หาดชะอำ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่หลายคนเลือกมาเที่ยวพักผ่อน เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แต่ได้สัมผัสบรรยากาศทะเลที่เงียบสงบ แถมยังมีกิจกรรมให้ทำเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นน้ำทะเล เดินเล่นรับลม นั่งชิลล์เตียงผ้าใบ หรือจะลุยกิจกรรมมันส์ ๆ อย่างบานาน่าโบ๊ต ก็มีให้เลือกเพียบ รวมถึงอาหารทะเลสดใหม่ในราคาสบายกระเป๋าอีกด้วย เที่ยวที่เดียวแต่ได้ครบทั้งความสนุก ความอิ่ม และบรรยากาศดี ๆ แบบนี้ ใครกำลังมองหาที่เที่ยวสุดคุ้ม ต้องลองแวะมาให้ได้
แน่นอนว่าการขับรถไปเที่ยวเองทำให้สะดวกสบายขึ้นเยอะ จะจอดแวะตรงไหนก็ได้ ไม่ต้องเร่งรีบตามรอบรถสาธารณะ แต่ถ้าขับรถไปเอง สิ่งที่ต้องเช็กก่อนเดินทางก็คือประกันภัยรถยนต์ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และถ้ามีปัญหากลางทางก็จะได้อุ่นใจ insurverse เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเป็น ประกันรถชั้น 3 ที่ซื้อตรงแบบไม่ผ่านตัวแทน ทำให้ได้ราคาดี แถมปรับแผนได้เองตามงบประมาณ ไม่ต้องจ่ายเกินจำเป็น
หาดชะอำเป็นหนึ่งในชายหาดที่เหมาะกับทุกกลุ่มนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คู่รัก หรือแก๊งเพื่อน ด้วยลักษณะชายหาดที่ทอดยาว น้ำทะเลใส และบรรยากาศที่ไม่พลุกพล่านจนเกินไป จึงสามารถเล่นน้ำทะเลได้อย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ ชายหาดแห่งนี้ยังมีโซนให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่หาดชะอำเหนือที่เงียบสงบ ไปจนถึงหาดชะอำใต้ที่คึกคักไปด้วยร้านค้าและกิจกรรมสนุก ๆ
หนึ่งในไฮไลต์ของการมาเที่ยวหาดชะอำ คือการได้นั่งพักผ่อนบนเตียงผ้าใบริมหาด ฟังเสียงคลื่นซัดฝั่ง พร้อมจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ การเช่าที่นั่งบนเตียงผ้าใบสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยมีให้บริการตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเย็น (ยกเว้นวันพุธ) ซึ่งสามารถเลือกนั่งในโซนที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นโซนที่ติดริมหาดใกล้ทะเล หรือโซนที่มีร่มเงาจากต้นไม้
สำหรับสายแอดเวนเจอร์ กิจกรรมทางน้ำที่ต้องลองเมื่อมาหาดชะอำ คือบานาน่าโบ๊ตและโดนัทโบ๊ต ทั้งสองกิจกรรมนี้เหมาะกับการมาเล่นเป็นกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนที่ต้องการความสนุกและความตื่นเต้น ลองนึกภาพการถูกลากด้วยสปีดโบ๊ตบนผืนน้ำทะเล ความเร็วและแรงกระแทกของคลื่นจะทำให้ทุกคนต้องจับให้แน่น และลุ้นไปพร้อม ๆ กันว่าจะรอดจากการตกน้ำหรือไม่!
