การต้อนรับสมาชิกตัวน้อยเข้าสู่ครอบครัวถือเป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมด้วยความสุข แต่ก็มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายในการคลอดและการดูแลบุตร สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นผู้ประกันตน เบิกค่าคลอดประกันสังคม ถือเป็นสิทธิประโยชน์สำคัญที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ด้วยวงเงินเหมาจ่าย 15,000 บาท พร้อมเงินสงเคราะห์หยุดงานและค่าตรวจฝากครรภ์ ทำให้คุณพ่อคุณแม่มีเงินสำรองไปใช้เตรียมความพร้อมในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นของใช้เด็กอ่อน หรือการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางอย่างการเช็กสภาพและต่อประกันรถยนต์ให้คุ้มครองครบถ้วน เพื่อความอุ่นใจในทุกๆ ครั้งที่ต้องขับรถพาลูกน้อยกลับบ้านหรือไปหาหมอ
บทความนี้จะสรุปสิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตรทั้งหมด เงื่อนไขการใช้สิทธิ เอกสารที่ต้องเตรียม และขั้นตอนการยื่นเบิกเงินแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนและรวดเร็ว
ผู้ประกันตนจะได้รับเงินช่วยเหลือครบ 3 ส่วนหลัก ได้แก่:
ประกันสังคมจ่ายเงินค่าคลอดบุตรแบบเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อการคลอด 1 ครั้ง ไม่ว่าจะคลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด ณ โรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนใดก็ได้ และไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเบิก
เฉพาะผู้ประกันตนหญิง (ม.33) จะได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรในอัตรา 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นเวลา 90 วัน (คิดจากฐานเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท จะได้รับเงินก้อน 22,500 บาท)
ได้รับเงินค่าตรวจและฝากครรภ์ตามช่วงอายุครรภ์ 5 ครั้ง รวมเป็นเงินสูงสุดไม่เกิน 1,500 บาท
ผู้ประกันตนต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในช่วงเวลา 15 เดือนก่อนถึงเดือนที่คลอดบุตร
หากภรรยาไม่ได้เป็นผู้ประกันตน สามีที่เป็นผู้ประกันตน (ม.33 หรือ ม.39) สามารถใช้สิทธิเบิกเงินค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาทได้ โดยแนบทะเบียนสมรสหรือหนังสือรับรองบุตร
สามารถนำเอกสารไปยื่นเรื่องได้ที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ หรือตรวจสอบสถานะการอนุมัติผ่านระบบ e-Service บนเว็บไซต์ www.sso.go.th
หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน เงินจะโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์หรือบัญชีธนาคารที่ระบุไว้ภายใน 5-7 วันทำการ
การ เบิกค่าคลอดประกันสังคม ช่วยลดภาระทางการเงินให้แก่ครอบครัวได้อย่างมาก พร้อมเสริมความอุ่นใจในทุกก้าวของการดูแลลูกน้อยด้วยประกันภัยดิจิทัลจาก Insurverse
สามารถยื่นเบิกประโยชน์ทดแทนได้ภายในระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่คลอดบุตร
ได้รับค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อบุตร 1 คน หากคลอดแฝดสองจะได้รับเหมาจ่าย 30,000 บาท
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
การเลือกตั้งประกันสังคม ถือเป็นก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ของระบบแรงงานไทยที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนและนายจ้างได้มีส่วนร่วมโดยตรงในการเลือก “คณะกรรมการประกันสังคม” (บอร์ดประกันสังคม) เข้ามาทำหน้าที่บริหารจัดการเงินกองทุนประกันสังคมที่มีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท และร่วมกำหนดทิศทางนโยบายสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ เงินชดเชย และเงินบำนาญชราภาพของพวกเราทุกคน เลือกตั้งประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) คืออะไร? และทำไมจึงสำคัญต่อทุกคน บทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) คณะกรรมการประกันสังคมประกอบด้วยตัวแทน 3 ฝ่าย (ไตรภาคี) ได้แก่ ตัวแทนฝ่ายรัฐบาล ตัวแทนฝ่ายนายจ้าง 