1 ในเทศกาลที่สวยงามน่าจดจำที่สุดในญี่ปุ่นคงหนีไม่พ้น การได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีไฮไลท์ของการท่องเที่ยวญี่ปุ่นประจำปี เพราะจะเห็นได้แค่ปีละครั้งเท่านั้น เปลี่ยนที่เที่ยวที่ดีอยู่แล้วให้กลายเป็นสถานที่เที่ยวที่เป็นไปด้วยสีสันและความงามที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน กับ 7 สถานที่เหล่านี้ที่เราอยากแนะนำให้กับคุณ
เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมโบราณที่งดงามจนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก และ เนื่องจากน้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall)ไหลผ่านจึงถูกขนานนามว่า วัดน้ำใส ้สถาปัตยกรรมเป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่ที่สร้างโดยไม่ใช้ตะปูโดยเสาของอาคารมีความสูงถึง 13 เมตรจากพื้นดินสามารถมองเห็นวิวของเกียวโต และในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่จะเป็นที่ที่ผู้คนนิยมมากันอย่างมาก เพราะวิวอันสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ประจำปีของเกียวโต
ช่วงเวลาใบไม้เปลี่ยนสี : กลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม
ที่นี่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “เกาะแห่งเทพเจ้า” เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าอิทสึคุชิมะ หนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และยังได้รับการจดทะเบียนให้เป็มรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก คว้าสามดาวของมิชลินไกด์ เป็นสถานที่เที่ยว 1 ใน 3 ที่วิวสวยที่สุดของญี่ปุ่น สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวนโมมิจิดานิ (Momijidani Park) สวนสาธารณะที่อยู่ตรงเชิงเขาของป่ามิเซ็นบนเกาะอิทสึคุชิมะ มีต้นเมเปิ้ลประมาณ 700 ต้น เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี สถานที่นี้จะสวยงามดั่งภาพวาดแน่นอน
ช่วงเวลาใบไม้เปลี่ยนสี : กลางเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน
มิคุนิพาส (Mikuni Pass) คือสันเขาที่อยู่เลียบทางหลวงหมายเลข 273 ซึ่งเป็นถนนทางหลวงที่สูงที่สุดของเกาะฮอกไกโด เส้นทางขับรถสายนี้ถือเป็นจุดชมวิวยอดนิยม มีทัศนียภาพสวยงามตลอดทั้งปี จุดที่เป็นไฮไลต์สำคัญคือสะพานมัตสึมิ (Matsumi Bridge) สะพานสีแดงที่ทอดยาวเหนือผืนป่า ราวกับกำลังขับรถผ่านคลื่นต้นไม้ ท่านกลางความหลากหลายของสีสันของการเปลี่ยนสีของใบไม้ และถ้ามองจากสะพานเรียวคุชิน (Ryokushin Bridge) ก็จะเห็นทิวทัศน์ของสะพานมัตสึมิที่ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติตระการตา แถมละแวกนี้ยังมีคาเฟ่และสถานที่เที่ยวอีกมากให้คุณได้แวะพักอีกด้วย
ช่วงเวลาใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม
เป็นวัดพุทธเก่าแก่ของนิกาย Tendai ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 860 ในสมัยคามาคุระ ซึ่งนับว่ามีอายุมากกว่า 1,000 ปี ตั้งอยู่บนเขาในจังหวัดยามากาตะ (Yamagata) ในภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) เพราะเป็นวัดที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ จึงเป็นที่เที่ยวญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยม จากความสวยงามและความเก่าแก่ของวัด ไฮไลท์ของที่นี่คือบันไดหิน 1,000 ขั้น เพื่อขึ้นไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หากคุณมาในช่วงของใบไม้เปลี่ยนสี วิวทิวทัศน์จะเปลี่ยนไปเป็นความงดงามรูปแบบใหม่
คำเตือน ที่นี่ไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับข้อต่อ โรคกระดูก หรือผู้สูงอายุ เพราะไม่มีลิฟต์และกระเช้าเพื่อขึ้นกราบไหว้ เพราะฉะนั้นระวังกันด้วย
ช่วงเวลาใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