หากอยากสัมผัสบรรยากาศของตลาดอาหารทะเลสด ๆ ไม่ต้องไปไหนไกล เพราะที่สะพานปลาปูชักมีอาหารทะเลสดให้เลือกมากมาย ตั้งแต่กุ้ง หอย ปู ปลา ที่เพิ่งขึ้นจากเรือประมง สามารถเลือกซื้อกลับไปปรุงเองหรือให้ร้านค้าในละแวกนั้นปรุงให้พร้อมทานได้เลย ที่สำคัญคือราคาถูกกว่าการไปซื้อจากร้านอาหารทั่วไป ทำให้คุ้มค่าทั้งรสชาติและราคา
สำหรับสายบุญ วัดเนรัญชรารามถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ต้องมาเยือน จุดเด่นของวัดนี้คือพระพุทธรูปปิดทวารทั้ง 9 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการปิดกั้นกิเลสและสิ่งไม่ดี นอกจากนี้ยังมีหลวงพ่อทอง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพบูชา นักท่องเที่ยวสามารถมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลได้ที่นี่
หาดชะอำไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่ยังมีร้านอาหารทะเลสดใหม่ และคาเฟ่สวย ๆ ให้แวะเช็กอินเพียบ ตั้งแต่ร้านซีฟู้ดริมทะเลที่เสิร์ฟกุ้ง หอย ปู ปลา สด ๆ จนถึงคาเฟ่ที่ตกแต่งสวยงาม พร้อมเสิร์ฟเมนูขนมและเครื่องดื่มสุดชิค หากไม่รู้จะเลือกร้านไหน สามารถเช็กลิสต์ร้านเด็ดในบทความที่เราคัดสรรมาให้ได้เลย
หาดชะอำตั้งอยู่ในจังหวัดเพชรบุรี และสามารถเดินทางไปได้หลายวิธี
หาดชะอำเป็นมากกว่าหาดพักผ่อนทั่วไป เพราะที่นี่รวมครบทุกอย่างที่นักท่องเที่ยวต้องการ ทั้งกิจกรรมทางน้ำสุดมันส์ บรรยากาศทะเลเงียบสงบที่เหมาะแก่การชาร์จพลัง วัดวาอารามให้แวะไหว้พระเสริมสิริมงคล และอาหารทะเลสด ๆ ราคาดีที่หากินได้ง่าย ๆ จากตลาดสะพานปลา เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์ จะมาพักผ่อนสบาย ๆ หรือมาเที่ยวแบบลุย ๆ ก็ได้หมด
ถ้าอยากให้ทริปขับรถไปเที่ยวหาดชะอำของคุณราบรื่น ไม่ต้องกังวลเรื่องอุบัติเหตุหรือค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด อย่าลืมเช็กเบี้ยประกันภัยรถยนต์ กับ insurverse ประกันที่คุณปรับแผนเองได้แบบ DIY ไม่ต้องจ่ายเบี้ยเกินจำเป็น และยังซ่อมอู่ในเครือได้เลยแบบไม่ต้องสำรองจ่าย เที่ยวสนุกแบบไร้กังวลได้เต็มที่แน่นอน
หาดชะอำสามารถเล่นน้ำได้เกือบตลอดปี เพราะเป็นชายหาดที่มีคลื่นไม่แรงมากและกระแสน้ำค่อนข้างนิ่ง อย่างไรก็ตาม ควรเช็กสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพราะช่วงมรสุม (โดยเฉพาะกันยายน-ตุลาคม) อาจมีคลื่นสูงและน้ำขุ่นมากกว่าปกติ
หาดชะอำเหนือเหมาะกับการเล่นน้ำมากที่สุด เพราะเงียบสงบ คลื่นไม่แรง และมีทรายที่ละเอียด ส่วนหาดชะอำใต้จะคึกคักกว่า มีร้านค้าและกิจกรรมทางน้ำ เช่น บานาน่าโบ๊ต และโดนัทโบ๊ต
จุดที่เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นที่หาดชะอำคือบริเวณหน้าหาดชะอำเหนือ ซึ่งเป็นจุดที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างมาบังวิว และสามารถมองเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นจากเส้นขอบฟ้าได้อย่างชัดเจน
การตั้งแคมป์และกางเต็นท์บนชายหาดชะอำไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากเป็นพื้นที่สาธารณะและต้องรักษาความสะอาด แต่สามารถเลือกพักรีสอร์ตหรือที่พักที่อยู่ติดชายหาดแทนได้
หาดชะอำจะมีคนน้อยที่สุดในช่วงวันธรรมดาของเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวหลัก หากอยากเที่ยวแบบเงียบสงบ ควรหลีกเลี่ยงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