vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ
เจาะลึก "บิลค่าไฟ" อ่านยังไงไม่ให้โดนฟัน!

เช็ค “บิลค่าไฟ” และอ่านยังไงไม่ให้โดนฟัน!

schedule
share

บิลค่าไฟแต่ละเดือนอาจดูเหมือนเรื่องเล็ก ๆ แต่ถ้าวันหนึ่งตัวเลขในบิลพุ่งสูงขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว หรือเจอไฟฟ้าลัดวงจรจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทุกวัน เรื่องเล็ก ๆ นี่แหละจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ทันที ไม่ใช่แค่ต้องจ่ายค่าไฟเพิ่ม แต่ยังเสี่ยงต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับบ้านทั้งหลัง นี่แหละเหตุผลว่าทำไมการมีประกันบ้านและคอนโดจาก insurverse ถึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะไม่ว่าค่าไฟจะขึ้นเพราะใช้ไฟเยอะ หรือเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจริง ๆ อย่างไฟไหม้จากปลั๊กพัง ๆ ก็มีคนช่วยซัพพอร์ตค่าเสียหายให้ ไม่ต้องควักเงินเองให้เหนื่อยใจ

รู้จักส่วนประกอบของบิลค่าไฟแบบละเอียด

หลายคนอาจจะเคยเปิดบิลค่าไฟแล้วงงว่าตัวเลขพวกนี้คืออะไร ทำไมเดือนนี้แพงกว่าเดือนที่แล้ว ทั้งที่ใช้ไฟเท่าเดิม วันนี้จะพามาเจาะลึกกันว่าบิลค่าไฟที่ได้รับทุกเดือนนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง เพื่อจะได้ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมค่าไฟถึงพุ่ง

  1. ข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า
    ส่วนนี้จะระบุข้อมูลของเจ้าของบ้านหรือคอนโด เช่น ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า รวมถึงวันและเวลาที่เจ้าหน้าที่มาอ่านหน่วยไฟฟ้า ข้อมูลเหล่านี้มีไว้เพื่อยืนยันความถูกต้องและความเป็นเจ้าของของบิลค่าไฟแต่ละใบ
  2. ข้อมูลการใช้ไฟฟ้า
    ในส่วนนี้จะมีรายละเอียดของเลขหน่วยไฟฟ้าครั้งก่อนและครั้งล่าสุด โดยจะหักลบกันเพื่อหาจำนวนหน่วยที่ใช้ไฟในเดือนนั้น ๆ ตัวเลขนี้สำคัญมาก เพราะมันจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณต้องจ่ายค่าไฟเท่าไหร่ ยิ่งใช้มาก ค่าไฟยิ่งสูง
  3. ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บ
    บิลค่าไฟไม่ได้มีแค่ตัวเลขเดียวแล้วจบ เพราะมันถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วนดังนี้
  4. ค่าพลังงานไฟฟ้า (ค่าไฟฟ้าฐาน)
    ค่านี้คือค่าต้นทุนการผลิตไฟฟ้า รวมถึงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและระบบสายส่ง ค่าไฟฟ้าฐานจะมีการปรับทุก 3-5 ปี ซึ่งในบิลจะคำนวณตามจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้จริง
  5. ค่า Ft (ค่าไฟฟ้าผันแปร)
    นี่คือค่าที่เปลี่ยนแปลงตามต้นทุนการผลิตไฟฟ้า เช่น ราคาน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ โดยจะมีการปรับทุก 4 เดือน ค่านี้อาจทำให้บิลค่าไฟพุ่งขึ้นหรือลดลงโดยที่คุณไม่ทันรู้ตัว
  6. ค่าบริการรายเดือน
    ถึงจะไม่ได้ใช้ไฟมาก แต่ทุกคนก็ต้องจ่ายค่าบริการนี้อยู่ดี เพราะมันคือค่าดูแลระบบ เช่น การจดหน่วยไฟฟ้า การออกบิล และบริการลูกค้า ค่าบริการนี้คงที่ไม่เปลี่ยนแปลง
  7. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)
    หลังจากรวมค่าไฟฟ้าฐาน ค่า Ft และค่าบริการรายเดือนแล้ว ยังต้องบวกภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% ตามกฎหมาย

จะเช็คบิลค่าไฟออนไลน์ได้ยังไงบ้าง?

หลายคนอยากประหยัดกระดาษและลดความเสี่ยงบิลหาย สามารถลงทะเบียนรับบิลค่าไฟผ่าน e-mail หรือ SMS ได้ง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวง (MEA e-Bill) โดยกรอกข้อมูลและยืนยันตัวตนด้วย OTP

วิธีคำนวณค่าไฟแบบก้าวหน้า

หลายคนอาจไม่รู้ว่าค่าไฟในประเทศไทยถูกคำนวณแบบก้าวหน้า หมายความว่ายิ่งใช้ไฟมาก ราคาต่อหน่วยก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ลองดูตัวอย่างวิธีคำนวณเพื่อความเข้าใจ

สำหรับบ้านอยู่อาศัยประเภท 1.1 (ใช้ไฟไม่เกิน 150 หน่วย/เดือน)
ตัวอย่าง: หากใช้ไฟ 150 หน่วย

  • หน่วยที่ 1-15: คิดหน่วยละ 2.3488 บาท
  • หน่วยที่ 16-25: คิดหน่วยละ 2.9882 บาท
  • หน่วยที่ 26-35: คิดหน่วยละ 3.2405 บาท
  • หน่วยที่ 36-100: คิดหน่วยละ 3.6237 บาท
  • หน่วยที่ 101-150: คิดหน่วยละ 3.7171 บาท