ที่นี่เป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่มีธรรมชาติที่งดงาม สงบ มีไม้ยืนต้นผลัดใบหลากหลาย เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนสีใบไม้มาถึง จะมีสีสันงดงามและหลากหลายให้คุณได้ชม ไม่ใช่เพียงเท่านี้ ที่นี่ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับการท่องเที่ยวรอบทะเลสาบการล่องเรือชมวิว ให้อารมณ์ที่ผ่อนคลายและวิวที่สวยงาม
ช่วงเวลาใบไม้เปลี่ยนสี : กลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
หรือ สวนด้านนอกของศาลเจ้าเมจิคุณจะได้พบกับต้นแปะก๊วย 146 ต้นที่ปลูกเรียงรายอยู่ตามถนนกว้างเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสดใสและใบไม้ที่ร่วงหล่นทำให้ถนนยาว 300 เมตร เป็นสีเหลืองทองสวยงาม เหมาะกับการมาถ่ายรูป เหมาะกับคนที่ชอบเดินถนนมาก ๆ แถมยังมีคาเฟ่และร้านอาหารมากมายให้คุณได้พักผ่อนหย่อนใจ นั่งชมวิวทิวทัศน์ของใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างดี
ช่วงเวลาใบไม้เปลี่ยนสี : ต้นเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม
เป็นเส้นทางที่ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิมากที่สุดจนเรียกได้ว่าเป็นประตูสู่ฟูจิ เป็นจุดชมความงามของภูเขาไฟฟูจิในหลากหลายวิว บริเวณทะเลสาบจะเน้นชมวิวแนวธรรมชาติ สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ดีที่สุด ทั้งสวยงามและโรแมนติก เพราะคุณสามารถเห็นวิวของภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังได้อีกด้วย และในตอนกลางคืนยังมีการจัดประดับไฟเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่นี้อีกด้วย
ช่วงเวลาใบไม้เปลี่ยนสี : กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน
หากคุณอยากชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น เราขอแนะนำให้คุณวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นล่วงหน้าหลาย ๆ เดือน เพราะไม่เช่นนั้นคุณอาจพลาดชมใบไม้เปลี่ยนสีได้เพราะเที่ยวบินหรือที่พักอาจจะเต็ม และราคาตั๋วและที่พักอาจพุ่งสูงขึ้นเมื่อต้องไปซื้อหน้างาน นอกจากจองล่วงหน้าคุณควรเตรียมตัวให้พร้อมทั้งเสื้อผ้า เพราะอากาศหนาวมากในต่างประเทศ สำรองชุดไว้ให้ดี และอย่าลืมทำประกันเดินทางต่างประเทศก่อนเดินทางด้วยนะ เพื่อลดค่าใช้จ่ายหากเกิดการเจ็บป่วยในต่างประเทศหรือลดภาระค่าใช้จ่ายหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศไว้ อุ่นใจไม่มีเสียหาย เดินทางเที่ยวได้อย่างสบายใจและพร้อมรับชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างเต็มที่
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม หนึ่งในสิทธิประโยชน์สำคัญที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรคือ “เงินสงเคราะห์บุตร” ซึ่งหลายครอบครัวมักมีคำถามว่า เงินสงเคราะห์บุตรประกันสังคมเข้าวันไหน และมีรอบการโอนเงินเข้าบัญชีอย่างไร วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลอัปเดตล่าสุด ปฏิทินวันโอนเงินตลอดปี 2569 พร้อมเงื่อนไขและวิธีเช็กยอดเงินเข้าบัญชีแบบง่ายๆ มาให้ครบจบในที่เดียว เงินสงเคราะห์บุตรประกันสังคม คืออะไร ใครมีสิทธิได้รับบ้าง? เงินสงเคราะห์บุตร คือ เงินช่วยเหลือรายเดือนจากกองทุนประกันสังคมที่มอบให้แก่ผู้ประกันตน เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปีบริบูรณ์ โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ดังนี้ เงื่อนไขผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์บุตร (ม.33 และ ม.39) อัตราเงินสงเคราะห์บุตรที่ได้รับต่อเดือน ปัจจุบัน สำนักงานประกันสังคมจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรในอัตราเหมาจ่าย 800 บาทต่อเดือน ต่อบุตร 1 คน (หากมีบุตร 2 คน จะได้รับเดือนละ 1,600 บาท และสูงสุด 3 คน ได้รับเดือนละ 2,400 บาท) โดยเงินจะโอนตรงเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัญชีธนาคารที่ผู้ประกันตนได้ยื่นเรื่องไว้ เงินสงเคราะห์บุตรประกันสังคมเข้าวันไหน? สรุปปฏิทินโอนเงินประจำปี 2569 หลักเกณฑ์วันโอนเงินเข้าบัญชี (รอบสิ้นเดือน / วันทำการ) หลักเกณฑ์การจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรของสำนักงานประกันสังคม… Continue reading เงินสงเคราะห์บุตรประกันสังคมเข้าวันไหน เช็กปฏิทินวันโอนเงินล่าสุด
