การเลือกตั้งประกันสังคม ถือเป็นก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ของระบบแรงงานไทยที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนและนายจ้างได้มีส่วนร่วมโดยตรงในการเลือก “คณะกรรมการประกันสังคม” (บอร์ดประกันสังคม) เข้ามาทำหน้าที่บริหารจัดการเงินกองทุนประกันสังคมที่มีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท และร่วมกำหนดทิศทางนโยบายสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ เงินชดเชย และเงินบำนาญชราภาพของพวกเราทุกคน
คณะกรรมการประกันสังคมประกอบด้วยตัวแทน 3 ฝ่าย (ไตรภาคี) ได้แก่ ตัวแทนฝ่ายรัฐบาล ตัวแทนฝ่ายนายจ้าง 7 คน และตัวแทนฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอนโยบาย วางเกณฑ์การลงทุนเงินกองทุน และพิจารณาปรับปรุงสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การเพิ่มค่าทำฟัน การปรับสูตรบำนาญชราภาพ และการขยายสิทธิการรักษาพยาบาล
เพราะเงินสมทบที่เราจ่ายเข้ากองทุนทุกเดือนควรได้รับการดูแลอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกันตน การเลือกตัวแทนที่มีความรู้ความสามารถจะช่วยปกป้องสิทธิประโยชน์ของแรงงานได้อย่างแท้จริง
เป็นนายจ้างที่ขึ้นทะเบียนในระบบประกันสังคมและจ่ายเงินสมทบติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนเดือนที่มีการประกาศเลือกตั้ง
ผู้ประกันตนต้องเข้าไปลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th หรือผ่านแอปพลิเคชัน SSO Connect ตามช่วงเวลาที่เปิดให้ลงทะเบียน
หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อย ให้ตรวจสอบรายชื่อและสถานที่ตั้งของคูหาเลือกตั้งในเขตพื้นที่ที่ตนเองมีสิทธิ
ในวันเลือกตั้ง ให้นำบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง หรือบัตรที่หน่วยงานราชการออกให้ (ที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัว 13 หลัก) ไปแสดงตนและลงคะแนนเลือกผู้แทนที่ท่านไว้วางใจ
การมีส่วนร่วมในเลือกตั้งประกันสังคม คือสิทธิและหน้าที่ของแรงงานทุกคน เพื่อร่วมสร้างระบบสวัสดิการที่มั่นคงและโปร่งใส พร้อมเสริมความอุ่นใจในชีวิตประจำวันด้วยประกันภัยออนไลน์จาก Insurverse
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมีสัญชาติไทยเท่านั้น
ไม่ได้ ผู้ประกันตนจำเป็นต้องลงทะเบียนใช้สิทธิล่วงหน้าตามระยะเวลาที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดเท่านั้น
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
การต้อนรับสมาชิกตัวน้อยเข้าสู่ครอบครัวถือเป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมด้วยความสุข แต่ก็มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายในการคลอดและการดูแลบุตร สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นผู้ประกันตน เบิกค่าคลอดประกันสังคม ถือเป็นสิทธิประโยชน์สำคัญที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ด้วยวงเงินเหมาจ่าย 15,000 บาท พร้อมเงินสงเคราะห์หยุดงานและค่าตรวจฝากครรภ์ ทำให้คุณพ่อคุณแม่มีเงินสำรองไปใช้เตรียมความพร้อมในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นของใช้เด็กอ่อน หรือการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางอย่างการเช็กสภาพและต่อประกันรถยนต์ให้คุ้มครองครบถ้วน เพื่อความอุ่นใจในทุกๆ ครั้งที่ต้องขับรถพาลูกน้อยกลับบ้านหรือไปหาหมอ บทความนี้จะสรุปสิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตรทั้งหมด เงื่อนไขการใช้สิทธิ เอกสารที่ต้องเตรียม และขั้นตอนการยื่นเบิกเงินแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนและรวดเร็ว สิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตร ประกันสังคมจ่ายอะไรให้บ้าง? ผู้ประกันตนจะได้รับเงินช่วยเหลือครบ 3 ส่วนหลัก