สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่ย้ายที่พักอาศัยใหม่ ย้ายที่ทำงาน หรือต้องการเลือกโรงพยาบาลที่สะดวกและตอบโจทย์การรักษาพยาบาลมากยิ่งขึ้น สำนักงานประกันสังคมได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนสามารถยื่นเรื่องเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ได้เป็นประจำทุกปีผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกรวดเร็ว
บทความนี้จะสรุปช่วงเวลาเปิดรับลงทะเบียน เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเลือกสถานพยาบาลแห่งใหม่ พร้อมคู่มือ 3 ขั้นตอนการยื่นเปลี่ยนโรงพยาบาลออนไลน์ผ่านแอป SSO Connect และเว็บไซต์ สปส. เพื่อให้คุณได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลที่ตรงใจที่สุด
สำนักงานประกันสังคมจะเปิดให้ผู้ประกันตนยื่นเปลี่ยนสถานพยาบาลประจำปีได้ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม ถึงวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป โดยสามารถเลือกโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือข่ายประกันสังคมที่มีโควตารองรับ
หากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนโรงพยาบาลระหว่างปี เช่น ย้ายทะเบียนบ้าน ย้ายสถานที่ทำงาน หรือสถานพยาบาลเดิมปิดตัว สามารถยื่นเรื่องเปลี่ยนได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ย้ายที่อยู่หรือย้ายงาน
โรงพยาบาลแต่ละแห่งจะมี “จำนวนโควตาผู้ประกันตน” จำกัด หากโรงพยาบาลที่ต้องการมีผู้ประกันตนเลือกเต็มจำนวนแล้ว จะไม่สามารถเลือกได้ จึงควรเช็กรายชื่อและรีบยื่นเรื่องตั้งแต่ช่วงแรก
ควรเลือกโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ใกล้บ้านหรือที่ทำงาน เดินทางได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง และมีคลินิกหรือศูนย์แพทย์เฉพาะทางที่พร้อมดูแลสุขภาพของคุณ
ดาวน์โหลดแอป SSO Connect หรือเข้าเว็บไซต์ www.sso.go.th และล็อกอินเข้าสู่ระบบด้วยเลขบัตรประชาชน
เลือกเมนู “ยื่นแบบขอเปลี่ยนสถานพยาบาล” เลือกเหตุผลการเปลี่ยน และค้นหารายชื่อโรงพยาบาลที่ต้องการ
ตรวจสอบความถูกต้องและกดยืนยันคำขอ สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งผลการอนุมัติผ่านระบบ โดยสิทธิการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งใหม่จะมีผลตามรอบที่ สปส. กำหนด
ในระหว่างรอให้สิทธิโรงพยาบาลแห่งใหม่มีผลบังคับใช้ คุณยังคงสามารถใช้สิทธิการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลเดิมได้ตามปกติ
หากเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉิน การมี ประกันอุบัติเหตุ ส่วนบุคคล (PA) จะช่วยให้คุณเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนใกล้เคียงได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการส่งตัว พร้อมบริการเคลมสะดวกผ่านบัตร Care Card
ดูแลความปลอดภัยในการขับขี่ด้วย พ.ร.บ. รถยนต์ และ ประกันรถยนต์ ออนไลน์จาก Insurverse
การเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ประจำปีช่วยให้คุณเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมวางแผนเสริมเกราะคุ้มครองด้วยประกันภัยดิจิทัลจาก insurverse เพื่อชีวิตที่อุ่นใจในทุกสถานการณ์
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