ไม่ว่าใครบนโลกใบนี้ต่างมีความเชื่อด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเรื่องการกราบไหว้ขอพร การดูดวง สำหรับใครที่กำลังหาที่พักใจ อยากจะออกไปหาแสงสว่างให้ชีวิต วันนี้เราเลยจะมาแนะนำที่เที่ยวเชิงศาสนาในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวัดในประเทศพม่า ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สถานที่ศาสนาอิสลามรวมถึงสถานที่ศาสนาคริสต์ บอกเลยว่าสถานที่ที่เราแนะนำนั้นจะช่วยให้ทุกคนได้พบแต่สิ่งดีๆ จิตใจสงบนิ่ง ได้รับพลังงานที่ดีมาสู่ตัวเอง นอกจากนี้สำหรับสายมูห้ามพลาดต้องเตรียมการให้พร้อมก่อนเดินทางไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยการส่องดูประกันการเดินทางหรือประกันเที่ยวต่างประเทศกันสักหน่อยเพื่อความปลอดภัยของการเดินทาง ในชีวิตและทรัพย์สินของคุณ
พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากองถือว่าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากๆ รวมถึงเป็นสถานที่เกี่ยวกับศาสนาพุทธในประเทศพม่าและถือว่าเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจของชาวเมียนมาเลยก็ว่าได้ สำหรับใครที่ไปเที่ยวที่พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากองแล้วอยากเข้าไปสักการะบูชาจะต้องถอดรองเท้าหรือเดินเท้าเปล่าเข้าไปเพราะเป็นความเชื่อของคนเมียนมา ว่าไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหนจะต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าไปสักการะเจดีย์ชเวดากอง นอกจากนี้เจดีย์ชเวดากองยังเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของประเทศพม่าอีกด้วยใครที่กำลังเดินทางมาเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านลองแวะมาเยี่ยมสถาปัตยกรรมที่สวยงามแห่งนี้ดูนะ เจดีย์ชเวดากองที่เหมาะกับสายมูทุกคน
พุกามเป็นที่เที่ยวเชิงศาสนาอีกแห่งหนึ่งที่สำคัญของประเทศพม่า เมื่อนักเที่ยวไปเที่ยวประเทศพม่าแล้วไม่ควรพลาด เพราะพุกามเป็นเมืองโบราณสถานที่ได้ขึ้นเป็นมรดกของโลกและพุกามขึ้นชื่อเรื่องของเจดีย์มากๆ หากใครมาพุกามแล้วจะต้องมาดูเจดีย์ให้ได้ พุกามจึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็น “ดินแดนแห่งเจดีย์สี่พันองค์” เนื่องจากเคยเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรืองมาก่อนทำให้มีซากอารยะธรรมเก่าแก่มากมาย พุกามจึงเป็นจุดสำคัญที่ใครมาเที่ยวพม่าแล้วจะต้องมาเที่ยวที่นี่กัน
ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีนักเที่ยวจำนวนมากและมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย หนึ่งในสถานที่เที่ยวเชิงศาสนาที่อยากจะแนะนำคือ “วัดโทไดจิ” โดยวัดตั้งอยู่ที่เมืองนารา เมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่น โดยมีจุดเด่นคือ ภายในวัดจะมีวิหารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เรียกว่า “วิหารไดบุทสึเด็น” เป็นที่ตั้งของพระพุทธรูปไดบุทสึสำริดและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของโลกอีกด้วย บอกได้เลยว่าใครไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นไม่ควรพลาด
เป็นที่เที่ยวเชิงศาสนาและเป็นวัดพุทธอีกหนึ่งแห่งที่ดังในเกาหลีใต้ มีอายุกว่า 1,200 ปี โดยตั้งอยู่ที่เมืองฮับชอน จังหวัดเกียงซังนัมโด วัดแฮอินซามีสถาปัตยกรรมตามแบบของยุคสมัยซิลลาที่ประกอบไปด้วยอิฐและไม้ที่สวยงาม ยิ่งไปกว่านั้นจุดเด่นของวัดแฮอินซาที่ใครๆ ที่เมื่อไปเที่ยวเกาหลีใต้แล้วอยากไปดูสักครั้งคือ วัดแฮอินซาเป็นที่เก็บรักษาแผ่นไม้แกะสลักสำหรับพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับเกาหลีที่มีอายุกว่า 700 ปีและแผ่นไม้แกะสลักยังได้ขึ้นเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมอีกด้วย
มักกะฮ์เป็นเมืองศักสิทธิ์ของศาสนาอิสลามและเป็นที่ตั้งของ “กะฮ์บะฮ์” หรือแปลว่า “ลูกบาศก์” กะฮ์บะฮ์จะตั้งอยู่ใจกลางมัสยิดอัลฮะรอมในนครมักกะฮ์โดยถูกสร้างจากนบีอิบรอฮีมและอิสมาอีล ซึ่งกะฮ์บะฮ์เป็นที่เที่ยวเชิงศาสนาของชาวอิสลามในการประกอบพิธีฮัจญ์ ซึ่งเป็นพิธีที่สำคัญของชาวอิสลามโดยจะใช้เวลาในการทำพิธีทั้งหมด 5 วัน
ที่เที่ยวเชิงศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เป็นสถานที่สำคัญของหลายศาสนาได้แก่ ศาสนาคริสต์, ศาสนายูดาห์และศาสนาอิสลาม ที่เยรูซาเลมมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากมายให้คนหลากหลายต่างศาสนาได้กราบไหว้บูชา เช่น มัสยิดอัลอักซอ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลามที่ชาวอิสลามควรมากราบไหว้สักครั้งในชีวิตและ Wailing Wall สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวยิวหรือศาสนายูดาห์
สำหรับชาวพุทธที่ต้องการทำใจให้สงบนิ่ง ไม่วุ่นวาย ใช้ชีวิตแบบไม่รีบร้อนต้องลองไปที่ลุมพินีวันสักครั้งในชีวิต เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่สำคัญของพุทธศาสนิกชนทุกคนทั่วโลกที่นับถือศาสนาพุทธ เพราะที่นี่เป็นที่ประสูติของพระพุทธเจ้า โดยลุมพินีวันที่ประเทศเนปาลนั้นได้ขึ้นเป็นมรดกของโลกแล้วเมื่อปี 2540 และมีเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ ซึ่งจะมีวัดพุทธอยู่ในลุมพินีวันเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นก็จะมีวัดไทยด้วย ซึ่งปัจจุบันลุมพินีวันถือว่าเป็นศูนย์รวมด้านจิตใจของชาวพุทธและนักแสวงบุญทุกคน
สายมูห้ามพลาดถ้าอยากมูไปด้วยเที่ยวไปเที่ยว ต้องลองไปสถานที่ที่เที่ยวเชิงศาสนาสักครั้งไม่ว่าจะเป็นสถานที่เมืองศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลามหรือสถานที่ศาสนาคริสต์ ลองไปมูและเที่ยวเชิงศาสนากันสักครั้งแล้วจะพบว่าความสบายใจหรือแสงสว่างของชีวิตมีอยู่จริง (จงใช้วิจารณญาณในการคิดวิเคราะห์) แต่ก่อนจะออกเดินทางไปแสวงบุญมาส่องดูประกันการเดินทางหรือประกันเที่ยวต่างประเทศได้ที่ insurverse ก่อนได้เลยเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เห็นผลทันตาแน่นอน!! เราพร้อมมอบความคุ้มครองให้คุณทันที
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