ได้แก่: 1. เงินค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง) ประกันสังคมจ่ายเงินค่าคลอดบุตรแบบเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อการคลอด 1 ครั้ง ไม่ว่าจะคลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด ณ โรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนใดก็ได้ และไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเบิก 2. เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร 50% ของค่าจ้าง (90 วัน สำหรับผู้ประกันตนหญิง) เฉพาะผู้ประกันตนหญิง (ม.33) จะได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรในอัตรา 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นเวลา 90 วัน (คิดจากฐานเงินเดือนสูงสุด… Continue reading เบิกค่าคลอดประกันสังคม ใช้อะไรบ้าง? สรุปเอกสาร วงเงินเหมาจ่าย 15,000 บาท และวิธีรับเงินสงเคราะห์
ทุกสิ้นเดือนเมื่อสลิปเงินเดือนออก คำถามยอดฮิตที่คนทำงานทุกคนมักสงสัยคือ ประกันสังคมหักเท่าไหร่? เงินที่ถูกหักไปในแต่ละเดือนคิดจากอะไร? และเงินจำนวนนั้นถูกนำไปสะสมเป็นสิทธิประโยชน์อะไรให้เราบ้าง บทความนี้จะสรุปอัตราการหักเงินสมทบของประกันสังคมทุกมาตรา ทั้ง ม.33, ม.39 และ ม.40 พร้อมสูตรคำนวณง่ายๆ และวิธีนำยอดเงินสมทบไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประกันสังคมหักเท่าไหร่? สรุปอัตราเงินสมทบของแต่ละมาตรา อัตราเงินสมทบขึ้นอยู่กับประเภทของมาตราที่ผู้ประกันตนสังกัดอยู่ ดังนี้ มาตรา 33 (พนักงานประจำ): หัก 5% ของเงินเดือน (สูงสุด 750 บาท/เดือน) คำนวณจากฐานเงินเดือนจริง เริ่มต้นขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท คิดในอัตรา 5% ทำให้อัตราหักเงินสมทบอยู่ระหว่าง 83 – 750 บาทต่อเดือน โดยนายจ้างจะจ่ายสมทบเพิ่มให้อีก 5% ในยอดที่เท่ากัน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ): จ่ายคงที่ 432 บาท/เดือน คิดจากฐานค่าจ้างคงที่ตามกฎหมาย 4,800 บาท ในอัตรา 9% ทำให้ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเท่ากันทุกคนที่… Continue reading ประกันสังคมหักเท่าไหร่? สรุปอัตราเงินสมทบ ม.33 ม.39 ม.40 คำนวณง่ายๆ รู้ยอดหักต่อเดือน
เมื่อย่างเข้าสู่วัย 55 ปี หนึ่งในสิทธิประโยชน์ก้อนใหญ่ที่ผู้ประกันตนทุกคนเฝ้ารอคือ เช็คเงินประกันสังคม อายุ 55 เพื่อรับเงินสะสมกรณีชราภาพ ซึ่งถือเป็นเงินออมก้อนสำคัญที่ช่วยรองรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือเป็นทุนสำรองด้านสุขภาพที่วัยนี้มักนิยมนำเงินบางส่วนไปทำประกันอุบัติเหตุเผื่อไว้ เพื่อปกป้องเงินบำนาญก้อนหลักไม่ให้หมดไปกับค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินโดยไม่คาดฝัน สำหรับคนที่สงสัยว่า เมื่ออายุครบ 55 ปี จะได้รับเงินชราภาพเป็นเงินก้อน (บำเหน็จ) หรือเงินรายเดือนตลอดชีวิต (บำนาญ)? มีสูตรคำนวณอย่างไร? และจะสามารถเช็กยอดเงินสะสมได้ผ่านช่องทางใด บทความนี้รวบรวมคำตอบฉบับสมบูรณ์มาให้คุณแล้ว เงื่อนไขการรับเงินชราภาพประกันสังคมเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ 2 เงื่อนไขสำคัญ: อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ + สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ผู้ประกันตนจะมีสิทธิขอรับเงินชราภาพได้ ต้องเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 2 ข้อ: เช็กเงินชราภาพ อายุ 55: คุณจะได้ “เงินก้อน (บำเหน็จ)” หรือ “เงินรายเดือน (บำนาญ)”? รูปแบบเงินชราภาพขึ้นอยู่กับ “ระยะเวลาการส่งเงินสมทบ” ตลอดอายุการทำงาน กรณีรับเงินบำเหน็จชราภาพ (ส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน / น้อยกว่า… Continue reading เช็คเงินประกันสังคม อายุ 55 ได้เงินก้อนหรือรายเดือน? สรุปวิธีเช็กยอดบำเหน็จบำนาญชราภาพ