว่ากันว่าเป็นแหล่งกำเนิดของเจ้าสัว เพราะมีพลังงานด้วยฮวงจุ้ยที่ดีที่สุด เป็นสถานที่ที่เที่ยวสายมูที่คนไทยเชื้อสายจีนรู้จักกันดีและนิยมเดินทางไปกราบไหว้ขอพร เพราะไปที่เดียวสามารถไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ถึง 4 สถานที่ ได้แก่ เทพเจ้าไต่ฮงกง, ศาลเจ้าแม่ทับทิมไฮตังม่า, วัดไคหยวนและศาลเจ้าพ่อเสือเฮียงบู้ซัว
วัดเส้าหลิน แหล่งที่เที่ยวจีนที่นิยมของคนไทยเชื้อสายจีนที่นิยมไปกราบไหว้บูชากันมาก เนื่องจากวัดเส้าหลินเป็นที่เที่ยวสายมูที่ศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องสัตว์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ตัว ”ปี้ซี” โดยมีลักษณะตัวเป็นเต่า หัวเป็นมังกร ซึ่งคนจีนมีความเชื่อว่าถ้าลูบตรงหัวจะโชคดี ลูบตรงคอจะไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ลูบฟันจะร่ำรวยเงินทองและลูบหลังจะมีลูกดก ถ้าใครกำลังมีแพลนจะไปเที่ยวประเทศจีนอย่าลืมลองแวะไปกราบไหว้กันดูนะ
วัดหนานซานที่เที่ยวสายมูไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวประเทศจีน เพราะเป็นวัดพุทธที่สวยงามมากและมีความเชื่อว่าถ้าได้ไปกราบไหว้ขอพรจะทำให้มีชีวิตที่ยืนยาวและไม่ว่าจะขอพรอะไรกับองค์เจ้าแม่กวนอิมบนทะเลที่วัดหนานซานก็จะได้ดังใจปรารถนา
เป็นสถานที่เที่ยวสายมูอันศักดิ์สิทธิ์ที่สูงสุดในทิเบต โดยวัดโจคังมีจุดเด่นคือมีหลังคาเป็นสีทองเรืองอร่ามและประดิษฐานพระโจโวศากยมุนีเป็นพระพุทธรูปที่ชาวทิเบตให้ความเคารพนับถือที่สุด นอกจากนี้ภายในวัดโดยรอบก็จะมีนักแสวงบุญเดินทางมาสักการะบูชาพระพุทธรูปกันทุกวัน
ใครที่เดินทางไปเที่ยวจีน ที่กรุงปักกิ่ง ไม่ควรพลาดที่จะแวะมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดแห่งนี้สักครั้งในชีวิต วัดลามะเป็นวัดที่ผสมผสานวัฒนธรรมทั้ง 4 สายหลักของจีนไว้ ได้แก่ มองโกล, แมนจู, ฮั่นและทิเบต เป็นที่เที่ยวสายมูที่ทรงคุณค่าและสวยงามด้านวัฒนธรรมสูงสุดของปักกิ่ง
ใครที่อยากเดินทางไปกราบไหว้เจ้าแม่กวนอิมต้องไปวัดนี้ เพราะที่วัดฉงหยวนเป็นที่ตั้งของเจ้าแม่กวนอิมที่ยืนอยู่ในตำหนักที่สูงสุดของจีน เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามคู่ควรแก่การมาพักผ่อนย่อนใจ ท่องเที่ยวให้จิตใจสงบนิ่งและยิ่งถ้าคนที่อยากมีลูกแล้วมาขอพรที่วัดนี้เชื่อกันว่าต่อให้คุณมีลูกยากแค่ไหนคุณก็จะได้ลูกอย่างสมความตั้งใจหรือคนที่มีลูกอยู่แล้วก็จะส่งผลให้ลูกคุณนั้นมีสุขภาพที่แข็งแรง
ถ้ำหลงเหมินเป็นถ้ำบนหน้าผาที่มีถ้ำอยู่ภายในอีกมากกว่า 2,345 ถ้ำ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำอี้ ในมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน นอกจากนี้ยังมีแผ่นศิลาจารึกกว่า 3,600 แผ่นและภาพรวมรูปปั่นพระพุทธรูปอีกมากกว่า 100,000 ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของจีนที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยมากๆ ใครที่ชอบเดินทางไปท่องเที่ยวโบราณสถานอย่าลืมแวะเข้าไปกันนะ
7 สถานที่เที่ยวสายมูในประเทศจีนที่เราเอามาบอกต่อบอกเลยว่าไปแล้วไม่ผิดหวัง ใครที่กำลังวางแผนเดินทางไปทริปสายมู ที่ประเทศจีนแล้วอยากจะพกโชคลาภกลับมาด้วยลองดูที่เที่ยวที่เราแนะนำได้เลยเชื่อว่าปังทุกที่แน่นอนและก่อนที่จะเดินทางไปต่างประเทศลองเข้าไปส่องดูประกันต่างประเทศกับทาง insurverse ก่อนไหมว่ามีหรือซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศติดตัวไปบ้างแล้วหรือยัง บริษัทประกันที่ดีที่สุด คุ้มครองเหมือนคนในครอบครัว อบอุ่นใจตลอดการเดินทาง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