เมื่อตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ไม่ว่าจะเพื่อพักผ่อน เปลี่ยนสายงาน หรือมองหาโอกาสใหม่ๆ หนึ่งในสิทธิประโยชน์พื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนผู้ประกันตน มาตรา 33 ไม่ควรมองข้ามคือ “เงินชดเชยประกันสังคม กรณีลาออก” หรือเงินทดแทนกรณีว่างงาน ซึ่งเป็นเงินช่วยเหลือที่ช่วยพยุงสภาพคล่องทางการเงินระหว่างหางานใหม่ มาดูกันว่าลาออกแล้วได้เงินชดเชยเท่าไหร่ มีเงื่อนไขอย่างไร และต้องขึ้นทะเบียนที่ไหน สิทธิเงินชดเชยว่างงาน ประกันสังคม กรณีลาออก คืออะไร? เงินทดแทนกรณีว่างงานจากการลาออก เป็นสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นเงินชดเชยรายได้ชั่วคราวในระหว่างที่ยังไม่มีงานทำ คุณสมบัติและเงื่อนไขการรับสิทธิของผู้ประกันตน มาตรา 33 อัตราเงินชดเชยและจำนวนวันที่ได้รับ (30% สูงสุด 90 วัน) ในกรณีลาออกจากงาน ประกันสังคมจะจ่ายเงินทดแทนในอัตรา ร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน และได้รับสิทธิเป็นระยะเวลา ไม่เกิน 90 วัน (3 เดือน) ภายในระยะเวลา 1 ปีปฏิทิน วิธีคำนวณเงินชดเชยกรณีลาออก ได้เงินกี่บาทต่อเดือน? การคำนวณเงินชดเชยจะใช้ฐานเงินเดือนจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 15,000… Continue reading เงินชดเชยประกันสังคม กรณีลาออก ได้เท่าไหร่ เช็กวิธีขึ้นทะเบียนและเงื่อนไข
ตลอดระยะเวลาการทำงาน มนุษย์เงินเดือนและผู้ประกันตนทุกคนจะถูกหักเงินสมทบประกันสังคมเข้ากองทุนทุกเดือน ซึ่งเงินส่วนหนึ่งจะถูกนำไปสะสมเป็น “กองทุนกรณีชราภาพ” เพื่อเป็นเงินออมสำหรับชีวิตหลังเกษียณอายุ หลายคนอาจยังไม่เคยทราบว่าตนเองมีเงินสะสมอยู่เท่าไหร่ การ เช็คเงินชราภาพประกันสังคม เป็นประจำจะช่วยให้คุณวางแผนเป้าหมายทางการเงินในอนาคตได้อย่างแม่นยำ วันนี้เรามีวิธีตรวจสอบยอดเงินสะสมและสูตรคำนวณบำเหน็จบำนาญมาแนะนำกัน เงินชราภาพประกันสังคม คืออะไร? แตกต่างกันอย่างไรระหว่างบำเหน็จกับบำนาญ เงินชราภาพ คือ เงินออมสะสมที่ผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาล ร่วมกันจ่ายสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในสัดส่วน 3% ของค่าจ้างทุกเดือน เมื่อผู้ประกันตนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน จะได้รับเงินคืนในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งดังนี้: เงินบำเหน็จชราภาพ (ส่งเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน) คือการจ่ายเงินก้อนครั้งเดียวจบ เหมาะสำหรับผู้ที่จ่ายเงินสมทบน้อยกว่า 180 เดือน (15 ปี) โดยแบ่งเป็น: เงินบำนาญชราภาพ (ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป) คือการจ่ายเงินรายเดือนตลอดชีวิต สำหรับผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือนขึ้นไป ซึ่งจะได้รับเงินบำนาญทุกเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต 4 ช่องทางเช็คเงินชราภาพประกันสังคมด้วยตนเองแบบ Real-Time ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบยอดเงินสะสมชราภาพของตนเองได้แบบสะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานประกันสังคม ผ่าน 4 ช่องทางดังนี้:… Continue reading เช็คเงินชราภาพประกันสังคม ดูยอดสะสมบำเหน็จบำนาญง่ายๆ ผ่านแอป