เมื่อรวมทุกส่วนแล้วจะได้ค่าไฟฟ้าฐาน จากนั้นบวกค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่ม

สำหรับบ้านอยู่อาศัยประเภท 1.2 (ใช้ไฟเกิน 150 หน่วย/เดือน)
ตัวอย่าง: หากใช้ไฟ 500 หน่วย

  • หน่วยที่ 1-150: คิดหน่วยละ 3.2484 บาท
  • หน่วยที่ 151-400: คิดหน่วยละ 4.2218 บาท
  • หน่วยที่ 401 ขึ้นไป: คิดหน่วยละ 4.4217 บาท

ค่าไฟจะพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหากใช้ไฟเกิน 400 หน่วยต่อเดือน

ทำไมค่าไฟถึงแพงขึ้นโดยไม่รู้ตัว?

  1. การปรับค่า Ft
    แม้จะใช้ไฟเท่าเดิม แต่ถ้ารัฐปรับค่า Ft ขึ้น บิลค่าไฟก็จะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะค่า Ft เป็นค่าเชื้อเพลิงที่ผันผวนตามต้นทุนการผลิตไฟฟ้า
  2. ใช้ไฟมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
    บางครั้งเราอาจเปิดแอร์นานขึ้น ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหนักขึ้น หรือมีอุปกรณ์ใหม่ที่กินไฟมากขึ้น เช่น เครื่องทำน้ำอุ่นหรือเครื่องอบผ้า ทำให้บิลค่าไฟสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
  3. การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม
    แม้ค่าไฟจะไม่ได้ปรับขึ้น แต่การบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทำให้บิลดูสูงขึ้นทุกเดือน

วิธีลดค่าไฟแบบง่าย ๆ

  • ปิดไฟและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน
  • ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
  • ตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 25 องศาเซลเซียสขึ้นไป
  • หมั่นตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ทำความสะอาดแผ่นกรองแอร์เป็นประจำ

บิลค่าไฟออนไลน์ (MEA e-Bill)

การสมัครใช้บริการบิลค่าไฟออนไลน์ช่วยให้คุณสามารถรับบิลค่าไฟทาง SMS หรือ e-mail ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ลดการใช้กระดาษและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีขั้นตอนการสมัครง่าย ๆ ดังนี้

1. ลงทะเบียนทาง SMS

  • เข้าเว็บไซต์ MEA e-Bill และกรอกข้อมูลการสมัครให้ครบถ้วน
  • เลือกช่องทางการรับเอกสารออนไลน์เป็น SMS
  • ยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP ที่ได้รับทางโทรศัพท์มือถือ
  • เพียงเท่านี้ก็ลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อย!

2. ลงทะเบียนทาง e-mail

  • เข้าเว็บไซต์ MEA e-Bill และกรอกข้อมูลการสมัคร
  • เลือกช่องทางการรับเอกสารออนไลน์เป็น e-mail
  • ยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP ที่ได้รับทางโทรศัพท์มือถือ
  • ตรวจสอบ e-mail และคลิกยืนยันการสมัครอีกครั้งเพื่อให้เสร็จสมบูรณ์

หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว คุณจะได้รับบิลค่าไฟฟ้าออนไลน์ในทุก ๆ เดือนผ่านช่องทางที่เลือกไว้ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องบิลหายหรือส่งไม่ถึงมือ!

แม้จะรู้วิธีอ่านบิลค่าไฟและพยายามลดการใช้ไฟแค่ไหน แต่บางครั้งเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะไฟฟ้าลัดวงจร น้ำท่วมบ้านจากพายุ หรือกระจกแตกเพราะลมแรง อย่าลืม เช็กเบี้ยประกันบ้านและคอนโดจาก insurverse จะช่วยให้คุณไม่ต้องปวดหัวกับค่าใช้จ่ายจุกจิกหรือเหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด เพราะชีวิตในบ้านที่ปลอดภัย ไม่ได้จบแค่จ่ายบิลค่าไฟตรงเวลา แต่ต้องมีแผนสำรองที่พร้อมช่วยเหลือในทุกสถานการณ์ด้วย.

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมบิลค่าไฟถึงมีค่าบริการรายเดือนทั้งที่ใช้ไฟน้อย?

ค่าบริการรายเดือนเป็นค่าธรรมเนียมคงที่ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการจดหน่วย ออกบิล และบริการต่าง ๆ ของการไฟฟ้า ไม่เกี่ยวกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าโดยตรง

ค่า Ft ในบิลค่าไฟคืออะไร และทำไมต้องจ่าย?

ค่า Ft หรือค่าไฟฟ้าผันแปร เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากต้นทุนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า เช่น น้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ โดยจะมีการปรับเปลี่ยนทุก 4 เดือนตามนโยบายของรัฐ

ทำไมค่าไฟถึงแพงขึ้นแม้จะใช้ไฟเท่าเดิม?

ค่าไฟอาจเพิ่มขึ้นเพราะการปรับค่า Ft หรือการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่คิดตามยอดรวมค่าไฟ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการเปลี่ยนอัตราค่าไฟแบบก้าวหน้าตามหน่วยที่ใช้เกินเกณฑ์

จะตรวจสอบความผิดปกติในบิลค่าไฟได้ยังไง?

เปรียบเทียบการใช้ไฟฟ้ากับเดือนก่อน ๆ ผ่านแอปหรือเว็บไซต์ของการไฟฟ้า ตรวจสอบว่ามีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้นหรือไม่ หากไม่พบความผิดปกติ อาจติดต่อการไฟฟ้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย