พอทุกประเทศประกาศให้สามารถเข้าประเทศให้บินเข้าไปเที่ยวได้แบบเต็มรูปแบบ หลาย ๆ คนรีบกดเข้าไปดูตั๋วเครื่องบินในอินเตอร์เน็ตทันที ซึ่งในปัจจุบันด้วยปัญหาหลาย ๆ อย่างทั่วโลกโดยเฉพาะราคาน้ำมันโลกทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินมีราคาที่สูงขึ้น หากใครที่บินเที่ยวต่างประเทศก่อนช่วงโควิด และรองมาเปรียบเทียบกับหลังโควิดดู จะเห็นได้ชัดเจนมากกว่าราคาตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวต่างประเทศสูงขึ้นมาก
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสูงเกินไป เพราะหากเรารู้ว่าการ จองตั๋วเครื่องบินราคาถูก ในช่วงไหน เวลาไหน จะต้องบินตรง หรือเปลี่ยนเครื่อง ซึ่งทุกอย่างมีผลต่อราคาทั้งหมด ทำให้วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการจองตั๋วเครื่องบินราคาดี ทำได้ง่าย ๆ 3 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้
อาจจะดูเป็นวิธีที่กว้างไปหน่อยสำหรับมือใหม่ในการจองตั๋วเครื่องบินให้ได้ราคาที่ดีที่สุด การเลือกเวลาที่เหมาะสมนั้นหากเราต้องการไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อสัมผัสบรรยากาศแสนสวย มีการจัดเทศกาลที่น่าตื่นเต้น บอกได้เลยว่าช่วงเวลานั้น ๆ ราคาตัวจะแพงขึ้นอย่างแน่นอน การเลือกช่วงเวลาในการเที่ยวต่างประเทศให้ได้ราคาที่ถูกมากที่สุด จะต้องเลือกช่วงที่ไม่ใช่ High Season แต่อาจจะเลือกไปในช่วง low season แทน
แต่อย่างไรก็ตามไหน ๆ ก็ไม่ได้ไปเที่ยวบ่อย ๆ การไปช่วง High Season คุณจะสามารถพบเจอกับสิ่งสวยงามในต่างประเทศได้เยอะกว่า และอาจจะเที่ยวได้สนุกกว่า แต่ด้วยราคาที่แพง การจองตั๋วจึงควรจองข้ามเดือนเยอะ ๆ อย่างน้อยที่สุดควรจองตั๋วเครื่องบินการที่จะถึงเวลานั้นสัก 4 เดือนขึ้นไปรับรองว่าจะได้ในราคาที่ถูกกว่าอย่างแน่นอน
ไม่เพียงแค่การเลือกวันเท่านั้น ยังจะต้องเลือกช่วงเวลาในการบิดอีกด้วย เพื่อเราได้วันที่ต้องการแล้ว แต่ละสายการบินจะมีเวลาบินของตนเอง การยอมเสียสละเวลาท่องเที่ยวเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นไฟล์บินที่ถึงดึกมาก ๆ ส่วนใหญ่จะมีราคาถูก หากมีเวลาในการท่องเที่ยวหลายวัน การเลือกเวลาแบบนี้ก็จะสามารถประหยัดค่าตั๋วได้หลายพันบาทเช่นกัน
อยากจะบอกว่าสายการบินราคาประหยัด หรือที่เรามักเรียกว่า Low-cost มีราคาที่ถูกกว่าสาย สายการบิน Full Service หลายเท่ามาก ๆ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่เราจะมาบอกว่าให้คุณเลือกนั่งกับ สายการบิน Low-cost เพื่อประหยัดค่าตั๋วเครื่องบิน เพราะจริง ๆ แล้วนั้นในบางครั้งการนั่ง สายการบิน Full Service ก็อาจจะถูกกว่าหรือเท่ากับ สายการบิน Low-cost ได้ โดยเราจะแนะนำดังนี้
สายการบิน Low-cost จะมีตั๋วราคาที่ถูกกว่า Full Service อยู่แล้ว แต่จะไม่รวมค่าโหลดสัมภาระใต้เครื่อง ซึ่งสายการบิน Low-cost จะมีบริการเสริมให้ซื้อเพิ่มได้ ซึ่งหากเป็นภายในประเภทนั้นจะไม่แพง แต่หากเป็นการบินนอกประเทศนั้นจะแพงมากหลายเท่า ดั้งนั้น สายการบิน Low-cost อาจจะไม่เหมาะสำหรับไปเที่ยวต่างประเทศหลาย ๆ วันที่ต้องมีการข่นของเยอะ แต่หากเป็นเที่ยวประเทศใกล้ ๆ ไม่กี่วันไม่มีสัมภาระเยอะ สายการบิน Low-cost จะตอบโจทย์ที่สุด