7 คน และตัวแทนฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอนโยบาย วางเกณฑ์การลงทุนเงินกองทุน และพิจารณาปรับปรุงสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การเพิ่มค่าทำฟัน การปรับสูตรบำนาญชราภาพ และการขยายสิทธิการรักษาพยาบาล ทำไมผู้ประกันตนต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งตัวแทนเข้ามาดูแลผลประโยชน์ เพราะเงินสมทบที่เราจ่ายเข้ากองทุนทุกเดือนควรได้รับการดูแลอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกันตน การเลือกตัวแทนที่มีความรู้ความสามารถจะช่วยปกป้องสิทธิประโยชน์ของแรงงานได้อย่างแท้จริง คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งประกันสังคม (ทั้งผู้ประกันตนและนายจ้าง) คุณสมบัติของผู้ประกันตน (ม.33, ม.39, ม.40) ที่มีสิทธิลงคะแนน คุณสมบัติของนายจ้างที่มีสิทธิออกเสียง เป็นนายจ้างที่ขึ้นทะเบียนในระบบประกันสังคมและจ่ายเงินสมทบติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนเดือนที่มีการประกาศเลือกตั้ง… Continue reading เลือกตั้งประกันสังคม คืออะไร? สรุปวิธีลงทะเบียนใช้สิทธิ คุณสมบัติ และความสำคัญต่อผู้ประกันตน
ทุกสิ้นเดือนเมื่อสลิปเงินเดือนออก คำถามยอดฮิตที่คนทำงานทุกคนมักสงสัยคือ ประกันสังคมหักเท่าไหร่? เงินที่ถูกหักไปในแต่ละเดือนคิดจากอะไร? และเงินจำนวนนั้นถูกนำไปสะสมเป็นสิทธิประโยชน์อะไรให้เราบ้าง บทความนี้จะสรุปอัตราการหักเงินสมทบของประกันสังคมทุกมาตรา ทั้ง ม.33, ม.39 และ ม.40 พร้อมสูตรคำนวณง่ายๆ และวิธีนำยอดเงินสมทบไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประกันสังคมหักเท่าไหร่? สรุปอัตราเงินสมทบของแต่ละมาตรา อัตราเงินสมทบขึ้นอยู่กับประเภทของมาตราที่ผู้ประกันตนสังกัดอยู่ ดังนี้ มาตรา 33 (พนักงานประจำ): หัก 5% ของเงินเดือน (สูงสุด 750 บาท/เดือน) คำนวณจากฐานเงินเดือนจริง เริ่มต้นขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท คิดในอัตรา 5% ทำให้อัตราหักเงินสมทบอยู่ระหว่าง 83 – 750 บาทต่อเดือน โดยนายจ้างจะจ่ายสมทบเพิ่มให้อีก 5% ในยอดที่เท่ากัน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ): จ่ายคงที่ 432 บาท/เดือน คิดจากฐานค่าจ้างคงที่ตามกฎหมาย 4,800 บาท ในอัตรา 9% ทำให้ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเท่ากันทุกคนที่… Continue reading ประกันสังคมหักเท่าไหร่? สรุปอัตราเงินสมทบ ม.33 ม.39 ม.40 คำนวณง่ายๆ รู้ยอดหักต่อเดือน
เมื่อย่างเข้าสู่วัย 55 ปี หนึ่งในสิทธิประโยชน์ก้อนใหญ่ที่ผู้ประกันตนทุกคนเฝ้ารอคือ เช็คเงินประกันสังคม อายุ 55 เพื่อรับเงินสะสมกรณีชราภาพ ซึ่งถือเป็นเงินออมก้อนสำคัญที่ช่วยรองรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือเป็นทุนสำรองด้านสุขภาพที่วัยนี้มักนิยมนำเงินบางส่วนไปทำประกันอุบัติเหตุเผื่อไว้ เพื่อปกป้องเงินบำนาญก้อนหลักไม่ให้หมดไปกับค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินโดยไม่คาดฝัน สำหรับคนที่สงสัยว่า เมื่ออายุครบ 55 ปี จะได้รับเงินชราภาพเป็นเงินก้อน (บำเหน็จ) หรือเงินรายเดือนตลอดชีวิต (บำนาญ)? มีสูตรคำนวณอย่างไร? และจะสามารถเช็กยอดเงินสะสมได้ผ่านช่องทางใด บทความนี้รวบรวมคำตอบฉบับสมบูรณ์มาให้คุณแล้ว เงื่อนไขการรับเงินชราภาพประกันสังคมเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ 2 เงื่อนไขสำคัญ: อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ + สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ผู้ประกันตนจะมีสิทธิขอรับเงินชราภาพได้ ต้องเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 2 ข้อ: เช็กเงินชราภาพ อายุ 55: คุณจะได้ “เงินก้อน (บำเหน็จ)” หรือ “เงินรายเดือน (บำนาญ)”? รูปแบบเงินชราภาพขึ้นอยู่กับ “ระยะเวลาการส่งเงินสมทบ” ตลอดอายุการทำงาน กรณีรับเงินบำเหน็จชราภาพ (ส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน / น้อยกว่า… Continue reading เช็คเงินประกันสังคม อายุ 55 ได้เงินก้อนหรือรายเดือน? สรุปวิธีเช็กยอดบำเหน็จบำนาญชราภาพ