แต่อย่างให้คุณลองดู สายการบิน Full Service ถึงแม่จะราคาสูง แต่หากคุณต้องไปเที่ยวต่างประเทศไกล ๆ หรือไปเที่ยวนาน ๆ ที่ต้องมีสัมภาระเยอะ ๆ ในการโหลดใต้ท้องเครื่อง สายการบิน Full Service จะรวมน้ำหนักโหลดกระเป๋าไว้ทั้งหมดแล้ว ส่วนใหญ่จะสามารถโหลดได้ 20 กิโลขึ้นไป ดังนั้นให้คุณลองเปรียบเทียบราคาตัวระหว่าง สายการบิน Full Service และ สายการบิน Low-cost แล้วลองคำนวนค่าโหลดกระเป๋าดูว่าแบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน แต่หากพอ ๆ กันแนะนำเลือก สายการบิน Full Service จะดีกว่ามาก ๆ เพราะมีอาหารบริการบนเครื่องบินด้วยค่ะ
แน่นอนว่าเที่ยวบินตรงคงจะสะดวกกว่า แต่หากต้องการบันทึกการเปลี่ยนเครื่องหรือต่อเที่ยวบินจะทำให้ราคาตั๋วถูกลง แม้ว่าจะต้องใช้เวลามากขึ้นก็ตาม แต่ถ้าคุณวางแผนการเดินทางให้ดีและไม่จำกัดเวลา นี้จะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มาก ถึงแม้ว่าวะรอเปลี่ยนเครื่องหลายชั่วโมง แต่เราสามารถที่จะออกมาท่องเที่ยวยังประเทศที่เราต่อเครื่องได้ เพราะ Transfer มักจะใช้เวลาในการรอเครื่องมากกว่า 8 ชั่วโมง ทำให้มีเวลาเที่ยว และเหมือนเราได้เที่ยว 2 ประเทศอีกด้วย
และอีกหนึ่งวิธีที่อยากแนะนำ ราคาตั๋วจะแตกต่างกันไปในแต่ละสายการบินและช่วงเวลา คุณจึงไม่จำเป็นต้องบินสายการบินเดิมกลับระหว่างการเดินทาง เปรียบเทียบราคาระหว่างสายการบินสำหรับเวลาออกเดินทางและเวลากลับ จากนั้นเลือกราคาที่ถูกที่สุด แต่มีบางสิ่งที่ต้องระวัง เลือกต้นทางและปลายทางที่ถูกต้องสำหรับการเดินทางขาออกและขากลับของคุณ
ทั้งหมดนี้จองตั๋วเครื่องบินราคาดี ทำได้ง่าย ๆ 3 ขั้นตอน ที่เราอยากให้คุณนำไปเป็นเทคนิคในการซื้อตัวเครื่องบินในราคาที่ถูกลงและคุ้มค่ามากที่สุด หากได้ตัวราคาถูกแล้วก็เตรียมตัวศึกษาข้อมูลประเทศนั้น ๆ ให้พร้อมในการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม การไปเที่ยวต่างประเทศที่เราไม่เกิดไป การทำประกันการเดินทางต่างประเทศ จึงเป็นส่ิงจำเป็นมาก ๆ หากเราจพเป็นต้องเข้าโรงพยาบาลในต่างประเทศจากการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศ จาก insurverse จะทำให้คุณสบายใจในการท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างแน่นอน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม หนึ่งในสิทธิประโยชน์สำคัญที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรคือ “เงินสงเคราะห์บุตร” ซึ่งหลายครอบครัวมักมีคำถามว่า เงินสงเคราะห์บุตรประกันสังคมเข้าวันไหน และมีรอบการโอนเงินเข้าบัญชีอย่างไร วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลอัปเดตล่าสุด ปฏิทินวันโอนเงินตลอดปี 2569 พร้อมเงื่อนไขและวิธีเช็กยอดเงินเข้าบัญชีแบบง่ายๆ มาให้ครบจบในที่เดียว เงินสงเคราะห์บุตรประกันสังคม คืออะไร ใครมีสิทธิได้รับบ้าง? เงินสงเคราะห์บุตร คือ เงินช่วยเหลือรายเดือนจากกองทุนประกันสังคมที่มอบให้แก่ผู้ประกันตน เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปีบริบูรณ์ โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ดังนี้ เงื่อนไขผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์บุตร (ม.33 และ ม.39) อัตราเงินสงเคราะห์บุตรที่ได้รับต่อเดือน ปัจจุบัน สำนักงานประกันสังคมจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรในอัตราเหมาจ่าย 800 บาทต่อเดือน ต่อบุตร 1 คน (หากมีบุตร 2 คน จะได้รับเดือนละ 1,600 บาท และสูงสุด 3 คน ได้รับเดือนละ 2,400 บาท) โดยเงินจะโอนตรงเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัญชีธนาคารที่ผู้ประกันตนได้ยื่นเรื่องไว้ เงินสงเคราะห์บุตรประกันสังคมเข้าวันไหน? สรุปปฏิทินโอนเงินประจำปี 2569 หลักเกณฑ์วันโอนเงินเข้าบัญชี (รอบสิ้นเดือน / วันทำการ) หลักเกณฑ์การจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรของสำนักงานประกันสังคม… Continue reading เงินสงเคราะห์บุตรประกันสังคมเข้าวันไหน เช็กปฏิทินวันโอนเงินล่าสุด
เมื่อตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ไม่ว่าจะเพื่อพักผ่อน เปลี่ยนสายงาน หรือมองหาโอกาสใหม่ๆ หนึ่งในสิทธิประโยชน์พื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนผู้ประกันตน มาตรา 33 ไม่ควรมองข้ามคือ “เงินชดเชยประกันสังคม กรณีลาออก” หรือเงินทดแทนกรณีว่างงาน ซึ่งเป็นเงินช่วยเหลือที่ช่วยพยุงสภาพคล่องทางการเงินระหว่างหางานใหม่ มาดูกันว่าลาออกแล้วได้เงินชดเชยเท่าไหร่ มีเงื่อนไขอย่างไร และต้องขึ้นทะเบียนที่ไหน สิทธิเงินชดเชยว่างงาน ประกันสังคม กรณีลาออก คืออะไร? เงินทดแทนกรณีว่างงานจากการลาออก เป็นสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นเงินชดเชยรายได้ชั่วคราวในระหว่างที่ยังไม่มีงานทำ คุณสมบัติและเงื่อนไขการรับสิทธิของผู้ประกันตน มาตรา 33 อัตราเงินชดเชยและจำนวนวันที่ได้รับ (30% สูงสุด 90 วัน) ในกรณีลาออกจากงาน ประกันสังคมจะจ่ายเงินทดแทนในอัตรา ร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน และได้รับสิทธิเป็นระยะเวลา ไม่เกิน 90 วัน (3 เดือน) ภายในระยะเวลา 1 ปีปฏิทิน วิธีคำนวณเงินชดเชยกรณีลาออก ได้เงินกี่บาทต่อเดือน? การคำนวณเงินชดเชยจะใช้ฐานเงินเดือนจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 15,000… Continue reading เงินชดเชยประกันสังคม กรณีลาออก ได้เท่าไหร่ เช็กวิธีขึ้นทะเบียนและเงื่อนไข
ตลอดระยะเวลาการทำงาน มนุษย์เงินเดือนและผู้ประกันตนทุกคนจะถูกหักเงินสมทบประกันสังคมเข้ากองทุนทุกเดือน ซึ่งเงินส่วนหนึ่งจะถูกนำไปสะสมเป็น “กองทุนกรณีชราภาพ” เพื่อเป็นเงินออมสำหรับชีวิตหลังเกษียณอายุ หลายคนอาจยังไม่เคยทราบว่าตนเองมีเงินสะสมอยู่เท่าไหร่ การ เช็คเงินชราภาพประกันสังคม เป็นประจำจะช่วยให้คุณวางแผนเป้าหมายทางการเงินในอนาคตได้อย่างแม่นยำ วันนี้เรามีวิธีตรวจสอบยอดเงินสะสมและสูตรคำนวณบำเหน็จบำนาญมาแนะนำกัน เงินชราภาพประกันสังคม คืออะไร? แตกต่างกันอย่างไรระหว่างบำเหน็จกับบำนาญ เงินชราภาพ คือ เงินออมสะสมที่ผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาล ร่วมกันจ่ายสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในสัดส่วน 3% ของค่าจ้างทุกเดือน เมื่อผู้ประกันตนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน จะได้รับเงินคืนในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งดังนี้: เงินบำเหน็จชราภาพ (ส่งเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน) คือการจ่ายเงินก้อนครั้งเดียวจบ เหมาะสำหรับผู้ที่จ่ายเงินสมทบน้อยกว่า 180 เดือน (15 ปี) โดยแบ่งเป็น: เงินบำนาญชราภาพ (ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป) คือการจ่ายเงินรายเดือนตลอดชีวิต สำหรับผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือนขึ้นไป ซึ่งจะได้รับเงินบำนาญทุกเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต 4 ช่องทางเช็คเงินชราภาพประกันสังคมด้วยตนเองแบบ Real-Time ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบยอดเงินสะสมชราภาพของตนเองได้แบบสะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานประกันสังคม ผ่าน 4 ช่องทางดังนี้:… Continue reading เช็คเงินชราภาพประกันสังคม ดูยอดสะสมบำเหน็จบำนาญง่ายๆ ผ่านแอป